ความเป็นไป(แทบ)ไม่ได้ของมนุษย์โลก
คุณจะลำบากมากขนาดไหน .......... 
หากมีคนอีกเจ็ดพันล้านคนกำลังแย่งชิงในสิ่งๆเดียวกับคุณอยู่ ? ........

คงไม่ต่างจาก "นรก" ตามอุดมคติที่เคยจินตนาการไว้เลยใช่ไหมล่ะ และก่อนที่จะคิดภาพมากไปกว่านี้ คงต้องบอกไว้เลยว่า มันเกิดขึ้นแล้ว.........

ตัวเลขปัจจุบันของประชากรโลกวิ่งไปวิ่งมาอยู่ที่
 
7,400,000,000และสิ่งที่ประชากรทั้งเจ็ดพันล้านคนต่างต้องการนั้นก็ คือ "ทรัพยากร" ที่เราต่างรู้กันดีอยู่เสมอว่าส่วนใหญ่แล้วที่เรามีอยู่ในมือตอนนี้นั้น "ใช้แล้วหมดไป" แทบทั้งสิ้น เริ่มต้นตั้งแต่น้ำมัน ไปจนถึงอาหาร..........

บางคนอาจเกิดคำถามและการถกเถียงขึ้นในใจ ว่า "อาหาร" นั้นสามารถผลิตขึ้นมาใหม่ได้ และใช้เวลาไม่ยาวนานพอ ที่จะเทียบกับ "น้ำมัน" ที่เป็นพลังงานฟอลซิลในการสร้างขึ้นใหม่ยาวนานกว่าหลายล้านปีได้ นี่ไม่นับว่ามันต้องมีสภาวะแล้วส่วนผสมที่ลงตัวอีกนะ..............

จะบอกให้ว่ามันแทบจะไม่ต่างจากอาหารเลย.........

ไม่เชื่อก็ลองถามตัวเองกลับสิ ว่าปัจจุบันเราเองกินอาหารที่มีความเรียบง่าย และผลิตเองได้มากขนาดไหนในชีวิตประจำวัน ? ..........
..
.
เริ่มต้นที่มื้อเช้าแสนเรียบง่าย กาแฟหนึ่งแก้ว ขนมปังปิ้งทาแยมสัปปะรด อาจมีจานของคาวที่ประกอบด้วย ไข่ดาว ไส้กรอก แฮม เติมเต็มด้วยซอสมะเขือเทศ มื้อกลางวัน อาจง่ายๆและเร่งรีบแต่ขอสไตล์ยุโรปในแล้วกันให้ตามความพิเศษเหมือนกับมื้อเช้า จัดไปเบอร์เกอร์เนื้อชิ้นใหญ่ ตบด้วยกาแฟสตาร์บัคถือเข้าที่ทำงานจะได้ดูดีนิดนึง แล้วลงทุนอย่างหนักหน่วงในมื้อเย็นด้วยสเต็กชิ้นใหญ่กับเบียร์ดีๆให้ได้ช่ำใจสักแก้ว คุณจะบอกว่าทั้งหมดนั้นผลิตได้ในวันเดียว ? ..........

คงไม่ต้องรู้สึกผิดมากไปหรอกครับ มันเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับคนทุกคนในสังคมของยุคทุนนิยมแบบนี้ครับ การทำงานอันหนักหนาหรือการเรียนที่หนักสมองจำเป็นต้องมีการให้แรงจูงใจกับการที่คิดว่า "เย็นนี้กินอะไรดี" ............

อันที่จริงมันไม่ใช่จุดประสงค์ของเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ ที่จะทำให้คนอ่านต้องมารู้สึกผิดว่าเราบริโภคทรัพยากรมากเกินไปหรือเปล่า?..........

คำถามสำคัญของเรื่องนี้ก็มีเพียงว่า "เราอยู่กันอย่างไร ในโลกที่มีความต้องการกว่าเจ็ดพันล้านความต้องการ? " ............

ระบบประชาธิปไตยออกแบบมาเพื่อให้คนกว่าล้านคนมีส่วนร่วมจริงๆ เหรอ? ระบบคอมมิวนิสสามารถจัดการทรัพยากรให้เข้าถึงคนทุกคนได้อย่างเท่าเทียมกันจริง เหรอ? ระบบทุนนิยมช่วยให้เราใช้ต้นทุนให้น้อยที่สุดเพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด จริงๆ เหรอ? แล้วเศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องที่นายทุนรู้ดีมากกว่าชาวนาชาวไร่ที่เป็นผู้ผลิตจริงๆ เหรอ? ............
คำถามพ่วงเหล่านี้ไม่สามารถตอบได้จริงๆ อย่างในแน่ชัดแน่นอนในเร็วๆนี้ แต่หากเราตั้งข้อสังเกตบิดมุมมองเสียใหม่ แล้วเริ่มตั้งคำถามกับการออกแบบชีวิตของเราให้เป็นไปตามการตั้งคำถามปัญหาระดับองค์การใหญ่ของโลกถึง "วิกฤตการณ์ขาดแคลนอาหาร" ว่าเราจะทำอะไรให้เกิดการใช้ชีวิตที่ยังคงมีคุณภาพแต่ยั่งยืนมากที่สุด ? .......

ตราบใดที่เรายังคงมียอดของพีระมิดอยู่ เราก็ยังคงต้องการฐานของพีระมิดอยู่ คุณไม่สามารถแก้ปัญหาของระบบเศรษฐกิจที่มีทุนนิยมเป็นกระแสหลัก ในสเกลที่จะทำให้คนทั้งเจ็ดพันล้านคนเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างเท่าเทียบได้.........

หากคุณสมมุติให้ทั้งเจ็ดพันล้านคนเข้าถึงทรัพยากรได้เป็น 1:1 อย่างโคตรจะเท่าเทียม นั่นเท่ากับว่าคุณได้ทำลายโลกนี้ลงโดยสมบูรณ์แล้ว..........
หากคุณสมมุติให้เกิดไวรัสล้างโลกมหาประลัย ดับชีวิตคนไปจนเหลือเพียงเจ็ดร้อยล้านคน ที่อาจเคยเป็นมาเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่าน นั่นเท่ากับ 1:1,000 หรือก็คือนับหัวไปหนึ่งพันแล้วเป่าขมับคนที่หนึ่งพันทันที และนั่นอาจดันเป็นคนสำคัญๆ ฉลาดๆ หรือดูมีคุณค่ามากกว่าที่นับมาเก้าร้อยเก้าสิบเก้ารวมเสียอีก เอาล่ะทีนี้ สูญญากาศทางการเมืองการปกครอง การจัดการ การเงิน ศาสนา และอื่นๆอีกมากมายคงมาถึงจริงๆ........... 

หรือจะกลับมาคิดแบบเบสิคหน่อย เคยกินน้ำพริกผักต้มกันไหม? เคยต้องตกปลากินเองกันไหม? แล้วเคยตัดต้นไม้สร้างบ้านเองกันดูไหม? ...........

บางทีบางครั้ง ไอ้ตอนที่เราเองมองว่ามันลำบากแสนสาหัสนั้น มันอาจจะดีที่สุดและยั่งยืนที่สุดต่อมนุษยชาติแล้วก็ได้............


ในขณะที่ทรัพยากรบนโลกลดน้อยลงอย่างเร็ว ปริมาณประชากรและความต้องการของมนุษย์แต่ละคนดันเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่เดิมซะอย่างงั้น.......... 
SHARE

Comments