"การเงินมั่งคั่ง: ชีวิตดี๊ดีถ้ารู้งี้ตั้งแต่อายุ 25 " ภาคผนวก 1

ภาคผนวก:การเงินมั่งคั่ง1

ในภาคผนวกนี้เราจะพูดถึงที่มาของหลักการปฏิบัติที่ได้เขียนเอาไว้ในหนังสือที่สำคัญ ๆ ทั้งหมด เพราะในส่วนแรกเราเขียนให้สั้น กระชับ ตรงประเด็นที่สุดเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจของผู้อ่าน และง่ายที่สุดสำหรับการลงมือทำ เปรียบเสมือนว่าเมื่อเราต้องการซักผ้าให้สะอาด ก็แค่ใช้ผงซักฟอกผสมกับน้ำแล้วก็ใส่ผ้าที่ต้องการซักลงไป ลงมือซักผ้าให้สะอาดเท่านั้น เราไม่จำเป็นต้องรู้ละเอียดถึงขั้นว่าผงซักฟอกนี้ผลิตมาด้วยสารเคมีอะไรบ้าง? จะทำเองได้ไหม? มีส่วนผสมอะไรบ้าง?

อย่างไรก็ดีอาจมีบางท่านต้องการทราบที่มาก็เป็นได้

ดังนั้นเราจึงควรมาติดตามดูว่า หนังสือ "การเงินมั่งคั่ง : ชีวิตดี๊ดีถ้ารู้งี้ตั้งแต่อายุ 25" ผู้เขียนๆ ขึ้นมาได้อย่างไร? และใช้หลักการคิดอะไรบ้าง? ในส่วนของภาคผนวกดังต่อไปนี้

1. กฏ 80/20 กับหนังสือการเงินมั่งคั่ง

เนื้อหาและภาพทั้งหมดที่เขียนเป็นหนังสือ "การเงินมั่งคั่ง:ชีวิตดี๊ดีถ้ารู้งี้ตั้งแต่อายุ 25 " ใช้หลักการของ "กฏ 80/20 " ในการส่งผ่านความรู้ ความคิดและประสบการณ์ไปให้ผู้อ่านที่อยากมีชีวิตทางการเงินและชีวิตโดยรวมมีความมั่งคั่งร่ำรวย สุข และสบายใจตลอดชีวิตผ่านการวางแผนทางการเงินและมีชีวิตสมดุล เราจึงมุ่งมั่นเขียนให้เรียบง่าย สั้น กระชับมากที่สุด นั่นคือ ภายในเวลาของชีวิตที่เรามีอยู่ เมื่อเราดูแล
1. สุขภาพกาย
2. จิตใจ
3. ครอบครัว
4. การงานอาชีพ และ
5. การเงิน

คือ ชีวิต 5 ด้านที่เป็นโครงสร้างหลักของชีวิต 20% ที่ต้องหมั่นดูแลให้ดีอยู่เสมอ และเมื่อทำได้ดีในทุกด้านก็จะส่งผลดีต่อชีวิตอีก 80% ที่เหลืออย่างมากมายมหาศาล ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงมุ่งเน้นไปที่เรื่องที่สำคัญ
เหล่านี้เป็นลำดับแรก

2. "การเงินมั่งคั่ง" กับสาระสำคัญ

ส่วนที่เป็นสาระสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือส่วน "การเงิน" และ 20% ของหัวข้อ "การเงิน" ที่สำคัญยิ่งก็คือ ความสามารถของเราในการจัดการ
1. การมีเงินภาพคล่อง "ฉุกเฉิน" ที่เพียงพอ
2. การโอนย้ายความเสี่ยงด้วยการทำประกันชีวิตที่เหมาะสม
3. การเริ่มวางแผนเกษียณสุขตั้งแต่อายุยังน้อย
4. การจัดการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีอื่นๆ ที่ถูกต้อง
5. การเริ่มลงมือวางแผนสวัสดิการสุขภาพระยะยาว และ
6. การจัดการมรดก

