หน้าฝนอีกครั้งเถอะนะ
สิ้นเสียงนักพยากรณ์อากาศสาวบอกว่าอีกสองวันจะเป็นวันสุดท้ายของหน้าฝน
ซึ่งก็พอดีกับเสียงเม็ดฝนที่เริ่มปรอยลงมา 
มันทำให้ผมต้องตื่นจากฝันกลางวันอันแสนหวาน 
ผมลุกจากเตียงและเดินไปที่หน้าต่างที่เปิดอยู่ 
หยดน้ำที่กำลังไหลรินลงบนบานกระจกนั้น จากหยดน้ำไม่กี่หยดก็เริ่มมากขึ้น 
มากซะจนกระเด็นเข้ามาภายในห้องนอนของผม 
ทั้งเสียงน้ำที่กระทบกับหลังคา มันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดมาก 
ผมจึงรีบดึงหน้าต่างเข้ามาเพื่อหยุดพวกมัน 

ผมได้แต่นั่งมองฝนที่กำลังตกลงหนักขึ้นเรื่อยๆ 
ผ้าที่ตากเอาไว้ก็คงต้องจัดการกับพวกมันใหม่สินะ ไหนจะรถที่เพิ่งจะล้างเสร็จมาหมาดๆ 
ผมล่ะเกลียดฝนจริงๆ
 
ไม่นานนัก
เสียงน้ำที่กระทบหลังคาก็เบาลง 
ผมเดินกลับไปเปิดหน้าต่างที่ห้องนอน ขณะที่ผมกำลังเปิดหน้าต่างออกไปนั้น 
สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงชายคู่หนึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างบ้านของผม 
เด็กสองคนนั้นกำลังนั่งมองและยิ้มให้กับรุ้งกินน้ำที่ทอดยาวออกมาหลังฝนหยุด 
ผมมองพวกเขาอยู่ครู่ใหญ่ พวกเขาดูมีความสุขเมื่อฝนตก 
รอยยิ้มของเด็กคู่นั้นทำให้ผมนึกถึงดอกไม้ดอกหนึ่ง 
เป็นดอกไม้ที่ผมเคยปลูกเอาไว้…

…วันนี้เมื่อสี่ปีก่อน ผมบังเอิญได้รู้จักกับเด็กสาวผมแกะคนหนึ่ง 
ทุกๆ เย็นเมื่อผมมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอน 
ผมมักจะเห็นเธอมานั่งเล่นที่ชิงช้าในสวนเด็กเล่นอยู่เป็นประจำ 
สวนนั้นเป็นสวนของอีกหมู่บ้านหนึ่งที่ติดกับกำแพงหลังบ้านของผม 
เธอเป็นเด็กที่สดใสและร่าเริงตลอดเวลา 
ถามว่าผมรู้ได้ยังไงน่ะหรอ ก็ผมเฝ้ามองเธอมานานแล้วไงล่ะ แต่ผมไม่ใช่พวกโรคจิตนะ 
เรียกผมว่าผู้ชื่นชมอย่างลับๆ จะดีกว่า 

ตอนนั้นผมกำลังซ้อมตีปิงปองกับผนังห้องนอนของผมอยู่ เพราะอาทิตย์นั้นผมจะต้องสอบภาคปฏิบัติวิชาพลศึกษา 
แต่ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น 
จู่ๆ ลูกปิงปองที่ผมตีอยู่นั้นก็กระเด็นออกนอกหน้าต่างห้องไป และคล้ายว่ามันจะเด้งไปตกที่สวนนั่น 
ผมจึงชะเง้อออกไปนอกหน้าต่างเพื่อมองหาเจ้าลูกบอลสีส้ม
ทว่าก็ไม่เจอ ตอนนั้นผมจึงคิดว่าช่างมันเถอะ เดี๋ยวค่อยซื้อใหม่เอาก็ได้ 
แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงเด็กสาวคนหนึ่งตะโกนขึ้นมายังห้องของผม 
 
“นี่ของพี่หรือเปล่าคะ?” เด็กสาวคนหนึ่งถามหาเจ้าของบอลสีส้มลูกนั้น 
ผมจึงชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ทันทีที่ผมพะงักหน้าตอบรับ 
เธอก็โยนบอลนั้นมาให้ผมและก็วิ่งหันหลังกลับไป 
วัันนั้นผมได้ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง

ระหว่างที่ผมกำลังปั่นจักรยานกลับจากโรงเรียน อยู่ๆ ผมก็คิดอยากจะไปที่สวนหมู่บ้านนั้น 
ผมจึงปั่นจักรยานเข้าซอยหมู่บ้านนั้นไป 
จริงๆ แล้วทางเข้าหมู่บ้านนั้นกับหมู่บ้านของผมก็อยู่ข้างๆ กันนั้นแหละ 
ผมจอดจักรยานไว้ที่หน้าสวนเด็กเล่น และเดินเข้าไปนั่งที่ชิงช้าตัวที่ผมเห็นมันทุกวัน 
ผมลองมองขึ้นไปที่ห้องนอนของผม แต่จากตรงนั้นก็มองไม่ค่อยเห็นสักเท่าไหร่ เพราะมีต้นไม้บังอยู่พอดี 
ผมนั่งกวาดสายตาไปรอบๆ สวน ผมเข้าใจเลยว่าทำไมเด็กสาวคนนั้นถึงชอบมาที่นี่ 
ที่นี่สวยและบรรยากาศดีมากในขณะที่ผมกำลังกวาดสายตาไปรอบๆ 
ผมก็หันไปเห็นสาวผมแกะคนนั้นกำลังเดินเข้ามาในสวน 
ผมตกใจมาก จึงรีบก้มหน้าลงทันที 
แต่ไม่ทันเสียแล้ว เธอคนนั้นกำลังเดินเข้ามาที่ผม 
ตอนนั้นผมรู้สึกได้ว่าใจผมเต้นรััวมาก

