ในนามของ...ผู้แพ้

     กับความรักผมไม่เคยชนะสักครั้ง ไม่เลย ไม่มี ไม่แม้แต่จะเฉียดเข้าไปในหัวใจของใครสักคน 
มีคนเคยบอกผมว่า "คนที่กล้ารักคนอื่น ไม่ว่าจะสถานะไหน มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่เสมอ" 
ช่างน่าขันที่คำนั้นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ในความรักเสียเลย 

ผมออกเดินทางเพื่อตามหาใครสักคนที่จะมาครอบครองหัวใจดวงนี้ของผม หัวใจที่เคยแตกสลายไปแล้วหลายครั้ง  ผมแอบมองแววตาและสีหน้าของใครหลายคนที่เดินสวนกัน ผมเฝ้าถามกับตัวเองในใจว่า ผู้คนเหล่านั้น เขาเชื่อว่ารักทำให้โลกนี้หมุนไปได้จริงๆหรือ เขาเชื่อว่ารักจะสามารถถักทอเรื่องราวของชีวิตให้สวยงามเหมือนจันทราและธารดาราหรือเปล่า 

หรือเขาจะถามกับตัวเองไหมว่า 
กับความรักแล้ว กับใครสักคนแล้ว เราเกิดมาเพื่อเป็นผู้แพ้เพียงเท่านั้นใช่ไหม ?

ถ้าคำตอบคือไม่  เราไม่ได้เกิดมาเป็นผู้แพ้

อย่างนั้นแล้ว ดวงดาวก็คงไม่ได้ลอยอยู่เต็มฟ้าทุกคืน ! 
เพราะคำตอบที่ว่า ใช่, ก็คงเหมาะสำหรับผู้แพ้อย่างผม 
ผู้แพ้ที่เงยหน้ามองฟ้าที่ไร ก็มีแต่ความว่างเปล่า ไร้หมูดาว ไร้จันทรา 



"เราอาจอนุมานเอาเองว่า ความรัก เกิดขึ้นและจบลงในที่ไหนสักที่ ทว่าความจริงมันยังฝังตัวอยู่ในก้นลึกของหัวใจทุกช่วงเวลา รอคอยที่จะตื่นฟื้นขึ้นมาในวันที่เราพร้อมจะโอบกอดใครสักคน ...อย่างสุดหัวใจ"

ไอ้บ้าคนหนึ่งกล่าวไว้ว่าอย่างนั้นในสเตตัสของเขาบนเฟซบุ๊ค  

ความรักที่หลับไหลจะตื่นขึ้นมาในวันที่เราเจอใครสักคนที่ทำให้หัวใจเราพองโตงั้นหรือ หึหึ แล้วหลังจากนั้นล่ะ หลังจากที่การพองโตจนฉีกขาด หัวใจที่เกิดรอยแผลหลังจากนั้น มีใครบ้างที่อยากจะโอบกอดมันไว้ มีใครบ้างที่เห็นว่าเราใช้ความพยายามมากแค่ไหนที่จะกอบเก็บเศษเสี้ยวความแตกสลายขึ้นมาประกอบกันใหม่ มีใครบ้างที่จะมองเข้ามาในแววตาของชายหรือหญิงสักคนแล้วเห็นว่า ความโดดเดี่ยว เดียวดาย ที่สะท้อนออกมา มันทมึน และทึมเทามากเพียงไร มีใครบ้างที่จะเข้าใจความรู้สึกของผู้แพ้...ว่าการแอบปล่อยให้น้ำตาไหลทุกครั้งที่ความอ่อนแอมาเยือนมันบีบรัดหัวใจมากเท่าใด  


"โลกสวยจังพ่อคุณ !!" ผมตอบสเตตัสนั้นกลับไป 

"โลกของกู !!" ไอ้บ้านั่นตอบกลับมา

"เรื่องของมึง" ผมสวน

"เสือกเลย" มัน...



