BLEED FOR THIS...สู้ยิบตาแล้วกลับมายิ่งใหญ่ของวินนี่

วินนี่ ปาร์เซียนซา
ชื่อนี้คนในวงการกำปั้นอาจจะคุ้นชื่อนี้บ้างพอสมควร

ผมเองเคยได้ยินที่พวกพี่ๆเพื่อนๆ เคยเล่่าบ่อยๆว่าเป็นมวยหมัดหนัก ลูกบ้าเต็มสูบ บุกไม่ถอย แค่นี้ก็น่าจะจำกัดนิยามของชายที่ได้สมญานามว่า "ปีศาจปาสมาเนี่ยน" การันตีด้วยแชมป์ 5 สมัย ซึ่งผมเคยมีโอกาสได้ชมการชกผ่านรายการ USA Tuesday Night Fight

หลังจากนั้นชื่อนี้ก็กลับมาอยู่ในความทรงจำอีกครั้ง เมื่อผมได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่อง Bleed For This...คนระห่ำ หมัดหยุดโลก ผลงานการกำกับของ เบน ยังเกอร์ ที่ได้ ไมลส์ เทลเลอร์ ซึ่งเคยฝากผลงานใน whiplash, divergent และ fantastic four คราวนี้เขาขอสวมบทเป็นยอดนักชก

เรื่องราวของ Bleed For This พาผู้ชมไปดูเรื่องราวในช่วงจุดสูงสุดของวินนี่ ซึ่งเขามีทั้งชื่อเสียงและเงินทอง ขณะเดียวกันก็ได้เห็นชีวิตครอบครัวของเขา ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็เข้าสูตรสำเร็จหนังชกมวย ที่เล่าว่า ล้มแล้วลุกและก็สู้ และก็ชนะ

แต่เรื่องนี้กลับไม่ใช่แบบนั้น

เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ได้เล่าถึงชีวิตการต่อสู้บนเวที

แต่มันเล่าถึงการต่อสู้กับคู่ต่อกรที่แกร่งกว่าคู่ชกของเขาพันเท่า

คู่ชกมีชื่อว่า "ความเจ็บปวด!"

**เนื้อหาจากนี้ไปพูดถึงฉากสำคัญในหนัง**

หลังจากวินนี่ ประสบความสำเร็จกระชากเข็มขัดแชมป์โลกรุ่น 154 ปอนด์ จาก กิลเบิร์ต เดล เป็นความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ชื่อเสียงเพิ่มเป็นทวีคูณ และ พี่น้องดูว่า (ลูและแดน) ก็จะผลักดันให้เขาได้เจอกับยอดมวยของโลก โดยเป้าหมายที่น่าจะได้ชกกันคือ 1ใน4 ยุคทหารเสือวงการมวยจากปานามา "ไอ้หนวดหิน" โรแบโต้ ดูรัน

ซึ่งการชกครั้งนี้น่าจะเป็นการทำให้ชื่อของวินนี่เป็นที่รู้จักมากขึ้น

แต่จุดเปลี่ยนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้นขึ้นจนได้

วินนี่และญาติไปขับรถกินลมเล่น ซึ่งตอนเย็นพวกเขาจะรีบกลับมาทานข้าวที่บ้าน

แต่แล้วรถข้างหน้าก็พุ่งประสานงาอย่างรุนแรงราวกับหมัดทะลวงไส้

ซึ่งวันนั้นทุกอย่างเหมือนมืดมนไปหมด แต่วันนั้นไม่มีใครเสียชีวิต

แต่วินนี่...กลับหมดสติคารถที่เต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดไหลไม่หยุด

...

.....

........

.............

......................

............................

เขาตื่นมาอีกที พบว่าตัวเองอยู่ที่เตียง ร่างกายบอบช้ำอย่างหนักแต่ที่รุงแรงที่สุดคืิอคอเกือบหัก และเขาต้องใส่เหล็กดามทั้งตัว เพื่อแลกกับการไม่ผ่าตัดเชื่อมข้อ ซึ่งวินนี่ถามคำถามเดียวซ้ำๆว่า


แล้วผมจะกลับไปชกได้เมื่อไร?

