ทำไม "ไทยเท่" ถึงไม่เท่
เร็วๆนี้ในเฟสบุคของคุณ Dej Churdsuwanrak ได้พูดถึงการขอประชาสัมพันธ์ท่าถ่ายรูป ชื่อว่าท่า "ไทยเท่" โดยมีใจความว่า  อยากให้เอามาใช้เพื่อสร้างท่าของเราคนไทยเอง ไม่เอากด ไลค์ แบบฝรั่ง หรือ หัวใจด้วยแม่โป้งแบบเกาหลี แต่มาใช้ไทยเท่กันครับ 

ผลตอบรับยังไม่มาก ซึ่งโชคดีที่ไม่มาก เพราะถ้ามันดันไวรัลขึ้นมาโดยจ่าพิชิต หรือเพจอื่นๆ ท่านน่าจะได้ผลตอบรับที่เละเทะกลับไป เราเลยอยากอธิบายว่า ทำไมไทยเท่ถึงไม่เท่ในสายตาคนอื่น เอาไว้ดังนี้ 
คำถามพื้นฐานที่อยากให้คิดเล่นๆ : 
• การออกแบบสิ่งนี้แก้ปัญหาของใคร
• การออกแบบสิ่งนี้แก้ปัญหาอะไร
• การออกแบบสิ่งนี้แก้ปัญหาได้ในระดับไหน
• มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ผู้ออกแบบเชื่อมั่นว่า วิธีการทำให้สิ่งนี้มีคุณค่า ด้วยการประชาสัมพันธ์ จะเป็นวิธีการที่ได้ผล
• มีเสียงสะท้อนว่าสิ่งนี้ตลก/เด๋อด๋า อะไรทำให้เป็นเช่นนั้น
• หากเราต้องออกแบบวิธีการแก้ปัญหาสำหรับปัญหาเดียวกัน เราจะทำให้ดีกว่าอย่างไร

การออกแบบสิ่งนี้แก้ปัญหาของใคร
มันอาจจะดีสำหรับกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญ กับภาพถ่ายหมู่ที่ต้องทำท่าเดียวกันทั้งหมด (ประชุมราชการ เสวนาราชการ ขอท่าหมู่ 1 ท่าค่ะ เอ้ากดไลค์ แชะๆๆๆ) 

การออกแบบสิ่งนี้แก้ปัญหาอะไร
มีคนนึกขึ้นได้ว่าท่ามันไม่ไทยเลย อยากได้ท่าที่เป็นเอกลักษณ์ไทยๆ 

การออกแบบสิ่งนี้แก้ปัญหาได้ในระดับไหน
มีท่าถ่ายรูปใหม่ (ใหม่?) เกิดขึ้นเพิ่ม 1 ท่า

มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ผู้ออกแบบเชื่อมั่นว่า สิ่งนี้มีคุณค่า 
เชื่อมั่นว่าคนทุกคนจะเห็นด้วยกับชุดความคิดนี้ (เท่ = ดี) (ไทย = ดี) จนนำไปสู่การ PR ลงบนพื้นที่สาธารณะ

ฟังดูดี แต่ทำไมไทยเท่ถึงไม่เท่ล่ะ? 


ความเละบังเกิดเมื่อ 
มีการสื่อสารสาธารณะ และสื่อสารอย่างมั่นใจมากว่าการที่คนไทยไม่มีท่าถ่ายรูปหมู่เวลาประชุมแบบไทยๆ คือปัญหาที่คนไทยทุกคนควรใช้ Solution นี้ในการแก้ไข

แต่มันจะมีความสำคัญอะไรกับคนที่ไม่ต้องใช้ภาพถ่ายเหล่านั้นล่ะ ? 

เพราะในโลกเอกชน สิ่งที่การันตีคุณภาพไม่ใช่ภาพถ่ายพนักงานอันพร้อมเพรียง แต่คือผลประกอบการเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ

และในยุคที่ประชาชนอย่างเราคาดหวังว่า เราจะมีรัฐที่เราไว้ใจได้ว่ากำลังทำงานกันจริงๆ งานที่ทำมี progress จริงๆ กำลังพัฒนาอย่างเล็งผลลัพธ์จริงๆ การมีโครงการลักษณะนี้ออกมาในจังหวะนี้ ยิ่งทำให้เราผิดหวังกับการที่รัฐ "ให้คุณค่า" ในสิ่งที่ไม่มีความหมายสำหรับเราเลย

สะท้อนไปอีกว่าที่มีปัญหา คือ ความเป็นรัฐนาฏกรรม คือรัฐที่ให้ความสำคัญกับ "ภาพอันพร้อมเพรียงดีงาม" คือเรื่องพวกนี้มันอาจจะสำคัญกับคนทำงานราชการ แต่ไม่สำคัญกับประชาชน


