Hold hand
เวลาสามทุ่มกว่าๆ
เป็นช่วงเวลาที่บนเกาะเริ่มสงบ ผู้คนเริ่มกลับเข้าสู่ที่พักของตน อาจมีบางส่วนที่อยู่ริมหาด หรือตามร้านอาหาร แต่ก้เป็นส่วนน้อยเหลือเกิน 
ยิ่งในช่วงโลวซีซั่นอย่างช่วงหน้าฝนแบบนี้ เกาะยิ่งเงียบเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะ ช่วงกลางและท้ายของเกาะ 

แต่ความมืดและค่อนข้างร้างคน ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อเราสองคนในการทำตามใจชอบเลยแม้แต่น้อย 

เราตัดสินใจที่จะเดินจากทีพัก ไปที่ชายหาดที่อยู่ท้ายเกาะ ซึ่งไม่ไกลจากที่พักของเรามาก 

ออกไปเดินเล่นกินลมทะเลช่วงดึกๆก้เป็นความคิดที่ไม่เลวนะ ว่ามั้ย? 

ฉันชอบกลางคืน 
ฉันชอบลมทะเล
ฉันชอบเดินเล่น
และแหงล่ะ...
ฉันชอบอยู่กับเขา

ฉันตอบรับแผนเดินไปชายหาดยามดึกของเขาแบบไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ 

เราเปิดแผนที่ในโทรศัพท์ หาทิศและเส้นทางที่คิดว่าจะไปได้ง่ายและใกล้ที่สุด 
เดินออกจากที่พัก มาสู่ถนนหลักบนเกาะ เช็คเส้นทางจากแอพพลิเคชั่นอีกรอบ แล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าไปเหมือนเดิม เพราะแบตฯเหลือน้อยเต็มที ควรจะเก็บไว้เผื่อยามฉุกเฉินมากกว่า

เราเดิมตามถนนหลักไปเรื่อยๆ ตามทิศทางที่ระบุในแผนที่ เดินไปเรื่อยๆใต้แสงของแนวหลอดไฟที่ส่องถนน 

เราเดินตรงไปเรื่อย จนเดินมาถึงเสาไฟต้นสุดท้าย ถนนยังทอดยาวต่อไปตามเส้นทางที่ระบุไว้ในแผนที่ แต่แสงไฟที่ส่องถนนนั้นหมดลงที่เสาไฟต้นนี้ เบื้องหน้าของเราเป็นเพียงทางมืดๆ 

...มืดสนิท 

สองข้างทางเป็นต้นไม้และพุ่มไม้ ไร้แสงจากหลอดไฟหรือสิ่งใดๆ มืดจนเหมือนกับเอาผ้าสีดำมาขึงไว้ สิ่งเดียวที่ส่องแสงให้เราเห็นอยู่เบื้องหน้าคือ ดวงดาว แต่มันก้สว่างไม่พอที่จะส่องลงมายังพื้นถนนให้เรามองเห็นอะไรๆได้ชัด 

เขายื่นมือมาจับมือของฉันไว้ ขณะที่เรายังเดินต่อไปในความเร็วเท่าเดิม มันเป็นเรื่องปรกติสำหรับเราที่จะเดินจับมือกัน ฉันไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับการจับมือของเขามากมายนักหรอก ก้แค่ไม่ให้คลาดกันในความมืดเท่านั้น


เราเดินไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่จะถึงชายหาด ข้างหน้าเป็นทางมืดสนิท แม้สายตาของเราจะปรับให้มองในความมืดได้ดีขึ้น แต่ก้ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ข้างหน้ามีแค่ถนน และต้นไม้รกสองข้างทางและความมืด


ความรู้สึกกังวลอะไรบางอย่างเริ่มเข้ามาในหัว
ฉันหันหลังไปมองด้านหลังทุก3นาที ตั้งใจฟังเสียงใดๆก้ตามที่อาจจะดังขึ้นรอบๆตัวเราในทุกวินาทีถัดไป ขณะที่เขา ยังคงคุยจ้อ เล่าเรื่องราวต่างๆไปอย่างปรกติ ฉันกลับเริ่มรุกรี้ รุกรน เพราะถนนช่างไกลและมืดเสียเหลือเกิน ฉันเริ่มจะกลัวขึ้นมาจริงๆ

!!!

ลมแรงกว่าปรกติเล็กน้อยพัดผ่านทำให้ใบไม้เสียดสีกันจนเสียงดังขึ้นกว่าปรกติ ฉันแอบสะดุ้งเล็กๆ เผลอบีบมือคนข้างๆเสียแน่น

"กลัวเหรอ?"
เขาหันมาถามด้วยน้ำเสียงปรกติค่อนไปทางเป็นห่วงเป็นใย

"อืม ก็นิดนึง... มันมืดเกินไปหน่อย แล้วรอบข้างก้ดูเหมือนจะเป็นป่าฉันเลยกังวล"
ฉันตอบ น้ำเสียงเป็นกังวลอย่างชัดเจนแบบไม่ต้องสงสัย

"ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องกลัว แถวนี้คงไม่อันตรายอะไร คงไม่มีสัตว์ร้ายอะไรโผล่มาตอนนี้ ถึงจะมีแต่ต้นไม้รอบๆ แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะมีสัตว์ป่าอะไรบนเกาะเล็กๆแบบนี้หรอก ไม่ต้องกังวลนะ"
เขาว่าพลางขยับมือเพื่อสอดประสานนิ้วมือของเขากับมือของฉัน เพื่อให้จับมือกันได้กระชับมากยิ่งขึ้น 