คำถามที่ทุกคนอยู่รวมถึงหมอกับสะเทือนกับสื่งที่วินนี่ต้องการ แต่หมอกลับพูดคำๆหนึ่งว่า

แทบจะไม่มีโอกาสกลับไปชกได้เต็มร้อย แม้จะหายก็ตาม


คำตอบนี้ก็คงจะเหมือนคำตอบใครๆหลายคนที่ตัดสินว่าคุณทำไม่ได้ คุณไม่มีทางทำแบบนั้นได้หรอก ช่างเป็นคำพูดที่รู้สึกเจ็บใจแทนไม่น้อย ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะยอมจำนน แต่วินนี่ ไม่ใช่ เพราะความเป็นนักสู้มันฝั่งจิตใจไปทั่วตัวเขา หลังจากกลับมาพักฟื้นร่างกาย เขาขอให้ เควิน รูนีย์ อดีตเทรนเนอร์ชื่อดังที่เคยทำให้ ไมค์ ไทสัน สั่นสะเทือนในวงการมาแล้ว ขอให้เขาช่วยฝึกทั้งที่ร่างเขาต้องใส่เหล็กดามทั้งตัว

มึงบ้าไปแล้ว! บางครั้งก็หัดยอมแพ้บ้างไม่ใช่เรื่องน่าอาย


แต่วินนี่สวนหมัดเด็ดไปว่า

ผมรู้ว่าการแพ้เป็นยังไง การยอมแพ้มันง่ายมาก

เมื่อ เควินได้ยินก็ไม่มีทางเลือกที่จะร่วมเสี่ยงเดิมพันกับวินนี่ จนที่บ้านทราบเรื่องถึงกับโมโหที่ทั้งสองคยนไม่ยอมบอกเรื่องนี้ โดยเฉพาะพ่อเขารู้ว่าเป็นยังไง แต่วินนี่ก็ยืนกรานว่าเขาจะต้องหายและกลับไปชกมวยให้ได้

แต่ฉากที่บ่งบอกถึงการต่อสู้ที่แท้จริง คือวินนี่กลับไปโรงพยายาบาล แล้วเลือกให้หมอถอดเหล็กดามออก ซึ่งวินนี่ขอให้ถอดโดยไม่ต้องวางยาสลบ คือถอดกันแบบดิบๆกันไปเลย ซึ่งฉากนี้ติดตาไปอีกนาน (ใครที่ได้ดูจะอึ้งในความบ้าของวินนี่)

นั่คือเรื่องราวที่หนังเรื่องนี้ได้หยิบมาถ่ายทอด ซึ่งอย่างได้เล่าไปว่าหนังจะเข้าสูตรสำเร็จหนังชกมวย แต่ที่น่าสนใจคือการเล่าถึงการต่อสู้กับความเจ็บปวด ไม่ต่างจากบนสังเวียนที่ตะบันกับคู่ชกอย่างเอาเป็นเอาตาย

วินนี่ อาจไม่เหมือนคนอื่นที่บอกเขาว่า เป็นไปไม่ได้

แต่เขากลับเดิมพันความเสี่ยงที่แทบจะเป็นศูนย์ โดยไม่กลัวผลลัพธ์ว่าตัวเองจะเป็นเช่นไร

แล้วเขาก็ทำได้จริงๆ เพียงแค่สามเดือน

และนั่นทำให้เขากลับมายิ่งใหญ่ในวงการมวยจนโด่งดังทุกวันนี้

ถ้าใครอยากได้กำลังใจผมแนะนำจากใจครับผม......


SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าติดปลายนวม
รวมเรื่องราวน่าสนใจบนสังเวียนผืนผ้าใบ
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments

RoadRunner
1 year ago
กำลังจะดูเลยครับ
Reply
DreamerWriter25
1 year ago
สนุกมากครับ