ผมพึ่งอกหัก จะว่าไป มันเป็นการอกหักจากการรักเค้าข้างเดียวเสียมากกว่า ทุกความเคลื่อนไหวของเค้าจะมีผมคอยสอดส่องอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการที่เขาไปกินข้าวกับเพื่อน ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ช่วงไหนมีความสุข ช่วงไหนมีความทุกข์ ช่วงไหนเหงา ช่วงไหนประจำเดือนมา เพราะทุกอย่างที่เป็นเธอ มันจะถูกถ่ายทอดผ่านสเตตัสของเธอในทุกเมื่อเชื่อวัน

และทุกๆวัน ผมจะคอยคุยกับเธอ เป็นที่ระบาย เป็นที่ปรึกษา เป็นไปด้วยความเต็มใจ นานวันเข้าผมเริ่มรู้ตัวว่าผมชอบผู้หญิงคนนี้ซะแล้ว ผู้หญิงเจ้าของแว่นสายตาสั้นห้าร้อย ผมสีดำออกน้ำตาลสั้นประบ่า คิ้วดกดำ ผิวสีแทน ตัวสูงประมานร้อยห้าสิบ กางเกงยีนส์และเสื้อยืดสีขาวที่เธอชอบใส่ รอยยิ้มกระชากหัวใจทุกครั้งที่ผมได้สัมผัส และที่สำคัญ มือคู่นั้นของเธอที่ยังไม่มีใครกุม 

นานวันเข้าเมื่อความรู้สึกของผมเริ่มชัดเจน ผมตัดสินใจบอกเธอไปว่า ผมชอบเธอ เธออึกอักอยู่นานกว่าจะตอบมาว่า "ขอบใจที่รู้สึกดี แต่เรายังไม่อยากมีใครตอนนี้ เราว่า เราเป็นเพื่อนกันไปแบบนี้มันยาวนานมากกว่า อีกอย่าง เราก็ไม่ได้คิดกับเธอเกินกว่าคำว่าเพื่อน"

วินาทีนั้น ใจผมลอยเคว้งไปในอากาศ พื้นที่ผมยืนอยู่เหมือนถูกกะชากออกจนผมไร้การทรงตัว จากความสุขทั้งผมดที่มีก่อนหน้านี้ถูกกลืนกินด้วยความผิดหวังจนหมดสิ้น ความรักที่ผมหยิบยื่นให้ไปถูกปัดทิ้งจนกระเด็นตกพื้นแตกละเอียด สถานที่แห่งความฝัน กลายเป็นสถานจองจำความบอบช้ำชิ้นดี โลกที่ผมคิดว่าน่าอยู่  กลับกลายเป็นโลกที่น่าเดียดฉันท์ ในทุกย่างก้าวของทุกวันเคยมีมันเพื่อใครสักคนหนึ่ง แต่แล้วก็ไม่รู้จะก้าวไปไหน จะสืบเท้าไปทีใดก็ไร้จุดหมายปลายทาง ไม่เลย ไม่คิดแม้แต่จะก้าวไปเพื่อตัวเอง...


"โอเคร อย่างนั้นก็ได้" ผมยิ้มบอกเธอ ทั้งทีในหัวใจมันหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสาย 

หลังจากนั้นเราก็คุยกันน้อยลง ผมเข้าใจดี คนเราย่อมมีเส้นขีดกันความสัมพันธ์ของคนที่จะเข้าว่าได้มากน้อยแค่ไหน และเมื่อใครคนหนึ่งก้าวล้ำเส้นนั้นมา คนเราจะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองแบบถอยห่างเพื่อรักษาความปลอดภัยทางความรู้สึกด้วยกันทั้งนั้น หากใครสามารถรักษาความสัมพันธ์แบบเดิมไว้ได้ก็ดีหน่อย แต่ส่วนมากแล้ว คนเราจะเฟดตัวออกจากสิ่งที่ไม่ปลอดภัยเสมอ อาจเป็นเธอที่ถอยไปเพราะรู้สึกว่าถูกผมใกล้เกินไป แม้ว่าความเป็นจริงหลังจากที่ผมยืนยันจะเป็นเพื่อนกับเหมือนเดิม เธอก็ยังรู้สึกว่าผมใกล้เกินไปอยู่ดี หรือไม่บางทีก็เป็นผมเองที่ต้องเฟดตัวออกมาเพราะยังไงเราก็รู้ตัวดีว่า เรากลับไปรู้สึกเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว 

และไม่นานเธอก็มีแฟน...
ผมเป็นผู้แพ้อย่างเป็นเอกฉันท์ ! 