นี่คือ 20% ของการจัดการทางการเงินของชีวิตและครอบครัว ที่ไม่เพียงแต่ต้องทำให้ได้เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องทำให้ได้ครบและเหมาะสมในทุกเรื่องและทุกช่วงเวลาของชีวิต

การปรับเปลี่ยนประเด็นการเงินทั้ง 6 เรื่องให้เหมาะสมกับชีวิตเราในแต่ละปีจึงสมควรเป็นสิ่งที่ต้องทบทวนเสมอกับ "ตัวแทนที่ปรึกษาทางการเงินที่เราไว้วางใจ" และเมื่อทำได้อย่างดีแล้ว เราก็สามารถใช้เงินเพื่อมีชีวิตที่เราปรารถนาได้อย่างอิสระในอีก 80% ที่เหลือไม่ว่าจะ
-ใช้เงินไปท่องเที่ยวในต่างประเทศกับคนรักหรือครอบครัว หรือ
-การนำเงินที่เหลือจากการจัดสรรต่างๆ ไปลงทุนในหลักทรัพย์ "หุ้น" รายตัว หรือ
-การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คอนโดให้เช่า หรือ
-นำเงินที่มีไปลงทุนในธุรกิจส่วนตัวก็ย่อมทำได้อย่างสบายใจ


3. ตัวแทนที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (Independent Financial Advisor)

โดยทั่วไปแล้วมีคนน้อยมากที่สามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างดีด้วยตัวเองเพราะมีข้อจำกัดมากมาย ทั้งในด้านความรู้ทางการเงิน เป้าหมายชีวิต ประสบการณ์ส่วนตัวที่แตกต่างกันและอื่นๆ เพื่อให้แผนทางการเงินของชีวิตเราเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว ทางลัดที่ดีที่สุดก็คือการวางแผนทางการเงินร่วมกับตัวแทนที่ปรึกษาทางการเงินที่ไว้ใจได้ซึ่งควรเป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
3.1 เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่มีใบอนุญาตในบริษัทเดียว 3 ปีขึ้นไป
3.2 เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับคุณวุฒิ TNQA : ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ
3.3 เป็นผู้ที่มีใบอนุญาต "ผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์(กองทุนรวม ตราสารทุน ตราสารหนี้)" ที่รู้จักกันว่า Single license หรือ Investment Consultant License (IC license) จาก ก.ล.ต.
3.4 เป็นผู้ที่จบหลักสูตร "นักวางแผนการเงิน" อย่างน้อย 1 ใน 2 หลักสูตรต่อไปนี้ ได้แก่หลักสูตร FchFP รับรองโดยสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงินไทย(ThaiFA) และหลักสูตร CFP รับรองโดยสมาคมนักวางแผนการเงินไทย
3.5 เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการวางแผนการเงินส่วนบุคคลให้แก่ลูกค้ามาแล้วอย่างน้อย 10 รายขึ้นไป

จะเห็นได้ว่าตัวแทนที่ปรึกษาทางการเงินอิสระที่เราแนะนำคือกลุ่มบุคคลที่มีพื้นฐานมาจากการเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่มีใบอนุญาต สามารถทำงานได้ดีกับผู้คนและมีความรู้จริงในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย แนะนำลูกค้าของเขาได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมายชีวิต รับผิดชอบและเป็นเพื่อนแท้ในยามยาก รวมถึงใส่ใจเป็นเพื่อนที่มีความสุขและยินดีกับความก้าวหน้าของลูกค้าเสมอ

สรุปแล้วผู้เขียนเชื่อมั่นว่าตัวแทนที่ปรึกษาทางการเงินอิสระที่ดีคือผู้ที่เชื่อในหลักการการให้คำแนะนำทางการเงินแบบองค์รวม (Comprehensive) ตามความจำเป็นของลูกค้า (Needs Approach) ซึ่งจะก่อประโยชน์สูงสุดทั้งกับลูกค้า ผู้แนะนำ และสังคมโดยรวมในระยะยาว

