รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าโลกข้างนอกไม่รองรับเรา
บ่ายวันหยุด เราได้นั่งคุยกับเพื่อนคนนึง ที่ปกติแล้วก็จะไม่ค่อยได้พูดคุย
หรือว่ามีบทสนทนาที่แปลกใหม่ไปจากเดิม
แต่วันนี้เหมือนหลายๆอย่าง เอื้อให้บทสนทนาเทือกๆนี้เกิดขึ้น
ในร้านกาแฟที่มีเพียงคนไม่กี่คนในกลุ่มสนทนากัน 
ซึ่งเพื่อนคนนี้ถ้ามองแบบผิวเผินก็จะเป็นแค่นักศึกษาป.โทคนหนึ่ง
และถ้าไม่คุยก็จะไม่ค้นพบความคิดหรือว่าทัศนคติของเพื่อนคนนี้สักเท่าไหร่
เลยรู้สึกดีแล้วก็อยากจะเก็บมาเล่าให้ฟังกัน..

ปกติกูไม่ค่อยเห็นมึงคุยแบบนี้กับคนอื่น 
คำพูดมันจะต่างกันระหว่างพูดกับ 'คนธรรมดา' หรือว่าพูดกับ 'คนที่เข้าใจ'
‘รู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่าโลกข้างนอกไม่รองรับเรา’
ถ้าเลือกแล้วมึงต้องยอมรับได้เว้ย 
กูรู้อยู่แล้ว ว่ากูต้องเจอกับอะไร

ความคิดของมนุษย์มักจะมองอะไรเป็นเครื่องจักรไปหมด
เหมือนแก้วใบเดียวกัน ถ้าถูกทำด้วยมือของเรา กับทำด้วยเครื่องจักร
แก้วที่ทำด้วยมือถูกตีค่าเป็นของแฮนด์เมด
คุณค่ามากกว่าแก้วที่ทำด้วยเครื่องจักร
คุณค่าของระหว่างทางตรงนั้นคนเรามองข้ามมันเร็วเกินไป เพราะเราใช้ชีวิตเร็ว มองอะไรเร็ว

กูเลยถามอาจารย์เว้ยว่า  กูเก่งรึเปล่าที่กูคิดแบบนี้?
อาจารย์เลยบอกกูว่า  ความเก่งเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ มึงจะเก่งไปทำไมวะ?
มึงทำอย่างที่มึงคิดดีกว่า
แค่ความคิดแบบนี้มันไม่ได้ถูกยอมรับโดยทั่วไปมากกว่า
ซึ่งไม่ต้องเก่งก็ได้

จนเลิกมอง เลิกสนใจ
เลือกว่าจะคุยกับคนที่เข้าใจอย่างที่เรานั่งคุยกัน
แต่ถ้าเราคุยกับคนที่เราคิดว่าเค้าไม่เข้าใจเรา
เราก็จะคุยอีกแบบ

บางทีเราไม่พูดจริงๆ
บางทีเรารู้สึกว่ามันไม่จำเป็น
จะมีบางคนที่อยากรู้วิธีคิด เราก็จะเริ่มเปิด เริ่มคุย
มันเป็นธรรมชาติที่เราเป็นอยู่แล้ว

แล้วมึงจะหาแฟนยังไง? 
คงต้องเป็นผู้หญิงที่ดูแลตัวเองได้ ต้องแข็งแกร่ง
ถามหน่อยกูหาได้หรอ? 555
 
กูออกไปข้างนอกแล้วแบบ เจอคนผ่านไปผ่านมา
มันรู้สึก ไอ้เหี้ยเอ๊ย ชีวิตมันคงจะน่าเบื่อ
เพราะขี้เกียจ ฮ่าๆ

คนที่เข้าใจอะไรบางอย่าง มันจะคิดกับตัวเองเยอะๆ
ทำจนเป็น Professional 
เหมือนวันนึงแม่งรู้ทุกอย่างว่าต้องทำอะไรบ้าง
วางแผนไว้ตั้งแต่ตื่น เหมือนมันจัดระบบไว้เสร็จเรียบร้อย
เป็นอย่างนี้มันชินกับการทำแบบนี้ทุกเช้า