มันเป็นปัญหาที่คนทำงานเชิงคุณภาพจะไม่มีวันมองเห็นและไม่ให้คุณค่า
เพราะมันไม่มีปัญหาไงล่ะ ปัญหามันอยู่ที่คุณภาพงาน ผลลัพธ์การประชุม อะไรพวกนั้น ไม่ได้อยู่ที่ "ท่าถ่ายรูป" และเขาจะไม่ไม่เสียเวลามาแก้ปัญหาที่ไม่สลักสำคัญเช่นนี้ด้วย

การให้คุณค่ากับ "ภาพหมู่" มันก็สะท้อนได้หลายอย่างว่า เฮ้ย เป็นปัญหาของคนที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีอะไรดีและไม่มั่นใจในตัวเองรึเปล่าวะ เลยต้องสร้างเครื่องมือใหม่ๆ มายืนยันตัวเองว่าฉันมีดี

เคมเปญนี้จะแย่ลงไปอีกถ้าเกิดไปทำวีดีโอ ถ่ายคนเก่งๆ ทำงานดีๆ แล้วจบท้ายด้วยท่าไทยเท่ เพราะนั่นหมายความว่า แทนที่เราจะชื่นชม process / result / ความสำเร็จของปัจเจก เราจะถูกเบนความสนใจไปชื่นชมความเท่ความไทยแทน (คือมองข้ามความพยายามไปเลย เหมือนไปขโมยผลงานคนอื่นมาใส่เครดิคว่านี่ คนนี้งานดี เพราะคิดเหมือนที่ชั้นคิด) ซึ่งน่าจะเป็น worst case ที่เป็นไปได้ คือหยาบในระดับดูถูกความพยายามของคนอื่น และดูถูกความหลากหลายของคนอื่น


รัฐมองไม่เห็นความหลากหลายและความละเอียดทางวัฒนธรรม
• เอาจริง คนที่ชอบถ่ายรูปหมู่ด้วยท่าเดียวกัน มีแต่คนแก่
• การบอกว่าตัวเองมีดีอย่างนั้นอย่างนี้โดยไม่ relate ถึงตัวผลงานเลย อาจถูกมองว่าเป็นท่าทีของความโอ้อวดในสายตาของคนที่เชิดชูการทำงาน


ปัญหาของท่าไทยเท่ในระดับความหมาย
• ท่าไทยเท่ เป็นท่าฮิตสมัย 20 ปีที่แล้ว มันไม่มีนัยยะของการไปข้างหน้าอย่างมีอนาคต ตีความยังไงก็เป็นนัยยะของคนแก่ที่ nostalgia ถึงความดีงามในอดีต ก็สะท้อนจริงๆ ว่าคุณกำลังใช้วิธีคิดในอดีตมาทำงานกับอนาคต
 
• คำว่าเท่ เป็นวัตถุวิสัย คือเป็นความคิดเห็นที่มั่นใจมากว่าสิ่งนั้นดีจริง ซึ่งการสื่อสารแบบวัตถุวิสัยไม่เหมาะกับของที่ไม่ได้ดีจริงๆ และไม่เหมาะกับพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้วิพากษ์วิจารณ์

• คำว่าเท่ เป็นความคิดเห็นที่เรามีต่อสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่ fact และ ไม่ใช่ truth เท่ากับว่ารัฐกำลังเชิดชู "ความคิดเห็น" ไม่ได้เชิดชูกระบวนการ ผลลัพธ์ และความเป็นจริง แล้วมันเด๋อมากที่ เราเชิดชูความคิดเห็นที่มีต่อตัวเองโดยไม่ผ่านกระบวนการพิสูจน์ยืนยันใดๆ



คำแนะนำที่มีต่อรัฐ
• Aware เรื่องการสื่อสารสาธารณะก่อนสื่อสาร โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นได้ - มันไม่เหมาะกับการนำเสนอคุณค่าวัตถุวิสัย
• ทำการบ้านกับความคาดหวังของประชาชนก่อนปล่อยเด๋อ 
• จำกัดวงสื่อสาร ให้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่สื่อสารแล้วได้ผลหากไม่ต้องการ backfire feedback เช่น สื่อสารในกลุ่มราชการด้วยกัน พอถ่ายจริงๆ ทำจริงๆ เดี๋ยวมันก็เป็นท่าถ่ายรูปใหม่ได้เอง
• อะไรที่ไม่มีความหมายก็อย่าเล่นใหญ่เลย เล่นเล็กๆ น้อยๆเนียนๆดีกว่า เพราะมันจะเด๋อมากเวลาประชาชนรู้ว่าคุณเอาเวลากับงบประมาณมาออกแบบอะไรที่ไม่สำคัญสำหรับเขา
SHARE
Written in this book
แคะะะ
แคะ ประสบการณ์ต่อสรรพสิ่ง

Comments