ตัวแทนที่ปรึกษาทางการเงินที่มีคุณสมบัติครบทั้ง 5 ข้อข้างต้นมักจะได้รับคุณวุฒิสโมสรล้านเหรียญโต๊ะกลม Million Dollar Round Table (MDRT ) ซึ่งเป็นคุณวุฒิสำหรับตัวแทนที่ปรึกษาทางการเงินอิสระที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติอีกด้วย ที่สำคัญตัวแทนที่ปรึกษาทางการเงินอิสระก็สมควรที่จะมีการวางแผนและการทบทวนแผนทางการเงินของตนเองที่สามารถแบ่งปันแลกเปลี่ยนกับเราได้เช่นเดียวกัน

4. การเงินมั่งคั่งกับชีวิตสมดุล

หนังสือชื่อ "การเงินมั่งคั่งฯ" แต่เหตุใดจึงมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับชีวิตในอีก 4 ด้านมาเขียนเอาไว้ด้วย?

คำตอบสำหรับคำถามนี้ เราอยากจะเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ว่า เหมือนกับชีวิตของเราที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงทุกอย่าง และกระแส "การเงิน" ก็เปรียบเสมือนกับกระแส "เลือด" ในร่างกาย คนขาดเงินก็เหมือนชีวิตที่เสียเลือดไปมาก หรือขาดเลือด จำเป็นต้องปรับ "สมดุล" ให้กระแสของเลือดไปหล่อเลี้ยงเซลที่สำคัญต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เม็ดเลือดจะทำหน้าที่ได้ดีก็ต่อเมื่อร่างกายส่วนอื่น ๆ ต่างก็ทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมสอดคล้องกับธรรมชาติของชีวิต "การเงิน" ก็เช่นเดียวกัน

การมี "สุขภาพกาย" ที่สมบูรณ์ แข็งแรงทำให้เรา "ประหยัด" เงิน เราจะทำอย่างนั้นได้เราต้องมีความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพร่างกายของเราตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ เพื่อที่ว่าเมื่อเรามีอายุมากขึ้นเราก็ยังคงมีความแข็งแรงสมบูรณ์ตามวัย ไม่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง(ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันก็มีประกันสุขภาพ)

"ครอบครัว" ก็สามารถสร้างผลกระทบต่อกระแส "การเงิน" ของเราได้อย่างมาก คนโสดที่มีความเหงา คนที่สูญเสียคนที่ตนเองรักในครอบครัวไปจะเข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างลึกซึ้ง

ดังนั้นการที่เรามีครอบครัวที่อบอุ่นเปี่ยมไปด้วยกระแสแห่งความรัก ความเข้าใจกัน มีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง ร่วมทุกข์ร่วมสุข และสามารถให้อภัยกันได้เมื่อมีบางช่วงเวลาที่อีกคนหนึ่งผิดพลาดไป สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ชีวิตของเรา "ประหยัด" เงินได้เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยมของชีวิตที่ทำให้เราก้าวหน้า ฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนามต่าง ๆ ในชีวิตได้เป็นอย่างดี เราจึงได้นำดัชนีชี้วัด "พลังของครอบครัว" เอาไว้ง่าย ๆ 3 ข้อในส่วนที่ 2 ของหนังสือ การสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยทางการเงินก็จะเป็นสิ่งที่ทำได้อย่างดีอย่างยิ่ง

"การงานอาชีพ" เป็นต้นทางของการเงินมั่งคั่ง หากเรา
-ได้ทำอาชีพที่เรารัก
-เราสามารถพัฒนาทักษะให้ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และ
-งานนั้นสร้างรายได้ให้เราได้ไม่จำกัด

คนที่ไม่มีเป้าหมายชีวิตหรือไม่มีกรอบความคิดที่ถูกต้องจะทำอะไรก็สักแต่ว่าได้ทำ คนเหล่านี้จะพบงาน "ของชีวิต" ได้ยาก ขณะเดียวกันคนที่ไม่ตระหนักเรื่องเวลาของชีวิตก็จะใช้ชีวิตโดยที่ไม่รู้คุณค่าของเวลา เขาก็จะมีรายได้ที่ไม่เพียงพอกับการใช้จ่ายประจำวัน สร้างอนาคตได้ยากและไม่ได้ทำงานอาชีพให้เต็มกับศักยภาพของเขาเป็นปัจจัยสำคัญ!!