เรียนจบป.โทจะทำอะไรต่อ? 
ทำงานอยู่ที่บ้าน ว่าจะทำพวกเซรามิค ทำอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องมีตังค์เยอะ
ใช้ชีวิตอยู่บ้าน พอดีที่บ้านมีที่ว่างๆเยอะ แล้วไม่ค่อยมีใครใช้อะไรก็ว่าจะไปทำ
อย่างเสาร์ อาทิตย์ ก็ว่าจะไปสอนศิลปะ
พอเราทำงานศิลปะไปมากๆเข้ามันก็จะค้นพบว่า
ถ้าเราทำงานศิลปะ แล้วได้รางวัลเราจะเริ่มเชื่อมั่นแล้วว่างานของเราดี

เคยดูเรื่อง Whiplash มั้ย ที่แม่งตีกลอง มันคือเรื่องนั้นเลยเว้ย
ถ้ามึงหยุดอยู่กับที่ มึงก็จะได้แค่ตรงนี้ 
ถ้ามึงหลงใหลในบางอย่าง ในคำเยินยอ สรรเสริญ 
ทุกอย่างจะจบและไปไม่ถึงเป้าหมาย
ซึ่งอาจารย์ในเรื่องแม่งพยายามจะด่าแล้วก็เหยียบพระเอกให้จมดิน
เพราะว่าถ้ามึงยอมแพ้ มึงก็ต้องไป ทุกอย่างมันก็จบ
ถ้ามึงหลงใหลในความสำเร็จมากๆ

อาจารย์เลยไม่ชมพระเอก ทั้งๆที่จริงๆแล้วพระเอกมันก็เก่ง
จำตอนจบได้ป่ะ? ที่อาจารย์แม่งหักหลังพระเอก
ให้เล่นเพลงที่ไม่ได้ซ้อมมา 
มึงรู้ป่ะ? ณ ตรงนั้นจะบอกอะไรกับมึง
มันจะบอกว่าทุกอย่างมันมีเรื่องที่แม่งควบคุมไม่ได้
มึงต้องเผชิญกับสิ่งที่มึงไม่ได้คิดฝันไว้เว้ย
ณ วันเวลานึงในชีวิตของมึง มึงจะต้องเจอเว้ย

หนังเรื่องนี้มันไม่ได้จะสื่อว่าอาจารย์แม่งเหี้ยเว้ย
หนังเรื่องนี้แม่งจะสื่อว่าถ้ามึงเจอเหตุการณ์แบบพระเอก
มึงจะทำยังไง?

ถ้ามึงพยายามหลงใหลในอะไรบางอย่างอยู่ แล้วมึงฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าไม่ใช่เป้าหมาย
มึงควรจะลงจากภูเขาลูกนั้นลงมา แล้วไปยังภูเขาลูกที่สูงกว่า 

---
วันนี้รู้สึกดีจังที่ได้คุยกับมึง
รู้สึกเหมือนได้ฟังคนที่คิดเหมือนกัน  แต่ล้ำลึกกว่าเราอีก
เหมือนเป็นคำพูดที่ต้องการจะเตือนอะไรบางอย่างในชีวิตเรา
มันเหมือนกับเวลาที่เราคุยถึงหนังเรื่องเดียวกัน  ฟังเพลงแนวเดียวกัน
หรือว่ามีวิถีชีวิต ความคิดคล้ายๆกัน มันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยว
อาจจะมีอีกหลายคนที่รู้สึก  และต้องเผชิญกับอะไรบางอย่าง
ซึ่ง.. เรายังไม่มั่นใจกับความคิดของเรา 
และไม่รู้ว่าสิ่งที่เราคิดนั้นมันแปลกหรือว่าแตกต่างจากคนอื่นเกินไปบ้างไหม

คำพูดที่ว่า 'โลกข้างนอกมันไม่รองรับเรา' 
มันก็อาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆก็ได้
ถึงแม้ว่าเราอยู่ในสังคมที่เป็นอยู่ปัจจุบันได้ก็จริง
แต่มันใช่สังคม หรือว่า วิถี ที่เราต้องการจริงหรือเปล่า?