“สวัสดีค่ะพี่ปิงปอง” ผมได้ยินเสียงหวานๆ ที่เอ่ยขึ้นมา จึงเงยหน้าขึ้นไป 
“สะ สะ สวัสดี” ในตอนนั้น ผมดันกลายเป็นคนติดอ่างขึ้นมาทันที 
“พี่อยู่หมู่บ้านฝั่งนู้นไม่ใช่หรอ แล้วมาทำอะไรที่นี่” เธอถามผมด้วยท่าทางทีเล่นทีจริง
“เอ่อ…”  
“หนูพูดเล่นค่่ะ” เธอหััวเราะ 

ในระหว่างที่ผมและเด็กสาวคนนั้นกำลังคุยกันอยู่ ก็มีมวลน้ำก้อนใหญ่ตกลงมาจากฟ้า 
เราทั้งคู่จึงต้องรีบวิ่งหาที่หลบ แต่ตรงนั้นมีเพียงแค่ต้นไม้เพียงต้นเดียวที่สามารถเป็นที่หลบภัยฉุกเฉินให้กับพวกเราได้
ผมและเธอจึงรีบวิ่งเข้าไปหลบฝนที่ใต้ต้นไม้ต้นนั้น

"ทำไมพี่ชอบตีปิงปองในบ้าน” จู่ๆ สาวผมแกะก็พูดขึ้นมา
“ก็ช่วงนี้มันหน้าฝน พี่ไม่ชอบฝน” ผมจึงตอบเธอไป
“ทำไมล่ะ บรรยากาศดีออก ดูสิคะ ดอกไม้พวกนั้นยังชอบเลย พวกมันคงตายถ้าไม่มีฝน” 

เธอพูดพร้อมชี้ไปที่ดอกไม้ดอกหนึ่งที่กำลังผลิบานท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง 
เธอไม่แม้แต่จะบ่นหรือหงุดหงิดอะไรกับฝนที่ตกลงมาเลย 
เธอกลับยิ้มให้กับสายฝนพวกนั้นเสียอีก 
ณ ตอนนั้นผมคิดว่าคงไม่ได้มีแค่ดอกไม้ดอกนั้นหรอกที่บานท่ามกลางสายฝน 
เพราะมีดอกไม้อีกดอกที่กำลังบานในใจของผมแล้ว  

“ฝนเริ่มซาแล้ว รีบกลับบ้านกันเถอะเดี๋ยวจะค่ำซะก่อน เอานี่ไปสิ ให้ยืม” 
ในขณะที่ผมกำลังแอบขโมยรอยยิ้มของเธออยู่นั้น 
สาวผมแกะก็หยิบร่มสีฟ้าคันหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเป้ของเธอแล้วยื่นให้ 
แต่ผมปฏิเสธเธอ

“เอาไปเถอะค่ะ หนูไม่ค่อยชอบสีฟ้า” 
“ทีหลังรู้ว่าตัวเองไม่ชอบฝนก็หัดพกร่มด้วยนะ”
 
“ขอบใจนะ” ผมเลยตอบกลับไป เธอแค่หันกลับมายิ้มให้ผมและวิ่งออกไป
 
หลังจากวันนั้น ทุกอย่างได้กลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำอันแสนหวานที่ผมยังคงคิดถึงอยู่ 
ผมมองไปที่ร่มสีฟ้าที่แขวนอยู่ในห้อง 
ตอนนี้ผมชักจะไม่ชอบสีฟ้าแล้วสิ 
ผมอยากจะเอามันไปคืนให้เจ้าของ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปคืนได้ที่ไหน กับใคร 
อย่างน้อยให้ผมได้รู้จักชื่อเธอก็ยังดี 
ถ้าผมรู้ว่าวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน 
ผมคงกล้ามากกว่านี้

“อีกสองวันจะหน้าหนาวแล้วสินะ” 
ผมรู้สึกยังไม่อยากให้ถึงเลย 
ถึงผมจะไม่ชอบหน้าฝน แต่ตอนนี้กลับอยากให้ฝนตกเสียมากกว่า 
อย่างน้อย ถ้ามันจะทำให้ดอกไม้ในใจของผมบานได้อีกครั้ง 
Photo credit : getacover.com
SHARE
Writer
ktyn
your garden
ความรู้สึกที่พูดไม่ได้ แต่เขียนได้

Comments

Jinjuta
2 years ago
สัมผัสได้ถึงความโรแมนติก ชอบมากเลยค่ะ 😊
Reply
ktyn
2 years ago
ขอบคุณที่ชอบน้าา :)
whileuponatime
2 years ago
เราชอบ :)
Reply
ktyn
2 years ago
ขอบคุณน้าา :)
PGMs
2 years ago
อ่านแล้วหุบยิ้มไม่ได้เลยครับ : )
Reply
ktyn
2 years ago
ขอบคุณน้าาา :D