จากนั้นผมก็หายตัวไปจากชีวิตของเธอเลย ไม่สิ เรียกว่าการมีอยู่หรือไม่มีอยู่ของผมนั้น คงไม่มีผลอะไรกับชีวิตของเธอเลย คงจะเหมาะกว่า ! 


ผมตัดสินใจออกเดินไกลทางเพื่อเอาความเศร้าไปผ่อนคลาย ผมไปที่โน้น ทีนี่ ทะเล ภูเขา การเดินทางของผมอาจจะคลายความเศร้าลงได้บ้าง... 

ทว่า ความคิดถึงไม่เคยหยุดทำงาน ยิ่งเวลาที่ผมเปิดแชทขึ้นมาแล้วค้างเติ่งอยู่ในกล่องข้อความอันเดิมที่เรายังอ่านเรื่องราวเดิมๆก่อนหน้านั้นอยู่คนเดียวมันเศร้าใจแค่ไหน ผมเหงาทุกครั้งเวลาที่ย้อนมองกลับแล้วมีคำหนึ่งคำที่ชัดเจนขึ้นมาย้ำกับตัวเองว่าไม่มีอีกแล้ว ผมแอบปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆเมื่อมองเห็นว่าเธอกับเขามีความกันสุขมากแค่ไหน แม้ในใจผมจะยินดีอย่างสุดซึ้งที่เห็นเธอกับเขามีความสุข แต่ที่น้ำตามันไหลผมก็ตอบไม่ได้ว่าเพราะเหตุใด คงเป็นความเสียใจกระมังที่เขาคนนั้นไม่ใช่เรา 



วันนี้ผมกลับมาต่อสู้กับชีวิตตัวเองอีกครั้ง หลังจากการเดินทางสิ้นสุดลง 

"เดินทางเป็นไงบ้างมึง" ไอ้บ้าเพื่อนผม ที่ด่าผมว่าเสือกกล่าวขึ้นหลังจากที่มันยกแก้วเบียร์ขึ้นมาจิบอย่างละเมียดละไม หน้าตาและรอยยิ้มพริ้วไหวไปตามเสียงเพลงที่กำลังขับขาน

"ก็โอเคดี ไปเรียนรู้โลกกว้าง" ผมตอบขณะวางแก้วเบียร์ที่พึ่งกระดกไปเฮือกใหญ่ 

"อยู่เฉยๆก็ไปเที่ยวคนเดียว ไม่ชงไม่ชวน มีปัญหาอะไรหรือเปล่าวะ ปกติมึงจะชอบไปเฮฮาเป็นหมู่ขณะนี่หว่า" 

"กูแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ"   

"มึงอกหักป่ะเนี้ย แบบเอารักไปทิ้ง เอาความเสียใจไปลอยกับสายน้ำ ไปฟังเสี่ยงคลื่นกระซิบ ซู่ๆ"

"มึงเขียนนิยายมากไปจนคิดว่ากูจะไปทำอย่างนั้นเหรอ ไอ้ห่ากูแค่อยากลองเฉยๆ" 

"เออๆ ไม่เซ้าซี้ก็ได้" มันยักคิ้วหลิวตา

"กูถามอะไรมึงหน่อยได้ไหม"

"ถามเยอะๆก็ได้"