แต่หลายคน รวมถึงเราก็ต้องฝืนเพื่ออะไรบางอย่าง
เพื่อเงิน  เพื่อทุนนิยม เพื่อความมั่นคง
ที่สังคมมักตีค่าว่า 'มันเป็นสิ่งสำคัญ'
ซึ่งเรากลับมองตรงกันข้าม

วิธีคิดของเพื่อนคนนี้อาจจะดูแปลกแยก แตกต่าง  จากวิถีจากพวกเราทั่วไป
เราเชื่อว่าเพื่อนคงไม่ได้คิดแบบนี้เพื่อต้องการที่จะเท่ห์
ต้องการที่จะโดดเด่น หรือสร้างความต่างให้ตัวเองดูมีคุณค่า

แต่สิ่งที่มันกำลังจะทำ  คือความจริง  คือวิถีที่กำลังจะสร้างขึ้นมา
จากความคิดเหล่านั้น

เมื่อถูกผู้คนถามบ่อยเข้า  สิ่งที่เพื่อนเราทำก็คือ
ตอบในสิ่งที่เค้าคิดว่ามันเป็นแบบนั้น
เพื่อที่จะเลี่ยงและตัดคำถามที่อาจจะเกิดขึ้น
คำถาม..ที่เกิดจากผู้คนที่ไม่เข้าใจ
คำถาม..ที่เกิดจากความรู้สึกสงสัย  เคลือบแคลง
คงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ถ้าเรามัวแต่ใส่ใจคนที่ไม่มีวันเข้าใจเรา
จะดีกว่าถ้าเราเข้าใจตัวเอง  เข้าใจสิ่งที่โลกข้างนอกเป็น 
ยอมรับตัวตนของตนเอง  ยอมรับตัวตนของผู้อื่น
เราก็จะอยู่ได้ในโลกของเรา  ถึงแม้โลกข้างนอกนั้นจะไม่รองรับเราก็ตาม...


SHARE
Writer
StoryCollector
experience hunter
เกิดจากความช่างสังเกตุผู้คน สิ่งรอบตัว จนกลายเป็นนักสะสมเรื่องราว ชอบที่จะบันทึกประสบการณ์ที่ได้เจอ ทั้งจากตัวเอง จากเพื่อน จากคนรอบตัว หรือแม้กระทั่งคนแปลกหน้า มีความเชื่อว่าทุกคนมีเรื่องเล่าในแบบของตัวเอง.. Follow me : https://www.facebook.com/storycollectorsince2018/

Comments

Type4woman
2 years ago
ขอบคุณมากค่ะ เพิ่งเจออีเว้นคล้ายๆ นี้จังๆ มาหมาดๆ เจ็บมาก555
ช่างแม่งได้อีกนิด อีกนิดก็อิสระละ จริงๆ นะ
Reply
darthwellder
2 years ago
เคยอ่านแก่นพุทธศาสน์ ของอาจารย์พุทธทาสภิกขุไหมครับ ขอแนะนำให้ลองหาอ่านดู
ตัวศาสนาแท้ๆที่ตัดพิธีกรรมออก มันทำให้เราพบโลกใหม่เลย
ฟังดูอาจไร้สาระเหมือนพวกคลั่งศาสนา แต่อยากให้ลองครับ
เพราะผมก็เคยมีโลกแบบนั้น เราอ่านแล้วน่าจะเข้าใจได้เหมือนกัน55
Reply
StoryCollector
2 years ago
ขอบคุณค่า
want_to_tell
2 years ago
👏🏻👏🏻👏🏻👏🏻
Reply
StoryCollector
2 years ago
^^
Pupangfoon
2 years ago
ชอบจังค่ะ เหมือนเจอคนที่คิดคล้ายๆ กัน 😁 บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองแปลกแยก แปลกกว่าคนอื่น แต่ถ้าจะให้เปลี่ยนก็ทำยากอีก 😂
Reply
StoryCollector
2 years ago
ทำยากจริงๆค่ะ  55
23rdHint
2 years ago
ชอบมาก * - * อ่านบางประโยคละยิ้มออกมา แม่งใช่ 5555
Reply
StoryCollector
2 years ago
^^  ใช่มะ