ครอบครอง


           คนเราไม่สามารถครอบครองสิ่งใดได้ตลอดกาล ผมกระซิบเบาๆบอกตัวเอง . . . 

          มันเป็นเวลาต้นค่ำวันศุกร์ในบาร์เล็กๆที่ค่อนข้างหรูและเปิดเพลงเก่าๆ ที่พาฟังสบายของค่ายเพลงร้านขายขนมหวานที่ปิดตัวไปตามกาลเวลา ทั้งร้านมีบาร์เท็นเดอร์กับพนักงานไม่กี่คน ผมเดินตรงเข้าไปนั่งในโต๊ะมุมของร้านโดยไม่คิดเลือกอะไรมากมาย เพราะจุดประสงค์ของผมแค่อยากได้เหล้านุ่มๆให้ช่วยคลายความคิดต่างๆเท่านั้น


         "รับอะไรดีครับ?"

          เสียงผู้ชายพูดกับผม พลางยื่นสมุดสารบัญเมนูของทางร้าน ผมรับไว้โดยไม่เปิดดู

           "ผมขอเป็น Jack Daniel หรือ Chivas ก็ได้ครับ" ผมพูดไปทางชายหนุ่มที่ยืนรอรับฟังผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ดูจากการแต่งตัวน่าจะเป็นเจ้าของร้านหรือหุ้นส่วนร้าน 

          "ร้านเรามี Jack Danielครับคุณลูกค้า" 

          "งั้นผมเอา Jack Daniel หนึ่งกลมกับข้าวเกรียบและก็น้ำเปล่าอีกแก้วก่อนครับ เดี่ยวผมขอดูเมนูก่อนครับ" ผมรีบสั่งให้จบๆไป

          "ได้ครับ" ชายแต่งตัวดูดีรับคำผมแล้วเดินจากไป


          ผมนั่งเอนหลังไปบนเก้าอี้โซฟา หยิบบุหรี่จากกระเป๋าเสื้อมาจุดสูบ ทบทวนเรื่องต่างๆที่ผ่านมาในวันนี้ มันสิ้นสุดแล้วจริงๆ ผมคิดในใจ ชีวิตผมเดินทางมาถึงอายุ40กว่าปี จนรู้จักกับคำว่าหย่าร้าง 

          มันเริ่มจากที่ผมและเธอรู้จักกันเมื่อ 20กว่าปีก่อน ตอนผมยังเป็นแพทย์อาสาออกค่ายตามชนบทตามดอย เธอมาแจกของให้ชาวบ้านกับมูลนิธิหนึ่ง เธอเป็นนักเรียนนอก สวย ฉลาดและจิตใจดี ผมไม่รอช้าที่จะทำความรู้จักเธอในทันทีนั้น

          
          "ขออนุญาติน่ะครับ ลูกค้ารับเป็น on the rock ใช่ไหมครับ" ผมพยักหน้ารับชายหนุ่มที่เดินมาพร้อมพนักงานที่วางแก้วกับขวดเหล้าและน้ำแข็งที่โต๊ะสำหรับวางเครื่องดื่ม 

          ชายหนุ่มบรรจงคีบน้ำแข็งใส่แก้วแล้วรินเหล้าใส่พร้อมกับยกมาวางที่โต๊ะหน้าผมตามด้วยแก้วน้ำเปล่าอีกแก้วนึง ผมพูดขอบคุณกับชายหนุ่มที่ดูมีใจบริการและเป็นมิตร ชายหนุ่มเดินจากผมไป ผมยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบแล้วมองดูรอบๆร้าน เริ่มมีลูกค้าเข้ามาอีกสองสามโต๊ะ โดยส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าผู้หญิง "ก็เป็นธรรมดา เจ้าของร้านออกจะหล่ออบอุ่นซ่ะขนาดนี่"(ผมคิดในใจ)


          ผมแต่งงานกับเธอหลังจากที่รู้จักมาเกือบสิบปี เริ่มจากเป็นเพื่อนและตามจีบตามดูแลเธอตลอดเวลาว่างที่ผมมี จำได้ว่าผมขอเธอแต่งงานตอนรถเสียที่ปั้มแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีความโรแมนติกหรืิออะไรที่ผู้หญิงต้องการเลย เธอมาตอบตกลงผมในอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา ผมดีใจมาก . . . 

          เธอเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหา เธอเป็นโบกเกอร์หุ้นและเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เธอมีกิจกรรมเยอะ ไม่ว่าจะเป็นออกค่ายอาสา ไล่พิชิตภูเขาที่สูง เที่ยวต่างประเทศและเป็นหนอนหนังสือ จำได้ว่าเราเคยไปเที่ยวเวียนนามกันหนึ่งสัปดาห์เต็ม โดยที่เธอใช้เวลาสามวันหมดไปกับการอ่านหนังสืออยู่ในห้องที่โรงแรม . . . 


          "ขอโทษครับ นี่เป็นเมนูใหม่จากทางร้าน ให้ลูกค้าลองชิม ผมทำเองครับ"  ชายหนุ่มเจ้าของร้านถือจานอาหารมาทั้งที่สวมผ้ากันเปื้อนและยิ้มแบบสุภาพตอนพูดว่าเขาได้ทำเอง ผมพูดขอบคุณสั้นๆตามหลังชายหนุ่มที่เดินไปดูแลลูกค้าที่โต๊ะอื่นต่อ

          
          อาหารบนจานที่วางอยู่ตรงหน้าผมเป็นซี่โครงหมูตุ๋น ผมหยิบซ้อมจิ้มที่เนื้อเบาๆ เนื้อก็หลุดจากกระดูก อร่อยมาก . . . 
          ทำให้ผมคิดถึงอดีตที่ผ่านมากับอดีตภรรยา ผมเป็นคนชอบเข้าครัวทำอาหาร แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำอร่อย อันนี้ผมยอมรับ หลายครั้งที่ผมทำอาหารให้เธอ อดีตภรรยาของผม ผมไม่เคยดูออกเลยว่าเธอชอบหรือถูกใจรึเปล่า แต่เธอมักบอกเสมอว่าผมทำอาหารอร่อย . . . 


          ตลอดเวลาการแต่งงาน ผมมีความสุขทุกครั้งที่อยู่กับเธอ แม้จะมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยเนื่องด้วยอาชีพและหน้าที่ของแต่ละคน แต่เธอคือความสุขของผม รอยยิ้มที่แสดงออกตอนที่เธอเห็นทะเลหมอกในตอนเช้าที่ดอยหลวงเชียงดาว มันทำให้ผมพลอยมีความสุขไปกับเธอด้วย ทั่งที่ผมไม่ค่อยชอบอากาศหนาวและการเดินป่าขึ้นดอยตามที่เธอชอบ . . . 


          "ซี่โครงหมูสมุนไพรเป็นยังไงบ้างครับ? ผมพึ่งคิดและลองทำดู" เจ้าของร้านวัยสามสิบต้นๆ ยืนถามผม พลางหยิบแก้วผมไปรินเหล้าให้

          "อร่อยมากครับ เนื้อนุ่มหลุดออกจากกระดูกและหอมสมุนไพรอ่อนๆ ดีครับ ผมก็ชอบทำอาหาร แต่ไม่ได้เก่งอะไรครับ"  ผมตอบและแสดงความเห็นชมชายเจ้าของร้านไป 

          "ขอบคุณครับ ผมก็ชอบทำอาหาร ชอบคิดสูตรอาหารใหม่ๆหลังจากว่างจากงานประจำครับ" ชายหนุ่มพูดกับผมกึ่งชวนคุย แต่ก็ต้องไปรับลูกค้าโต๊ะใหม่ก่อนที่จะได้คุยกับผม 


