EP#14 ความน่ากลัวของโลกสังคมออนไลน์ สร้างฝันได้ก็ดับฝันคนได้เช่นกัน
ไม่ได้เขียนมาตั้งนาน เนื่องด้วยกระผมเข้าร่วมกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ของ สวทช. วันนี้ได้มีโอกาสลงเรื่องราวที่เกิดประเด็นบางอย่างขึ้นในโลกออนไลน์ในปัจจุบันนี้ 

เห็นว่าโลกของเราเกิดสังคมออนไลน์ขึ้นอย่าง Facebook, Line, Twitter, Instagram หรืออื่นๆ ที่ทำให้เรารู้จักคนอื่นๆ ทั่วประเทศ หรือ ทั่วโลกกันมากขึ้น อีกทั้งการเกิดขึ้นของ Youtube เองก็ตามมันก็ทำให้ความรู้หามันได้ง่ายบนโลกออนไลน์ด้วยเช่นกัน 

แต่ทว่าในโลกออนไลน์มันก็มีสิ่งน่ากลัวอย่างนึงที่เรียกว่าการ Cyberbullying หรือการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ไม่เพียงแค่นักเลงคีบอร์ดตามห้องแชทหรือเกมส์ต่างๆ แต่รวมไปถึงการสร้างความอับอาย ดูหมิ่น เยาะเย้ย ทำร้ายจิตใจ ซึ่งโดยทั่วไปหลายคนมองแค่ว่ามัน ขำๆ แต่สำหรับบางคน บางเวลา มันอาจจะทำลายจิตใจที่อาจจะอ่อนแออยู่แล้วให้อ่อนแอลงไปอีกก็ได้ 

กรณียังงั้นอาจจะพบเห็นได้ง่ายทั่วไป แต่สิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างนึงสำหรับความเป็นสังคมออนไลน์คือ การคิดว่าไม่เป็นส่วนนึงของสังคมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ การติดเข้าไปอยู่โลกสังคมออนไลน์มากเกินไป ทำให้บางคนทำลายสังคมออฟไลน์ไปโดยไม่รู้ตัว แล้วยิ่งการแสดงออกอะไรบางอย่างแล้วไม่มีใครสนใจมากเท่ากับคนอื่น อาจทำให้คิดว่า "เรานี่ช่างไร้ค่าแม้แต่ในโลกออนไลน์ที่มีคนอยู่มาก แต่กลับไม่มีใคร" 

ทำไมผมถึงคิดเช่นนั้น หลายครั้งที่ติดอยู่ในโลกออนไลน์นานๆ มันทำให้ผมเกิดความคิดแวบนึงเป็นยังงั้น ยังดีที่ผมรู้ตัวก่อนว่า เรายังมีสิ่งที่ต้องทำหรืออยากทำอยู่ต่อไป เรามันไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่ความคิดแวบออกมา แน่นอนว่า หลายคนที่มีอาการของโรคซึมเศร้าความคิดแวบนั้นจะทำให้จางไปช้ามาก ยิ่งถ้าไม่ได้รับการตอบรับหรือไปสนใจสิ่งอื่น ความคิดด้านลบจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 

การฆ่าตัวตายมันเกิดขึ้นจากการเกิดความคิดด้านลบบ่อยมากขึ้น สังคมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ลดน้อยลงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดนึง มันอาจจะสร้างการกระทำที่ไม่คาดคิดขึ้นมาได้ 

หลายคนมีทางแก้ตรงนี้คือ หยุดสังคมออนไลน์ไปหาสังคมออฟไลน์กัน บางคนหยุดที่จะเล่นโซเชียสไปทั้งสัปดาห์หรือทั้งเดือน เพื่อมองหาสังคมออฟไลน์แทน มันก็อาจจะเป็นทางแก้ที่ดีสำหรับคนที่มีทางออกในแนวทางนี้ 

ถ้าใครใกล้ตัวคุณกำลังโพสอะไรแปลกๆบนโลกออนไลน์ไม่ว่าทางไหนก็ตาม ควรให้ความสนใจบ้างไม่ว่าจะกดปุ่มถูกใจหรือติดตาม หรือแม้กระทั่งการเขียนคอมเมนต์ในเชิงให้กำลังใจหรือสร้างสรรค์จะช่วยให้โลกของบางคนน่าอยู่ขึ้นต่อไป 

ปล.ผมไม่รู้ว่าผมเป็นโรคอะไรที่เกี่ยวกับจิตหรือป่าว เพราะแต่ก่อนที่จะศึกษาเกี่ยวกับพวกนี้ก็ยอมรับว่า เป็นคนคิดมาก กังวล วิตก พอสมควร เหมือนกัน หลายครั้งมีอาการที่ตัวเองก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไปทำไม 

ขอบคุณที่ติดตามกันครับ :) (บอกตัวเองว่าอาจจะยังมีใครสักคนที่ติดตามอยู่ ฮ่าๆ) 
SHARE
Writer
RakRok
PLEARN Education
บันทึกผลงานและความสำเร็จแต่ละวัน

Comments