"ในเรื่อง 'กระถางดอกไม้ของเพื่อน(ใครทำเธอช้ำฉันจะปักชำเธอเอง)' ที่มึงเขียนมันมีประโยคหนึ่งที่มึงบอก่า 'คนที่กล้ารักคนอื่น ไม่ว่าจะสถานะไหน มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่เสมอ' มึงคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอวะ"

"อือ" มันตอบสั้นๆ จนผมต้องมองหน้ามันด้วยสายตาจริงจังเผื่อขอคำอธิบายเพิ่ม 

"คิดงั้นจริงๆ" มันผูดต่อ "บางคนรู้ตัวอยู่ว่า รักเขาข้างเดียว บางคนรู้ตัวว่า รักนั้นอาจเป็นไปไม่ได้ บางคนรู้ตัวเดินเข้ามาผิดจังหวะ บางคนรู้ตัวว่า ยังรักและจะรัก แม้จะเจ็บ คิดดูสิ คนพวกนั้นเขาต้องใช้ทั้งความกล้าหาญและความเจ็บปวดของหัวใจเท่าไหร่เพื่อแลกกับการตกหลุมรัก แล้วอย่างนี้จะให้กูหาคำไหนมาแทนคำว่าหัวใจที่ยิ่งใหญ่ได้" มันเว้นวรรค หยุดคิด ส่ายหัว แล้วพูดออกมาว่า "หาไม่ได้ ไม่มี แต่ความรักมันคนล่ะเรื่องกับการไปแย่งของๆคนอื่นนะ"

"แล้วมึงเคยแย่งของของคนอื่นปะวะ" ผมถามต่อ

"เท่าที่รู้ กูคุยกับคนที่เขายังไม่มีเจ้าของว่ะ" มันตอบก่อนจะขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ ยังเป็นคนที่มีความลับเยอะไม่มีเปลี่ยน 


"โทษที พอดีแม่เริ่มตาม ฮ่าๆๆๆ" มันบอกขณะเดินกลับเข้ามา 
"ปกติแม่มึงปล่อยนิหว่า"
"แต่นี่ไม่ปกติเพราะเป็นแม่ทูนหัว ฮ่าๆๆๆ" 

"เออว่าจะถามอยู่ เห็นในเฟสมึงหวานเชียวนะกับแฟน ไปอ่อยเขาอีท่าไหนล่ะ"

"หนุมานขย่มต่อมั้งสาดดด มึงก็ถามซะ อ่อยเอ่ยอะไร แค่คุยกันแล้วคลิก เคมีมันได้ ใจมันเรียกร้อง สองฝ่ายเห็นพร้องต้องกัน ทางฝันแห่งรักก็บรรเจิด" มาดนักเขียนในการตอบคำถามของมัน 
 
"แล้วมีความสุขกันดีไหม" ผมถามแบบเบือนหน้าหนี 

"ก็ดีนะ ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ แต่ก็โอเค ว่างๆเดี่ยวพามาเจอ" 

"ขนาดนั้นเลย ว่าแต่เค้าเป็นคนยังไง" 

"นี่มึงหึงกุปะเนี้ย แอบรักกูเปล่าสาดด อ๊ายยตัวเองเค้าไม่ใช่สายเหลืองนะฮ้า" น้ำเสียงตอแหลกวนๆของมัน 

"มึงนี่ก็ แค่อยากรู้เฉยๆพอดีหาแฟนไม่ได้ ฮ่าๆ"

