การเงินมั่งคั่ง:ชีวิตดี้ดีถ้ารู้อย่างนี้ตั้งแต่อายุ 25 "Mindset เรื่องจิตใจ"
Mindset เรื่องจิตใจ

"จิตสดใสอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง"

"จิตใจ" เป็นเรื่องราวที่มีรายละเอียดลึกซึ้งอย่างมาก ในที่นี้เรา "เลือก" กล่าวถึงจิตใจเพียงบางแง่มุม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ "ความรู้สึก" ที่มีผลต่อกายใจในการสร้างความมั่งคั่งร่ำรวย
จริงๆ แล้วสิ่งใดที่ "จิตใจรู้สึกได้" กายก็จะรับรู้และแสดงความรู้สึกออกมาเช่นเดียวกัน และจะส่ง "กระแสพลังงานความรู้สึก" เหล่านี้ไปสู่บรรยากาศรอบตัวและผู้คนที่อยู่รายรอบ รวมทั้งการติดต่อต่างๆ อีกด้วย ผ่านท่าทีของคำพูดคำจา หรือน้ำเสียงสูงต่ำต่างๆ ฯลฯ

ความรู้สึกของคนเราแบ่งออกเป็น 3 แบบ
1.ความรู้สึกทุกข์กายทุกข์ใจ
2.ความรู้สึกสุขกายสุขใจ
3.ความรู้สึกกลางๆ คือไม่ทุกข์ไม่สุขทั้งกายและใจ

เมื่อเราพูดถึงผู้คนที่มีฐานะแตกต่างกันในแง่มุมของ "ความรู้สึก" เราสามารถแบ่งคนออกเป็น 5 ประเภทดังนี้

1. คนจนที่รู้สึกมีความทุกข์
2. คนรวยที่รู้สึกมีความทุกข์
3. คนจนที่รู้สึกมีความสุข
4. คนรวยที่รู้สึกมีความสุข
5. คนที่ไม่ว่ารวยหรือจนก็รู้สึกเฉยๆ

"เงินจะเข้ามาหาคนที่รู้สึกมีความสุข และจะหนีหายไปจากคนที่รู้สึกมีความทุกข์"

โดยสรุปแล้วเรามีความประสงค์ที่จะให้เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้มีคุณประโยชน์อย่างยิ่งกับคนประเภทที่ 3,4 และ 5

"คนจนที่รู้สึกเป็นสุข" มีด้วยหรือ?
ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ งั้นเราขอถามว่าคุณคิดว่ามีคนจน(เงิน) แต่เป็นคนซื่อสัตย์ จริงใจมั๊ย?
ความจนในที่นี้จะหมายความถึงคนที่ไม่มีเงินหรือมีเงินน้อยมากเท่านั้น แต่คนจนจำนวนมากก็เป็นคนที่มีคุณค่าได้ พวกเขาอาจจะขยันขันแข็งในการทำมาหากินหรือการประกอบอาชีพ แม้จะประหยัดมัธยัสถ์แล้วก็ยังไม่ค่อยมีเงินเหลือ!! ประเภท "ขยันผิดที่ (ทำงาน) 10 ปีก็ไม่รวย"
คนจนประเภทนี้แค่พวกเขามีโอกาส มีหนทาง มีการใช้ความรู้ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ที่ตนเองมีได้อย่างเต็มศักยภาพก็สามารถสร้างความร่ำรวยได้ไม่ยาก แถมยังมีความสุขกับชีวิตตลอดเส้นทางได้อีกด้วย

ตัวอย่างมีให้เห็นอย่างมากมาย ทั้งดารา นักร้อง นักกีฬาชาวไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่นกีฬากอล์ฟ แบดมินตัน มวย เทนนิส วอลเล่ย์บอลหญิง ฯลฯ ผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นตัวแทนประกันชีวิต งานขายตรง นักธุรกิจที่ทำอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าและอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าเราได้ไปอยู่ใกล้ๆ พวกเขา เราจะรับรู้ได้ถึงกระแสสั่นสะเทือนจากแววตาวิบวับ ความกระหายใคร่รู้ของพวกเขา เขายินดีทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ออกมาอย่างดีที่สุด อะไรที่ยังไม่เก่งก็จะหมั่นฝึกฝนตนเอง
คนจนที่มีความสุขจะถือคติว่า ถ้าใจรักที่จะทำ รักที่จะเป็น