          เหล้า Jack Daniel เดินทางมาถึงครึ่งขวดในเวลาสี่ทุ่มครึ่ง หน้าผมเริ่มร้อนตามแอลกอฮอร์ ความคิดเริ่มคลายทุกอย่าง 
          . . . เธอเป็นคนไม่ดื่ม โดยเธอไม่เคยให้เหตุผลอะไร แต่แค่เธอไม่ดื่ม เธอมักบอกผมให้หยุดดื่มเสมอเวลาที่ผมกำลังจะเมาและเผยบุคลิกท่าทางไม่น่าดู อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่เธอไม่ชอบในตัวผม แต่ผมก็ทำตามทุกครั้งที่เธอบอก

          สองสามปีก่อนที่เราจะตัดสินใจจดทะเบียนหย่ากันในวันนี้ เราเคยเปิดใจคุยกันหลายเรื่องตามสถานการณ์ที่เหมือนเราจะห่างๆกันทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน แต่คนละห้องนอน  เธอบอกว่าเธอเป็นคนชอบอิสระ ซึ่งข้อนี้ผมรู้ดีตั้งแต่แรกที่รู้จักเธอมา และเธอก็บอกผมว่าเรามีอะไรไม่เหมือนกันหลายอย่าง ซึ่งพอเริ่มรู้จักกันในนามสามีภรรยา ก็เริ่มรู้จักกันมากขึ้น เธอขอหย่า แต่ผมขอโอกาสขอเวลาเธอในการแก้เรื่องต่างๆให้ดี โดยผมบอกเธอว่า ผมรักเธอมาก 


          แต่ความรักอย่างเดียวก็ครอบครองตัวเธอไว้ไม่ได้ เราตกลงหย่ากันและก็ได้จดทะเบียนหย่าในวันนี้ เธอมาตามนัดและเซ็นหย่าโดยไม่รังเลในคำพูดประนีประนอมของนายทะเบียนเขตแตกต่างกับผมที่ตอนนี้ยังสับสนและนั่งดื่มอยู่ที่บาร์ จมอยู่กับความสัมพันธ์ที่เธอบอกว่า เรายังเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม


          ห้าทุ่มกว่า . . . ลูกค้าเริ่มเหลืิอน้อย ทั้งบาร์เหลือสองโต๊ะรวมโต๊ะผมเข้าไปด้วย บรรยายกาศในร้านมีแค่เสียงเพลงรักที่สมหวังจากค่ายเพลงเดิมวนไปวนมา 

          "คุณลูกค้าดื่มเยอะน่ะครับ ขับรถมารึเปล่าครับ? ขอผมนั่งด้วยน่ะครับ" เสียงเจ้าของร้านคนเดิม พูดกับผมและขอนั่งด้วย ผมตอบรับและเชิญนั่งด้วยกัน 


          "มีเรื่องเครียดอะไรรึเปล่าครับ ถือว่าผมเป็นเพื่อนพูดคุยก็ได้น่ะครับ อ่อ ลืมบอกไป ผมเป็นจิตแพทย์ครับ" ชายหนุ่มนั่งลงคุยกับผม 


          "วันนี้ ผมพึ่งจดทะเบียนหย่ากับภรรยามา . . . " อาจเป็นเพราะ Jack Daniel ที่กำลังจะหมดกลม เลยทำให้ผมพูดแบบนี้กับคนแปลกหน้าหรืออาจเป็นเพราะผมต้องการคนรับฟัง 


          "เสียใจด้วยครับ . . . " เจ้าของบาร์และเป็นจิตแพทย์ พูดด้วยเสียงเบา


          "ไม่มีใครครอบครองความรักได้ตลอดกาลหรอกครับ มีความรักเกิดขึ้น สักวันก็ต้องมีวันสิ้นสุด อาจเพราะการสูญเสียหรือไม่ก็ด้วยเหตุต่างๆ เราเหลือเก็บไว้กับความทรงจำดีๆแค่นั้นก็คงจะดีกว่าน่ะครับ  บางครั้งการที่เรารั้งคนที่เรารักไว้ ก็อาจเป็นการทำร้ายคนที่เรารักในทางอ้อม ทำใจให้สบายครับ . . ." จิตแพทย์หนุ่ม พูดปลอบใจผมด้วยท่าทีใส่ใจ และขอตัวไปดูแลลูกค้าโต๊ะสุดท้ายของร้านที่เรียกคิดเงิน 