ฉันก้ไม่คิดว่าจะมีสัตว์อะไรแถวนี้หรอก ที่ฉันกลัวมากกว่าคือคนเถอะ ในหัวฉันเผลอคิดถึงแต่เรื่องร้ายๆเต็มไปหมด กลัวจะมีคนโผล่มาจากข้างทาง ปล้นพวกเรา หรือไม่ก้มีแก๊งวัยรุ่น อาจจะพยายามฉุดฉัน หรือทำร้ายเขาอะไรแบบนั้น ฉันนี่คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ยิ่งคิดก้ยิ่งกังวล กลัวจะเกิดขึ้นมาจริงๆ ยิ่งในที่มืดและเปลี่ยวขนาดนี้ ถ้าเกิดเรื่องร้ายขึ้น จะเรียกขอความช่วยเหลือคงไม่เป็นผล

"ฉันไม่ได้กลัวสัตว์หรอก ฉันกลัวคนมากกว่า" 
ฉันตอบไปตามที่คิด ไม่ค่อยจะสบายใจจริงๆนั่นแหละ 

"อืมม มันก้อาจเป็นไปได้ที่จะมีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นนะ... แต่ฉันว่า คงไม่มีหรอก ในนี้มีแต่นักท่องเที่ยวที่ก้คงไม่คิดจะทำเรื่องแบบนั้น กับคนท้องที่ซึ่งเขาก้คงจะไม่ทำเรื่องอะไรแบบนั้นในเกาะเล็กๆนี่ เพราะเสี่ยงที่จะโดนจับได้มากเกินไป หนีออกจากเกาะก่อนคนจะรู้หรือจับได้คงไม่ทันแน่ เพราะงั้น ฉันว่าเธอไม่ต้องกังวลไปหรอก" 
เขาตอบเสียงมั่นใจ ฉันก้ไม่ค่อยอยากจะเชื่อความมั่นอกมั่นใจของเขาซักเท่าไหร่ แต่ก้รู้สึกว่า สิ่งที่เขาพูดมันก้สมเหตุสมผลดีเหมือนกัน จริงๆ ฉันไม่จำเป็นต้องกลัวขนาดนั้นเลย 

.
.
.

"อีกอย่างนะ..."
เขาเอ่ยขึ้นอีกระหว่างที่ฉันยังเดินจับมือเขาไปเงียบๆ
"อย่างน้อยฉันก้อยู่นี่กับเธอ เสียงฉันค่อนข้างต่ำนะ และคนส่วนใหญ่ก้มักจะคิดว่าคนเสียงต่ำคือคนตัวใหญ่และแข็งแรง ถ้าพวกนั้นคิดจะทำอะไร อย่างน้อยก้ต้องเกรงใจเสียงต่ำๆของฉันบ้างล่ะ" 
เขาพูดกึ่งจริงจังกึ่งล้อเล่น 

"ฮ่ะๆๆๆๆ ก้ไม่แน่หรอกน่า"
ฉันหัวเราะเบาๆ ความกังวลเริ่มคลายไปแล้ว 

"ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันอยู่ข้างๆเธอนี่แล้วไง"
เขากระชับมือข้างที่จับมือฉันไว้อยู่อีกเล็กน้อย

"อือ" 
ฉันเองก้จับมือเขาแน่นขึ้นอีกนิดเหมือนกัน 


ความรู้สึกปลอดภัยเข้าแทนที่ความกังวล ฉันไม่จำเป็นต้องกังวลเลย อย่างน้อยฉันก้อยู่กับเขา ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ เราคงพอจะทำอะไรกันได้บ้างแหละ เขาน่าจะปกป้องฉันได้จริงๆ อย่างน้อยที่สุดก้ทำให้ฉันสงบลงจากความกลัวได้ล่ะนะ :)


คืนนั้นเราเดินจับมือกันแน่นจนถึงริมชายหาด ในความมืดมิดภายใต้เพียงแสงเล็กๆของดวงดาวทั้งหลายบนฟ้า 

ฉันไม่เคยรู้สึกว่าการจับมือนั้นพิเศษอะไรมากมายเลย จนกระทั่งวันนี้ วันที่ฉันได้รับความรู้สึกอบอุ่น แข็งแรง เหมือนได้รับการปกป้องจากเขา แม้เป็นเพียงการจับมือ แต่มันทำให้ฉันรู้สึก อบอุ่น ปลอดภัย และสบายใจขึ้นมากเหลือเกิน 

ที่มีใครซักคนเคยพูดไว้ว่า 
" สิ่งใดในโลกนี้จะเทียบกับความรู้สึกสบายใจและความรู้สึกปลอดภัยจากการที่ใครซักคนจับมือคุณไว้อยู่ นั้นไม่มีอีกแล้ว "
คงจะเป็นเรื่องจริง

อย่างน้อย ก้จริงมากๆสำหรับฉันคนนึงละนะ :) 


SHARE
Written in this book
me
ฉันเอง นี่ฉันเอง เป็นฉันเอง เรื่องของฉันเอง :)
Writer
gade382
𝑺𝒖𝒏-𝑩𝒍𝒆𝒔𝒔𝒆𝒅 𝑮𝒊𝒓𝒍
former Role name : Ultimate•Sad•Girl. Completely unemotional or too emotional, choose one.

Comments