แว่นน้อย : หลงป่าอเมซอน 1


          "แว่นน้อย" . . . เราเรียกตัวเองอย่างนั้น ความสั้น 450บนดวงตากลมโตของเรา ทำให้แว่นเป็นสิ่งจำเป็นในการมองโลกกว้าง เราน่ารักในวัยภาษา 8ขวบปี พลังทำลายระดับ 7.1ริกเตอร์เมื่อเรากรี๊ดดดดดในสิ่งที่ไม่สมใจปอง เราคิดว่าดวงตาเราปล่อยเลเซอร์ความร้อนระดับ 2000 เคลวินได้ตั้งแต่เกิด แต่แล้วจนวันนี้เรายังมีแค่น้ำไหลออกจากตาในเวลาที่เชือกผูกรองเท้าเราหลุดและเราผูกกับคืนไม่ได้ แต่สักวันเราจะต้องปล่อยแสงเลเซอร์ออกจากตาได้ รวมถึงการผูกเชือกรองเท้าด้วย เราเชื่ออย่างนั้น เพราะเราคือ . . . "แว่นน้อย"

          "ม๊าม่าบุ้ง" . . . เป็นคำพูดที่เราใช้เรียกแม่เราตั้งแต่เราใช้การสื่อสารภาษาไทยได้ แม่เราเปิดร้านขายน้ำเต้าหู้อยู่หน้าบ้าน ถุงละ 8บาท ปาท่องโก๋ 1บาท น้ำเต้าหู้แม่เรามีความอร่อยพิเศษระดับ 4ดาวมิชลิน เคยมีนักลงทุนมาขอซื้อสูตรเพื่อทำแฟรนไชส์ขายทั่วโลก ในตัวเงินระดับ12หลัก แต่แม่เราตัดสินใจปฏิเสธข้อตกลงในเวลา 0.5วินาที โดยให้เหตุผลว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้ . . . แต่เราก็แอบเห็นคอนเล็ตชั่นเครื่องเพชรของแม่มีเพิ่มมาในลินชักหัวเตียงเสมอ

          "ป๊ะป๋ามดดำ" . . . พ่อเราเอง ป๊ะป๋าเป็นครูสอนพละที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง  ป๊ะป๋าเราเป็นคนหล่อ หน้าเหมือนทาเคชิ คาเนชิโร่เลยจริงๆน่ะ แล้วยังใจดีมากมาย แอบซื้อขนมอมยิ้มให้แว่นน้อยตลอด ทุกเงินเดือนออกจะยกให้ม๊าม่าเราทุกสตางทุกแดงเสมอ เราสงสัยในตัวป๊ะป๋าเราตลอดว่าป๊ะป๋าเราอาจเป็นยอดมนุษย์ไอ้มดดำที่เคยปราบเหล่าร้ายที่โด่งดังตามหน้าข่าวออนไลน์เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว เพราะเราเคยเห็นมากับตาเลยว่า . . . พ่อเราสามารถคุยกับมดได้!!!!! 

          "เจ้าปีโป้" . . . ลูกน้องของแว่นแก้ว เป็นสัตว์สายพันธุ์หมาแซมเบอนาร์ด ตัวใหญ่มากกกกก แว่นแก้วชอบขี่หลังเจ้าปีโป้เล่นเสมอ ป๊ะป๋ามดดำเอาเจ้าปีโป้มาเลี้ยงตั้งแต่ตัวเล็กๆ แล้วบอกให้แว่นน้อยคอยเล่นกับเจ้าปีโป้ด้วย ป๊ะป๋ายังบอกอีกว่าปีโป้เป็นหมาพิเศษตัวสุดท้ายของโลก เรารับฟังป๊ะป๋าอย่างเข้าหูซ้ายแล้วก็ผ่านออกไป แต่คืนวันไหนที่ดวงจันทร์ที่อยู่บนท้องฟ้ามืดๆกลมโตเมื่อไหร่ . . . เจ้าหมาปีโป้มันจะกลายร่าง?

          เราเคยเป็นเด็กที่ไม่มั่นใจในตัวเอง แต่ตอน 5ขวบก็มีเรื่องราวให้แว่นแก้วเปลี่ยนเป็นเด็กที่มั่นใจในตัวเองขึ้นจริงๆ เมื่อเราสามคนพ่อแม่ลูกได้ตั๋วบินฟรีพักฟรีไปดูบอลโลกที่บราซิลจากฝาชาเขียว แต่แล้วเหตุการณ์ก็เกิดเมื่อเครื่องบินต้องลงฉุกเฉินในป่าอเมซอน ลุงกัปตันบอกว่าระบบไฟฟ้าขัดข้อง แล้วลุงกัปตันพูดทิ้งท้ายว่าใครรอดก็ได้บินฟรีตลอดชีพ แต่การลงจอดโดยลุงกัปตันก็นิ่มจนน้ำเต้าหู้ในแก้วของแว่นน้อยไม่หกหรือกระเด็นออกนอกแก้วแม้แต่หยดเดียว ผู้คนตกร้อยกว่าชีวิตต้องอยู่กลางป่ารอการช่วยเหลือ เราอยู่ในแคมป์เฉพาะการณ์ เราแว่นน้อยเบื่อมากที่ต้องนั่งเฉยๆ ทันใดเราก็เห็นกบ!!! เรารู้จักกบ ป๊ะป๋ามดดำชอบกินยำกบ เราเลยรู้จัก แต่กบตัวนี่สวยกว่าที่ป๊ะป๋ากิน มันมีสีเหลืองกับสีดำ เราค่อยๆเดินไปดูไกล้ๆ เจ้ากบเหลืองดำกระโดดหนี เราวิ่งตาม กระโดดอีกก็วิ่งตามอีก จนเรารู้สึกอีกที เจ้ากบหายไปแล้วพร้อมกับเราไม่รู้อยู่ไหนในป่าอเมซอน เราเคยดูสารคดีบอกว่าให้ดูดาวจะไม่หลงป่า แต่กลางวันไม่มีดาวและเราดูดาวไม่เป็น คือแว่นน้อยหลงป่าอเมซอนแล้ว!!! ตื่นเต้นจุง!!! 