"อืมมม" มันคิดสักพักก่อนจะหยิบไดอารี่ในกระเป๋าออกมา "เล่มนี้กูเขียนถึงมัน แต่กูไม่อ่านให้มึงฟังหรอกนะ กูแค่อยากจะบอกว่า เค้ามีทั้งนิสัยดีและไม่ดี ที่ดีก็ดีไป ที่ไม่ดีก็ยอมรับและหาทางออกด้วยกันทั้งคู่ เพราะกูก็มีส่วนดีและไม่ดี แต่กูชอบนะเวลาอยู่กับมัน ชอบกอดจากด้านหลัง ชอบพูดจาหวานๆ ตัวเอง ที่ร๊าาาากกก อะไรประมาณนั้นแหละ ส่วนมันเป็นคนอย่างไงเหรอ มันก็จะเป็นผู้หญิงที่แบบว่า พูดทุกอย่างที่รู้สึก ร้อนก็บอกร้อน หนาวก็บอกหนาว อยากนอนตักก็นอนตัก อยากบอกรักก็บอกรัก อยากบอกคิดถึงก็บอกคิดถึง หลายๆอย่าง บางทีมันเหนื่อยจากงานก็บอกของบ่นหน่อย อยากเม้าท์ใครให้กูฟังก็พูดจ้อไม่หยุด เป็นผู้หญิงแมนๆแต่งตัวธรรมดา หัวเราะง่าย บ่นง่าย ร้องให้ง่าย และงอนง่าย ฮ่าๆ แต่ที่สำคัญ เห็นจะเป็นความรักที่เค้ามีให้กูคือมันชัดเจนว่ากูคือส่วนหนึ่งของชีวิตของหัวใจเค้า อันนั้นแหละที่กูมอบทั้งหัวใจให้ผู้หญิงคนนี้"


"ก็ดูน่ารักดี ฟังแล้วอิจฉา" 

"ว่าแต่มึง ไม่หาแฟนสักที ไม่เห็นจะบอกเพื่อนว่าคุยกับคนโน้น คนนี้ แอบรักแอบชอบใครอยู่ ดูความลับเรื่องนี้ของมึงจะเก็บงำมันไว้คนเดียวนะเนี้ย"

"เรื่องมันเศร้า แฟนก็อยากมี แต่ติดตรงที่เขาไม่เอากู บางที่ไปชอบเขาฝ่ายเดียว บางทีไปรักเขาฝ่ายเดียว วนเวียนอยู่แต่ยังงี้แหละเพื่อนเอ่ย เหมือนกับว่า ชีวิตนี้แม่งเกิดมาเพื่อเป็นผู้แพ้เลยวะ"

"ผู้แพ้มันนิยามของคนขี้ขลาดนะเว้ย ขี่ขลาดที่หมายความว่า พอความรักบินหนี พอความรักไม่ฝักฝ่าย พอใครสักคนไม่สนใจ เราก็เหมารวมว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่เป็นที่รักพอ ไม่เป็นที่ต้องการพอ หรือที่มึงบอกตัวเองว่า เกิดมาเป็นผู้แพ้ อ่ะแหละ คนเราจะเป็นผู้แพ้จริงๆก็ต่อเมื่อคิดว่าเราแพ้แล้ว เราไม่รู้สู้แล้ว เรายอมแล้ว"

"มึงจะเข้าใจอะไรในเมื่อมึงเป็นผู้ชนะ"

"ผู้ชนะอะไรวะ"

"กูหมายถึงมึงมีแฟน"

"ไม่เกี่ยวเลย ความรักน่ะ ไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะหรอก มีแต่คนที่ใช่ กับคนที่ไม่ใช่ และอีกอย่างอย่างดึงเอาการแข่งขันแพ้ชนะบ้าบออะไรมาผูกติดกับความรักเลยมึง ความรักนะมันเป็นเรื่องของคนๆเดียว แต่ชีวิตคู่มันเป็นเรื่องของคนสองคน เมื่อความรักของคนๆหนึ่งเดินทางมาเจอความรักจากอีกคนๆหนึ่ง นั่นเขาเรียกกันว่า รักกัน แต่ถ้าความรักของคนๆหนึ่งเดินทางมาเจอความโดดเดี่ยวเพราะอีกคนๆหนึ่งไม่มีความรักตอบกลับ นั่นที่เขาเรียกกันว่า รักข้างเดียว ไม่มีแพ้ ไม่มีชนะ จะมีก็แต่ความรัก ความรัก และความรัก ซึ่งมันอยู่ที่ว่า ความรักของแต่ล่ะคนนั้น มันเดินทางไปเจอความรักที่มีเคมีตรงกันหรือเปล่า ก็แค่นั้นแหละเพื่อน"