คนที่มีเป้าหมายชีวิต คนที่กล้าฝัน กล้าฟันฝ่า กล้าฝึกฝนอุปนิสัยของตัวเองจะสามารถค้นพบศักยภาพที่แท้จริงว่าตัวเรามีความ "คู่ควร" กับความสำเร็จและความสุขที่เราปรารถนาได้อย่างแน่นอน แทนที่จะดูถูกตัวเอง เปลี่ยนเป็นเชื่อมั่นในตัวเอง แทนที่จะโทษผู้อื่นหรือสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนเป็นเริ่มเปลี่ยนแปลงตนเองทันที เมื่อสามารถสร้างรายได้ที่มากพอเหมาะสมกับความรู้ ความสามารถและทักษะนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งร่ำรวย!!

"จิตใจ" เป็นส่วนสำคัญที่สุดของการมีชีวิตอยู่ จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ทุกสิ่งที่จิตใจรับรู้ "รู้สึก" เข้าถึงได้ ชีวิตย่อมดำเนินไปตามทิศทางนั้น เพราะไม่ว่าเราจะเชื่อว่าเราทำได้หรือทำไม่ได้ สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นตามที่จิต รู้สึก เชื่อ และศรัทธาเสมอ

สิ่งที่ทำให้เราสูญเสียกระแส "เงิน" มากที่สุดคือ การที่เราไปละเมิดผู้อื่นทั้งทางกายและวาจา อาจจะต้องเสียเงินจากความบาดหมาง การทะเลาะเบาะแว้ง หรือคดีความ นั่นเป็นเพราะในจิตใจเรามีกิเลสที่ไม่บริสุทธิ์อยู่จนถึงขั้นที่ไปทำร้ายผู้อื่น โกหก หรือลักขโมยของ ๆ ผู้อื่น การนอกใจคู่ครองของตน หรือไม่มีความรักความจริงใจต่อกัน การใช้ชีวิตกินเหล้าเมายาเป็นประจำ สิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้กระแส "เงิน" ลดลง หรือมีความไม่แน่นอนสูง

ในทางกลับกันหากเราสามารถรักษา "ศีล 5 " ได้อย่างดี ความเป็นปกติของชีวิตจะทำให้เรารักษากระแส "เงิน" ของเราเอาไว้ได้ ไม่ต้องเสียไปในสิ่งที่ไม่จำเป็น เมื่อเรามี "สมาธิ" มีโฟกัสจดจ่อต่อการสร้างความมั่งคั่งได้อย่างดี จนถึงยินดีใช้เวลาส่วนหนึ่งของชีวิตเข้า "วิปัสสนา" เพื่อลด ละ กิเลสในจิตใจได้ การสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ มีเหตุมีผล มีที่มาอย่างชัดเจน เพราะจิตในขั้นนี้จะ "ขยัน" สร้างเหตุแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย และไม่ติดยึดกับผลที่จะได้รับ การมุ่งหวังที่การทำเหตุทำให้ชีวิตหนีความร่ำรวยอย่างไรก็หนีไม่พ้น และมีชีวิตที่สร้างคุณค่าต่อตนเอง ต่อครอบครัวและต่อผู้อื่นได้อย่างกว้างขวางอีกด้วย

ลองถามตัวเองดูสิว่า ความมั่งคั่งร่ำรวยที่ไม่มี "ครอบครัว" อยู่เคียงข้าง เราจะมีความสุขในชีวิตได้จริงหรือ?

ความมั่งคั่งร่ำรวยที่มีสินทรัพย์มากมายที่ต้องแลกมาด้วยการเสีย "สุขภาพ " ไป หรือมีความเครียดอยู่บ่อยครั้ง ตลอดจนเป็นโรคร้ายแรง มันคุ้มค่า และมั่งคั่งร่ำรวยจริงหรือ?