          เราแว่นน้อยเดินไปเรื่อยๆ อเมซอนมีความเขียวขจีทั่วไปหมดจริงๆ อากาศร้อนอบชื่นๆ เราไม่ชอบเลย แต่มีต้นไม้และสัตว์แปลกๆบางตัวก็น่ารักบางตัวน่ากลัวให้เราเห็นและตื่นเต้นตลอด แล้วเราเห็นตัวไรก็ไม่รู้ยาวๆดำๆ มารู้ทีหลังจากเสิร์ชกูเกิลว่าเป็น"งูอนาคอนด้า!!!" สัตว์ร้ายแห่งป่าอเมซอน มันขวางทางเดินเรา? ตัวใหญ่กว่าเจ้าหมาปีโป้ของเราหลายเท่าเลย ไม่เป็นไรๆ เราเดินกลับทางเก่าก็ได้ เราหันกลับก็เจอตัวมัน จะเดินไปทางซ้ายก็เจอ ทางขวาก็เจอ เจ้างูมันล้อมเราเป็นวงกลม อ้าปากใส่แว่นน้อยด้วย เห็นแว่นน้อยเป็นอาหารแน่ๆ

"ป๊ะป๋าาาาา!!!!! ช่วยแว่นน้อยด้วย ฮือออออ"  เราตะโกนร้อง 

          เรานึกถึงคำป๊ะป๋ามดดำว่าให้มีสติ แล้วจะทำได้ทุกอย่าง แต่ตอนนี้เรารวมสติไม่ได้ เราหิวด้วย!!! หิว!!!  เจ้างูอนาคอนด้ามันก็ค่อยรัดมวนเข้ามาหาตัวแว่นน้อยช้าๆ เรากำลังถูกรัด แว่นน้อยไม่มีแรงไปขัดขืนสู้เจ้างูแล้ว แย่แน่!!!!! ใช่แล้วๆ เรามีกระติกน้ำตู้เห้าของม๊าม่า เราหันมองหาแล้วก็หยิบกระติกที่ห้อยมาเปิด ปรากฏหลอดดูด เราดูดน้ำเต้าหู้หมดกระติกเลย เรามีพลังแล้ว เราไม่หิว รวมสติๆ คิดๆ เราเข้าจับกอดตัวเจ้างู แว่นน้อยกัด กัดๆ เจ้างูค่อยๆคลายออกจากแว่นน้อย แล้วเราก็กระโดดตีลังกาออกจากวงรอบตัวมันพลางมองหาจุดอ่อน หางมันๆ หางเจ้างูอนาคอนด้า เราจับหางมันแล้ว รวมสติรวมพลัง เรามั่นใจเราทำได้ จับหางงงงง!!!!!  แล้วก็เหวี่ยงงงงง!!!!! เจ้างูอนาคอนด้าลอยสู่ท้องฟ้าหายลับไป ฮ่าาาาา งูอนาคอนด้า อ่อน!!!!!

          หลังจากจัดการเจ้างูอนาคอนด้า แว่นน้อยก็นั่งพักเหนื่อยและคิดหาวิธีกลับไปหาป๊ะป๋ากับม๊าม่า แต่ก็คิดยังไงก็คิดไม่ออก  อยู่ๆเจ้ากบเหลืองดำตัวนั้นก็กระโดดมาเกาะหัวเรา แล้วกระโดดต่อไปหยุดอยู่ข้างหน้า แล้วก็กระโดดไปเรื่อยๆเหมือนนำทางเรา แว่นน้อยก็วิ่งตามเจ้ากบไป

          จนในที่สุดเราก็เจอกับป๊ะป๋าม๊าม่าพร้อมกับหน่อยกู้ภัยมารับพวกเราพอดี  แล้วเราทั้งสามคนก็ออกจากป่าอเมซอนไปดูบอลโลก ตอนก่อนขึ้นเครื่องบินกลับ ที่สนามบินมีผู้คนพูดถึงสัตว์ในเทพนิยายที่เรียกว่ามังกร ว่าได้มีมังกรดำบินลอยผ่านสนามบินไป เกิดเป็นเรื่องราวตำนานมังกรในบราซิลเล่ากันต่อๆไป . . . แว่นน้อยยิ้มรับฟังเรื่องตำนานนี้อย่างตั้งใจ  


SHARE

Comments