สิ่งที่....มีสุขสูงสุด
 
   สิ่งที่ได้รับ จาก การมีส่วนร่วม ของงาน จิตอาสา
   ณ. มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทำให้เห็นอะไร

   หลายๆอย่าง ที่ผม มองข้าม จากตัวผม ไป เยอะ ห่าง ไกล เหลือเกิน

  ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดไม่ได้ ของ 
  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงงาน ทรงสอนหลักการใช้ชีวิต ต่างๆมากมาย แม้ ท่านทรงเผชิญ ฟ้าฝน ทางที่ถูกน้ำท่วม สายลม มิทรงเป็นอรทัย ก็ตาม ท่านทรงเสด็จ ต่อได้


   แล้วตัวผมล่ะ รู้สึก อย่างไร กับสิ่งที่เป็นอยู่ มีอะไรบ้าง ที่ยังไม่พอเพียงอีก ........ ???

  หลายๆวัน ที่ผมเข้ามา ทำงานจิตอาสา ในครั้งนี้ เกิดขึ้นชัดเจนว่า มีอะไรที่เกิดขึ้นบ้าง......???

  เพื่อเป็นการ นำตัวผม ไปสร้างแรงบันดาลใจ ต่อไป 
 

  ผมเจอคน เร่ร่อน อยู่รอบนอก งานพิธีสักกระ บรมศพของท่าน 
  ผมสงสารพวกเขามาก แม้แต่เสื้อดำยังไม่มีโอกาส ซื้อมาใส่ 
  ผมรู้สึกตาสว่าง ได้อย่างหนึ่งว่า

  “แม้ว่า ผมเจอคนหน้าตาที่ดีกว่า แต่ สิ่งที่เจอยิ่งขึ้นว่า คือ ผู้ที่เป็นยาจก ยากไร้ถาวร”


  และนั่นคือจุดเปลี่ยนของผมว่า

  “ถ้าเกิดขึ้นเจอคนที่ไม่มีโอกาสมากกว่าเรา 
   และผมจะไปเปรียบเทียบ คนอื่นไปเพื่ออะไร.....???”
 
   ไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร และ ไม่จำเป็นต้องทำเพื่อคนอื่นที่ไม่เห็นค่า ของเรา


  เปรียบดั่งเป็น พวก ปิดทองหลังพระ ทำดี สะสมไปเลื่อยๆ 
  โดยไม่จำเป็นต้องเรียกคนมาชื่นชม หรือ แสวงหาบุญ คนเห็นเราก็ต่อเมื่อ 
  คุณค่าตัวตนภายใน ที่มีพลังใจดีมากพอ โดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องบอกว่า

  “เธอ มายอมรับฉัน สิ....” อย่างนั้น อย่างนี้ ไม่ต้อง ไม่จำเป็น


  อีกอย่างหนึ่ง ผมที่ผมเจอคือ ได้เจอคนหลากหลายประเภท ร้อยพ่อพันธุ์แม่ ที่สำคัญ 
  ยังได้สังเกต ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ว่า ตัวตนของคนนั้น 
  ในแต่ละคน ไม่ว่าหน้าตา ฐานะ นิสัย เป็นคนยังไงบ้าง....??? 

  ขณะเดียวกัน ตอนผมยืนประจำจุดคัดแยกขยะ ผมยืนเพื่อสังเกตนิสัยคน 
  และสีหน้าคนอย่างชัดเจน รวมถึง Emotions ของแต่ละคนว่าอย่างไร.....???