ความมั่งคั่งร่ำรวยของรายได้ที่ได้รับมาจาก "งานอาชีพ" ที่เราไม่ชอบ เราฝืนทำ อาชีพที่ทำร้ายผู้คนหรือสังคม เราจะภาคภูมิใจได้อย่างไร?

ความมั่งคั่งร่ำรวยที่เรามีทั้งหมด แต่ "จิตใจ" ไม่สงบสุข เป็นทุกข์ร้อนใจตลอดเวลา ปล่อยวางไม่ได้ ไว้ใจคนอื่นไม่เป็น รู้สึกว่าไม่มีใครเก่งเท่าตนเองอย่างนี้จะเป็นความมั่งคั่งร่ำรวยที่มีคุณค่าละหรือ?

ดังนั้นชีวิตของเราจึงสมควรที่จะต้องจัดการชีวิตที่สำคัญด้านอื่น ๆ เหล่านี้ให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับความร่ำรวย มั่นคง มั่งคั่งอย่างยั่งยืน อย่างแท้จริง

การที่เราจะรู้ว่าตัวเรามีชีวิตที่สมดุล 5 ด้านหรือไม่? อย่างไร? โดยที่ไม่ต้องให้ใครมาบอกหรือมาตัดสินชีวิตของเรา วิธีที่ดีที่สุดก็คือ เราต้องให้คะแนนตัวเองโดยใช้คำถามง่าย ๆ เพียง 5 ข้อ ซึ่งมีคะแนนข้อละ 20 คะแนน รวมทั้งหมด 5 ข้อ เป็น 100 คะแนน คำถามมีดังนี้
1. เรามีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงเพียงใด?
2. เรามีครอบครัวและมีความสัมพันธ์ที่อบอุ่นมีความสุขเพียงใด?
3. เรามีอาชีพการงานที่เรารัก สามารถพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่องและมีรายได้ดีเพียงใด?
4. เรามีฐานะทางการเงินและชีวิตทางการเงินมั่นคงมั่งคั่งเพียงใด?
5. เรามีจิตใจที่สงบสุข สามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตตามความเป็นจริงได้ดีเพียงใด?

เมื่อตอบคำถามครบทุกข้อแล้วเราจะพบว่าคะแนนที่ได้เป็นคะแนนที่น่าพึงพอใจหรือไม่? มีชีวิตด้านใดที่ทำได้ดีแล้ว และมีชีวิตด้านใดที่ควรเริ่มลงมือปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น แล้วจงกลับไปอ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาในหนังสือต่อไป

หมายเหตุ : เราควรใส่ใจชีวิตอีก 2 ด้านที่สำคัญคือ 1. การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง และ 2. ชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นหรือการทำเพื่อสังคม แต่ในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนมีความประสงค์ที่จะเน้นด้านการเงินมั่งคั่งเป็นหลักและมีเรื่องชีวิตสมดุลเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้หนังสือหนาจนเกินไป เราจึงฝาก "ร่องรอย" ในเรื่องนี้ไว้เพื่อให้ผู้อ่านได้ค้นคว้าศึกษาต่อได้โดยง่าย

5. เกษียณสุขคือสุดยอดของแผนทางการเงิน

เรื่องสำคัญที่สุดทางการเงินในหนังสือเล่มนี้คืออะไร? ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ? ขอตอบว่า เรื่อง "เกษียณสุข" เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะต้องมีระยะเวลาวางแผนยาวนาน แต่ต้องลงมือทำทันทีแล้ว เราจำเป็นจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย และมีความเกี่ยวข้องกับมิติทางการเงินอื่นๆ อีกมากเพื่อมาตอบโจทย์การวางแผนเกษียณสุข