"นี่คำวิจัยจากสำนักไหน"

"ไม่ใช่คำวิจัยอะไรทั้งนั้นแหละมึง แค่ความคิดเห็นส่วนตัวของกู ซึ่งมึงฟังแล้วปล่อยผ่านไปก็ได้ เพราะมันก็เป็นเพียงคำพูดของชายธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ต้องใส่ใจอะไรมากมายสักกะนิ๊ดดดดด 
     อีกอย่าง มึงก็น่าจะรู้ว่ากูก็เคยผิดหวังจากรักมาเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีสักครั้งที่กูจะคิดว่าตัวเอง ต่ำต้อย เหลือต้องลดทอนคุณค่าของตัวเองลงเพียงเพราะใครสักคนทิ้งเราไว้ ชีวิตเราหลายครั้งมันก็ตลกร้าย รสชาติของชีวิต มันไม่ได้หวานตลอดไป หรือขมตลอดไป เหมือนกับเรานั่งเรือไปในสายน้ำใหญ่ที่ไม่รู้จัก บางช่วงกระแสน้ำพาเราไปแบบเร็วจี๋ บางช่วงพาเราไปอย่างแช่มช่า บางช่วงทัศนียภาพงามตา บางช่วงทัศนียภาพงามใจ ไม่มีอะไรที่เป็นดั่งใจเราหวังทุกอย่างหรอก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ความผิดหวังความไม่ได้ดั่งใจเกิดขึ้นกับเรา มันก็อยู่ที่เรามีทัศนคตินึกคิดต่อสิ่งนั้นอย่างไง นั่นแหละที่สำคัญ"


ชายตรงหน้าส่งรอยยิ้มมาให้ผม หลังจากร่ายจบ

ไม่มีแพ้ ไม่มีชนะงั้นหรือ แต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่าชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า เขาชนะผมทุกกระบวนท่าเลย ทั้งความคิด ทัศนคติ และที่สำคัญ ชนะใจผมด้วย ผมมองหน้ามันขณะที่กำลังละเมียดละไมอยู่กับความสุนทรีย์ของการดื่มเบียร์อยู่นี้ ดูเป็นชายที่มีความสุขเหลือเกิน ซึ่งผมก็ยังคงเป็นแบบมันไม่ได้ ผมหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาแล้วกระดกไปอีกอึกใหญ่ ก่อนจะเห็นว่ามันกวักมือเรียกใครสักคนเข้ามา 


ผู้หญิงเจ้าของแว่นสายตาสั้นห้าร้อย ผมสีดำออกน้ำตาลสั้นประบ่า คิ้วดกดำ ผิวสีแทน ตัวสูงประมานร้อยห้าสิบ วันนี้เธอก็ยังใส่กางเกงยีนส์และเสื้อยืดสีขาวที่เธอชอบเหมือนเดิม 


"เอ้ยมึง นี่ ถา แฟนกุเอง" มันแนะเธอให้ผมรู้จัก หญิงสาวหันมาสบตากับผม พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย ซึ่งแตกต่างจากผมที่ตกใจ ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะพูดคุย จะมอง จะสัมผัสห้องอารมณืต่อจากนี้ยังไง 

"อึ้งดิมึง เงียบเชียว ตัวจรงน่ารักล่ะซี่ เออนี่ ถา นี่ภู เพื่อนเค้าเอง" เธอยิ้มให้ผม แต่ผมก็ดูออกว่าเป็นร้อยยิ้มเจือนๆ ผมยิ้มกลับกล่าวทักทาย ก่อนเธอจะนั่งลงข้างเพื่อนผม โดยมีผมนั่งมองความหวานของทั่งคู่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ 