  หลายอย่างที่พบเจอ แม้แต่น้องๆที่ไปกับผม 
  ในขณะนั้น บางคนยิ้ม บางคนเกรงใจตัวผมก็มี ไม่แปลกครับ


   แต่รู้สึกมีความสุข และเกิดคุณค่าภายในจริงๆ วันใดที่ผมช่วยแค่สองถึงสาม 
   ผมไม่นึกเสียดาย ผมพูดเพียงในใจว่า 
       แค่การมาเก็บประสบการณ์ชีวิตของผม ก็คุ้มค่าสูงสุดแล้ว  


  สูงสุด แบบ ชนิดที่เรียกว่า มากยิ่งขึ้นกว่า งานอาสาอื่นที่ผมทำ ที่ผ่านมาเสียอีก

   บางที มีเข้ามาสอบถาม คนเข้าร่วมเป็นอาสาอีกด้วย 
  ไม่ว่าเป็นอาสาด้วยกัน ทหาร ตำรวจ พลเรือ ไม่ว่าชายหรือหญิง 
  ผมได้รู้ข้อหนึ่งคือ วิธีคิดของแต่ละคน ที่มีส่วนมาทำงานอาสา 

  เขาได้รับคุณค่าจากสิ่งเหล่านี้อย่างไรบ้าง.....??? เพราะคุณค่าของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน แต่มีใจเดียวกัน คือ จงรักภักดีต่อท่าน เหมือนกัน


   นี่แหละคือ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ จากงานอาสา ในส่วนที่สาม 


  มีอย่างหนึ่ง ที่ถูกฝึกอย่างอัตโนมัติ คือ ความเป็นผู้นำ
  ตอนเข้าประจำจุด พยาบาล เพื่อบริการคนผู้ที่ รอต่อแถวเข้ามาสักกระ นานตั้ง 8 ถึง 9 ชั่วโมง หรือนานกว่านั้น ส่วนใหญ่ จะเป็น คนสูงวัย คนวัยกลาง วัยทำงาน บางคนมากับลูก กับหลาน หรือ มาเป็นตำบล กลุ่ม และ หมู่คณะ บ่อยครั้งอาจเกิดเป็นลมได้เสมอ มีอยู่ตอนหนึ่ง ที่ผมแจกยาดม แจกป้ายชื่อสำหรับคนที่มากับลูกกับหลาน แจกพาสเตอร์ปิดกันรองเท้ากัด ขณะที่ไปกับน้องๆ เด็กนักเรียน สิ่งที่เกิดขึ้น ผมเข้าถึงผู้คนจริงๆ บางทียิ้มให้ผมก็มี บางคนยกมือขอความช่วยเหลือก็มี ด้วยความที่ ผมSaint ความเป็นผู้นำ ผมบอกว่า....


“ น้อง ติดต่อใครก็ได้ในหน่วยพยาบาล ที่มี อุปกรณ์ปฐมพยาบาลบ้าง มาทางนี้หน่อย....???”


  ไม่ใช่แค่ ประจำจุดพยาบาลเท่านั้น ยังมี จุดยกของบริจาคอีก โรงครัว และ เต็นท์พยาบาล ที่ผมไปกับน้องๆ รวมถึงจุดอื่นๆ ทำให้คนอื่นเห็นผม และน้องๆหรือพี่ๆที่มากับผม ด้วยก็คือ การเอาใจใส่เพื่อนในกลุ่มด้วยความจริงใจ นั่นคือ ตัวผม ในบริบท ผู้นำ


  แต่สิ่งที่ได้ยิ่งกว่า คือ บริการสาธารณะชน เหมือนเป็นการเข้าสู่ Area ที่ใหญ่ขึ้น
  สังเกตแต่ละคนที่รอต่อแถว หรือจุดอื่นๆก็มี ทำให้เกิดมิตรภาพ แม้ไม่รู้จักก็ตาม รอยยิ้มก็สำคัญไม่แพ้กัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่า ฝั่งตรงข้าม ยังเปิดรับเต็มที่มั้ย ถ้ายังมีอาการที่เกรงใจ ผมคงปล่อยเป็นสิทธิของเขา แต่มาในแนวเดียวกับผม หรือใกล้เคียง ยังพอพูดคุย คนที่เข้ามาคุยกับผมก็ดี หรือที่ผมมุ่งหา ผมได้รับรู้สิ่งหนึ่งคือ ความประสงค์จิต
  
  เป็นอะไรที่ มีคุณค่า อย่างมาก แต่ก็ต้องถูก Photo Type อยู่ดี 
 สิ่งนั้นเป็นจริง และ จริงยิ่งกว่า......