ที่สำคัญการวางแผนเกษียณสุขยังเป็นแผนการเงินที่แสดงพลังของ "ค่าของเงินตามเวลา" ได้อย่างดีอีกด้วย เนื่องจากมีระยะเวลายาวพอที่จะเข้าใจถึงพลังของอัตราดอกเบี้ยทบต้นตาม "กฏ 72" ได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ในการสร้างผลตอบแทนจากการเริ่ม "ลงทุนก่อนรวยกว่า" และในแง่ของการเป็นหนี้ที่ยิ่งนานยิ่งหลุดพ้นจากกับดักความหนี้ได้ยากยิ่ง

การจัดพอร์ตทางการเงินเพื่อการเกษียณสุขจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายทั้งตัวเราที่กำลังวางแผนทางการเงินระยะยาวและคุณภาพของ "ตัวแทนที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ" ว่าสามารถสร้างคุณค่าได้มากเพียงใด ผ่านการจัดและปรับพอร์ตตามช่วงเวลาของชีวิตจากวัยกลางคนจนถึงบั้นปลายของชีวิตทีเดียว

สิ่งที่ท้าทายตัวแทนที่ปรึกษาทางการเงินอิสระอีกเรื่องหนึ่งคือคำแนะนำที่ช่วยเราให้ใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ Mix and Mat ได้อย่างเหมาะสมทั้งการวางแผนเกษียณสุข การวางแผนด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผลตอบแทนที่ไม่ต้องเสียภาษี สร้างผลตอบแทนที่ได้รับอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ การรักษาเป้าหมายของแผนเกษียณสุขที่เป็นไปได้ทั้งอายุของผู้วางแผน และปริมาณเงินที่จะได้รับในช่วงที่จำเป็นต้องใช้นั้นต้องเพียงพอ พอร์ตเกษียณสุขมีความเสถียร และมีความผันผวนต่ำ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ ครบถ้วน

ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดเพียงอย่างเดียวเพื่อตอบโจทย์ให้ตรงและแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง เหมือนทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ถ้าให้มีแต่กองหน้าที่ยอดเยี่ยมอย่างเดียว 11 คนย่อมไม่สามารถชนะคู่แข่งได้ฉันใด การมีแต่ประตูมือกาวทั้ง 11 คนในสนามก็ไม่สามารถรักษาประตูเอาไว้ได้ฉันนั้น และเกมส์ก็ไม่เป็นเกมส์ที่สนุกน่าชมแต่อย่างใด การมีแต่กองกลางที่ดีทั้ง 11 คนก็เช่นกัน

นักลงทุนที่เชี่ยวชาญในตลาดหุ้นอาจแนะนำให้เราวางแผนเกษียณโดยการลงทุนซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เพียงอย่างเดียว ตัวแทนประกันชีวิตที่มีอายุการทำงานมาอย่างยาวนานมีลูกค้านับพันรายอาจแนะนำให้เราวางแผนเกษียณสุขโดยซื้อประกันชีวิต หรือประกันบำนาญจนเป็นลูกค้า VIP ของบริษัทนั้น ๆ ผู้จัดการกองทุน หรือ Fund Manager ที่เชี่ยวชาญกองทุนรวมอย่างมากก็อาจแนะนำ "จัดพอร์ต" ให้เราเฉพาะกองทุนรวมเท่านั้น นักวางแผนทางการเงินอีกกลุ่มหนึ่งที่ศรัทธาในผลิตภัณฑ์ "ประกันชีวิตควบการลงทุน" หรือ ยูนิต ลิ้งค์ก็อาจแนะนำให้เราทำเฉพาะ Unit link ก็สามารถรวยอัตโนมัติได้!!!

เครื่องมือทางการเงินเหล่านี้มีจุดแข็งที่แตกต่างกันไป และมีความเหมาะสมกับแผนการเกษียณสุขที่ดีได้ก็ด้วยการผสมผสานจุดแข็งเหล่านั้นมาเสริมสร้างให้แผนเกษียณสุขครบถ้วนตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ได้อย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ นั่นคือความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และความสามารถของตัวเราในการตั้งเป้าหมายเกษียณสุขตามคุณภาพของชีวิตของเราร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงินอิสระให้เหมาะสมที่สุด