          ผมจุดบุหรี่สูบพลางคิดตามคำพูดทั้งหมดเมื่อกี้ พนักงานเริ่มเก็บร้านในเวลาเที่ยงคืนกว่าและก็พากันกลับออกจากร้านไป . . . 

          เจ้าของบาร์หนุ่มหล่อก็กลับมานั่งกับผมต่อ เมื่อเก็บร้านเรียบร้อยโดยเหลือแค่โต๊ะผมเท่านั้น . . . 


          "เดี่ยวร้านจะปิดแล้วน่ะครับ ขอโทษทีน่ะครับ" 


          "ผมขอให้หมดกลมแล้วกันน่ะครับ" ผมพูดตอบกลับไป เจ้าของร้านนั่งลงเป็นเพื่อนผมต่อ พลางชวนคุยเรื่องอื่นไปเรื่อยๆ 


          "จริงๆคุณน่าจะลองไปง้อหรือตามจีบแฟนคุณใหม่ก็ได้น่ะครับ ผมเอาใจช่วย ฮ่าๆ" จิตแพทย์เจ้าของบาร์วนกลับมาพูดเรื่องเดิม ด้วยอารมณ์ยิ้มแย้มติดตลก อาจคงอยากให้ผมผ่อนคลาย


          ประโยคนี้ทำให้ผมหยุดคิดแล้วยิ้มตอบกลับไปเป็นมารยาท พร้อมกับหยิบซองบุหรี่ขึ้นมา มวนสุดท้ายของซองพอดี ผมจุดสูบ . . . 

          "ก็เป็นความคิดที่ดีน่ะครับ กลับไปเริ่มจีบใหม่ ฮ่าๆ . . . แต่คงสายไปแล้ว" 


          "ไม่มีอะไรสายเกินไปหรอกครับ ผมว่า อยู่ที่ตัวคุณเองว่าจะลงมือทำเปล่า ฮ่าๆ" คำพูดแนวจิตวิทยาที่ให้กำลังใจผม ผมนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ 


          "สายไปแล้ว . . . " ผมพูด

          "สายไปยังไงล่ะครับ คุณลองบอกผม เผื่อผมช่วยแนะนำอะไรได้น่ะครับ" จิตแพทย์ถามผมกลับ


          "เธอ . . . ตายแล้วครับ ผมใช้ปืนยิงเธอที่บ้านเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา" ชายหนุ่มจิตแพทย์ แหงนหน้ามองผมด้วยอาการแปลกตาโดยไม่มีคำพูดตอบกลับผมเหมือนทุกครั้ง


          ภาพถ่ายสิบกว่ารูปถูกหยิบขึ้นมาวางบนโต๊ะ แต่ละรูปมีผู้ชายที่หน้าเหมือนจิตแพทย์หนุ่มเจ้าของบาร์อยู่กับอดีตภรรยาของผมทุกรูป ตลอดสองปีที่รูปพวกนี้จะเกิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้ผมนั่งมองดูและเก็บความนึกคิดที่ว่าทุกอย่างแก้ไขได้   เพราะผมรักเธอ . . . ผมรักเธอ ผมรักเธอ  ผมเกลียดเธอ!!!!


          "ปั๊งงงงง . . . " ตี1:45นาที เสียงปืนกระบอกเดียวกับเมื่อตอนเย็นดังขึ้นในบาร์ที่ผมนั่งอยู่หนึ่งนัด พร้อมกับ Jack Daniel ที่หมดพอดี . . . 







          


          

SHARE

Comments