  สุขตรงที่ ได้รู้สึกศรัทธาต่อตนเอง ในภาระหน้าที่ของจิตอาสา 
  โดยไม่เกี่ยงภาระ ไม่เรียกร้องหาบุญโดยใช่เหตุ ได้เข้าถึงตัวตนภายใน ของแต่ละคน ตามจุดต่างๆ และ ในรูปแบบต่างๆ ว่าเป็นคนยังไง การมาของเขามีเป้าประสงค์สิ่งใด เหตุใดถึงไม่หวังผล ได้รับรู้วิธีคิดของคนรอเข้าเฝ้าสักกระ อาสา ตำรวจ พยาบาล ทหาร ข้าราชกาล น้องๆนักเรียน นักศึกษา และทุกคนที่อยู่ในสนามหลวง ว่าทุกคนมาเพื่อความรัก ความภักดี ทั้งนั้น แม้ความประทับใจที่มีต่อท่าน ต่างเรื่องราว ต่างความคิด ก็ตาม

  และยิ่งไปกว่านั้น ยังเจอคนเร่ร่อน รอบนอกบริเวณ มากมาย ที่ไม่มีโอกาสเหมือนเรา ทำให้ตัวผม ถึงเวลา ที่ต้องเลิกเปรียบเทียบคนอื่น ที่ดีกว่าผม ไม่ว่าหน้าตา หรือ บุคลิกภาพ และ หันมาเคารพตนเอง ในแบบที่เป็น และพอเพียงในชีวิต เสียที ผมไม่หวัง ไม่สนว่า ใครจะว่า มองผมอย่างไร ช่างเขาเถอะ แต่ผม 

   ยืนหยัด ความดีที่สร้างต่อไป ไม่หยุดเพียงเท่านี้ อย่างแน่นอน 
  
                                      ตราบจนหาความที่สุดมิได้ อีกเลย.......

ความดีย่อมไม่ท้อ แม้มีพ่อ ที่สถิตในดวงใจ พสกนิกร เสมอมา
ตราบใดที่ยึดมั่น ยืนหยัด อดทน มากพอ
คุณงามความดีนั้น จะถูกชื่นชม ยกย่อง โดยที่ไม่ร้องขอ อื่นเลย......




 ติดตามผลงานที่

 Facebook Fan Page: ปลุกพลังใจ สร้างชีวิตที่มั่นคง by คุณโจ The Mirror
 
SHARE
Written in this book
ไม่ได้มาแบบ....เล่นๆ
เป็นการเดินทางของ ผู้ชายคนหนึ่ง ที่ต้องการเป็นโค้ช โดยการช่วยเหลือผู้คน ได้รู้จักตนเอง และ หาความชัดเจนในตนเองมากขึ้น ทั้งตัวตนภายใน ตลอดจน การลงมือทำ เพื่อนำพาไปสู่จุดหมายที่ต้องการ มีความมั่นคง มีความสุข และ ความแน่นอนในชีวิต
Writer
Jopiya
Guru,Trainer
ผม โจ ปิยะเทพ ตรึงจิตวิลาส ผู้ชำนาญและ Guru เกี่ยวกับ ตัวตนภายใน ติดตามการเดินทางครั้งใหม่ ได้ที่ Facebook Fan Page: ปลุกพลังใจ สร้างชีวิตที่มั่นคง by คุณโจ The Mirror Subscribe YouTube : Piya Training Instagram : Khunjo_pt ฝากไว้อ้อมอกอ้อมใจ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

Comments