ดังนั้น สำหรับการวางแผนการเงินเพื่อ "เกษียณสุข" เราจึงต้อง "จัดทัพลงทุน" หรือจัดทีมเครื่องมือทางการเงินให้เหมาะสมเหมือนเช่นทีมฟุตบอลทีมชาติไทยที่จัดตำแหน่ง กองหน้า กองกลาง กองหลัง รวมทั้งตัวสำรองที่เหมาะสมมีโค้ช และผู้จัดการทีมที่เก่งเป็นทีมเวอร์คที่ยอดเยี่ยม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้นั่นจึงนับว่าเป็นชัยชนะอย่างแท้จริง
(โปรดติดตามเนื้อหาทั้งหมดในเล่ม)

ชำนาญ จองพิพัฒน์
รัตนา กมลงามพิพัฒน์
#MDRT iFA
24/1/2560


SHARE
Writer
ChamnanJ
MDRTiFA Coach ,Invester,Writer
Senior Distric Manager_TEAMCHART AIA ผมจบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ในระดับปริญญาตรีและโทที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความสนใจพิเศษในด้านนิเทศศาสตร์และจิตวิทยา เริ่มต้นทำงานในด้านการฝึกอบรมตัวแทนที่ AIA รวมทั้งฝ่ายบริหารตัวแทน ตำแหน่งสุดท้ายคือผู้อำนวยการตัวแทน เมื่อลาออกมาเป็นผู้บริหารทีมงานขายก็ได้ทำหน้าที่ด้านการฝึกอบรมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จาก Trainnng Advisor,Premier Agency Trainning งานในฐานะ Moderator เริ่มต้นเมื่อปี 2551 ในหลักสูตรของ Limra's Crossroad และ โดยเฉพาะ Agency Management Trainning Course (AMTC 23 ครั้ง) เมื่อมารับผิดชอบ Sales Builder ผมก็นำมาใช้กับกลุ่ม MDRT และประสบความสำเร็จอย่างมากที่เชียงใหม่ มีตัวแทน MDRT 3 คนในปีแรก 6,8,10 และ16 คนในปีที่ผ่านมา ปัจจุบันทำหน้าที่ผู้ดำเนินการสัมมนาหลักสูตร High Trust Financial Advisor เพื่อมอบตัวแทนนักวางแผนการเงินอิสระให้สามารถช่วยลูกค้าได้อย่างเป็นมืออาชีพและมีจรรยาบรรณ งานเขียนส่วนใหญ่เขียนจากประสบการณ์ตรงจากตนเองและประสบการณ์ของ คุณรัตนา กมลงามพิพัฒน์ 7MDRT,FchFP,RFC ผู้ซึ่งมีอายุการทำงานเป็นตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงินมากว่า 29ปี และได้วางแผนการเงินส่วนบุคคลให้ลูกค้าแล้วจำนวนมาก ได้รับรางวัล Prime Minister's insurance Award ติดต่อกัน 7ปี 2553-2558,2561 จากนายกรัฐมนตรีไทย (คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร,พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ภาพประกอบการเขียนส่วนใหญ่นำมาจากอินเตอร์เน็ตขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ งานเขียนแรกเริ่มต้นเดือนเมษายนเป็นต้นมาในหนังสือที่ใช้ชื่อว่า " สร้างนิสัย MDRT ได้ใน 10 สัปดาห์" และเดือนพฤศจิกายน เรื่อง "การเงินมั่งคั่ง:ชีวิตดี๊ดีถ้ารู้อย่างนี้ตั้งแต่อายุ 25" โดยเป็นบทความเกี่ยวกับแนวคิด ความรู้สึกและนิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งทิปเกี่ยวกับการวางแผนการเงินส่วนบุคคลที่ทำได้จริงในภาคปฎิบัติ หากเพื่อนๆ มีข้อแนะนำเชิญ Inbox มาได้เลยครับ ขอขอบคุณผู้สร้าง Storylog และเหล่านักเขียนทั้งหลายที่สร้างที่ที่พวกเราได้มารู้จักกันผ่านตัวหนังสือ

Comments