ใจผมเต้นไม่เป็นจังหว่ะ มันจุก จุกที่แผลยังไม่หายดีแต่กลับมาเห็นภาพตรงหน้า คนหนึ่งเป็นเพื่อน คนหนึ่งเป็นผู้หญิงที่ผมหลงรัก และยังไม่รู้จะตัดใจยังไง 


ผมแอบมองมือของทั้งคู่
คืนนี้มันชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วว่า มือคู่นั้นของเธอถูกใครสักคนที่เหมาะสม ที่เธอรักกุมมันเรียบร้อย

"ดาวคืนนี้สวยจัง ตัวเองดูสิ" เพื่อนผมบอกกับแฟนมัน ก่อนจะหันไปหยิบอะไรในกระเป๋าออกมา "ลมหนาวเริ่มมาแล้ว นี่ผ้าพันคอเค้าแอบไปทักมาเองด้วยแหละ มามะ เค้าลองใส่ให้" 

"รู้ได้ไงว่าเราชอบสีบานเย็น" เธอถามเขา

"ไม่รู้สิแปลก" เพื่อนผมยิ้มตอบ 



ผมมองขึ้นไปบนฝ้าที่เพื่อนผมมันบอกว่า ดาวคืนนี้สวยจัง....



ผมจ้องมันอีกครั้ง ไม่เห็นอะไร ไม่เห็นดวงดาว ไม่เห็นจันทรา

เห็นเพียงแต่ความพร่ามัว.... 
จากนั้นผมก็บังคับให้สิ่งที่กำลังไหลออกมา ไหลย้อมกลับเข้าไปที่เดิม 

  
 

 




 

  #แด่คนที่เคยอยู่ในจุดนี้ 
SHARE
Writer
McPITCH
ธารดารา
มันอยู่ที่ว่าคุณอ่านเรื่องของผมแล้วนึกถึงใคร

Comments

Decmber
4 years ago
อย่างน้อยหัวใจก็ได้ทำหน้าที่ของมันในการรักใครสักคน
Reply
McPITCH
4 years ago
:)
StarJourney
4 years ago
จุกมาก เป็นเรื่องที่ตรงมากๆ

เราเข้าใจนะ มันเป็นความรู้สึกที่แบบทำอะไรไม่ถูก จะร้องก็ไม่ได้ จะยินดีก็ยินดีไม่ออก

โดนเขาปฏิเสธว่าแย่แล้ว
เพื่อนเป็นแฟนคนที่เราชอบยิ่งแย่กว่า

เรื่องนี้คงต้องขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เรามาเจอเรื่องดีๆแบบนี้ :)
Reply
McPITCH
4 years ago
ขอบคุณที่แวะมาอ่านคราบบบ :)
domperidone
4 years ago
บางที่แค่ได้รัก อาจจะเป็นผลดีต่อ หัวใจของเราและหัวใจของเขา มากกว่า
Reply
McPITCH
4 years ago
:)
Friday9
4 years ago
คนบางคนก็เข้ามาเพื่อให้เรารู้ว่าหัวใจเรายังใช้งานได้อยู่แล้วก็จากไป..... เขียนได้เศร้าจังฮือออออ
Reply
McPITCH
4 years ago
ฮืออออ
Poyluang
4 years ago
มันส์จังคุณ เฮ้ยนี่แหละเจ๋ง เราเขียนรักขนาดนี้ไม่ได้หรอกถ้าเราไม่อินกับมันจริงๆ นี่แหละสนุก เจ็บแล้วมันแตกสลาย มันส์ก็มันส์ดีน้า ^^ 555 เราก็เป็น. แล้วเราก็ฟังมันทำลายเรา แต่เรายังไม่ตายว่ะ. ครั้งหน้าจะโดดสูงกว่านี้อีก.เอาให้เป็นเสี่ยงๆ รักอาจทำให้ใครตายแต่กูจะไม่ตายว่ะ. อะไรแบบนั้น
Reply
McPITCH
4 years ago
คอมเม้นท์มันม๊ากกก อ่านแล้วรับรู้ถึงสิ่งที่ฆ่ากูไม่ได้555