ข้อพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งคือหากเราทำสิ่งใดซ้ำๆ กันติดต่อกันเป็นเวลา 10,000 ชั่วโมง เราก็ย่อมมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ อย่างแท้จริง

"อะไรที่ยากๆ ทำมากๆ ก็จะง่ายเอง"

คนประเภทนี้มีวิธีคิดที่ดีที่ถูกต้อง วิธีทำงาน วิธีในการติดต่อสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ไม่ช้าไม่นานความมั่งคั่งร่ำรวยก็จะเกิดขึ้นกับเขาได้อย่างแน่นอน

ส่วนคนรวยที่รู้สึกมีความสุขกับชีวิตและความมั่งคั่งร่ำรวยของตนเองย่อมดึงดูดผู้คนและความมั่งคั่งร่ำรวยเข้ามาได้อย่างอัตโนมัติ

จริงๆ แล้วสรุปได้ว่า ขอให้เรารู้สึกมีความสุข(คิด พูด ทำ)ในทางบวกเสมอ เมื่อดำเนินชีวิตไปเรื่อยๆ ความสำเร็จและความมั่งคั่งร่ำรวยก็จะติดตามมาเอง

คนที่รู้สึกเฉยๆ ต่อความจน/ความรวยจะประสบความสำเร็จทางการเงินมั่งคั่งร่ำรวยได้หรือ?
เรามาค่อย ๆ ทำความเข้าใจกันว่าเนื่องจากพวกเขาเป็นคนรู้สึกเฉยๆ เป็นกลาง ๆ จึงทำให้ความทุกข์ สถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่ยากลำบากที่ได้พบเจอทำอะไรต่อความรู้สึกนึกคิดของเขาไม่ได้มากนัก พวกเขาจึงดำเนินชีวิตไปตามความเป็นจริงที่พบเจอ คือชีวิตมีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา
-เมื่อชีวิตพบกับความสำเร็จก็ไม่ดีใจมากเกินไป แต่ถ้า
-ชีวิตพบกับปัญหาอุปสรรคก็ไม่เสียใจ ผิดหวัง หรือท้อแท้มากเกินไป
-จิตใจพร้อมเผชิญกับทุกสิ่งด้วยความมีสติ เยือกเย็นเสมอ

คนที่รู้สึกมีความสุขเสมอๆ กับคนที่รู้สึกเฉยๆ เหมือนกันจะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ทำให้โอกาสดีๆ เกิดขึ้นกับพวกเขาบ่อยครั้งเป็นพิเศษ เพราะจิตใจของเขามองผู้คนและเหตุการณ์ตามความเป็นจริงได้อย่างดี มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้อยู่เสมอ

เราจะเป็นคนที่มีจิตใจที่รู้สึกเป็นกลาง ๆ หรือเป็นคนคิดบวก รู้สึกบวกและมีความสุขในชีวิตได้อย่างไร?

เราต้องหมั่นฝึกฝนจิตใจของเราจาก...

1.การรักษาศีล 5 คือการงดเว้นจากการฆ่า การงดเว้นจากการลักทรัพย์ การงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม การงดเว้นจากการพูดเท็จ โกหกหลอกลวง และการงดเว้นจากการเสพของมึนเมา

การ "งดเว้น" เพื่อจะไม่กระทำสิ่งต่างๆ นั้นเป็นการฝึกการ "ข่มใจ" ไม่ให้ทำสิ่งผิด ไปละเมิดกาย วาจา ใจของผู้อื่น จิตของเราเองก็จะ "รู้" อยู่เสมอว่ามีความไม่บริสุทธิ์อยู่ภายใน เมื่องดเว้นสิ่งเหล่านี้ได้จิตใจก็จะมีความบริสุทธิ์ สะสมพลังแห่งความดีมากยิ่งขึ้น

2.การฝึกสมาธิ คือการฝึกจิตให้ "หยุด" ที่ใดที่หนึ่งในระยะเวลาหนึ่ง ไม่ซัดส่ายไปมา เช่น การสังเกตลมหายใจเข้าออกที่บริเวณใต้จมูกตรงสามเหลี่ยมเหนือริมฝีปากบนติดต่อกันให้ได้อย่างน้อย 1 นาที โดยที่จิตไม่วอกแวกไปที่อื่น หากทำได้แล้วก็เพิ่มเวลาเป็น 5 นาที 10 นาทีติดต่อกันไป การฝึกสมาธิจะทำให้จิตอยู่กับปัจจุบัน ไม่เที่ยวไป "ยุ่ง" เรื่องของใคร ๆโดยไม่จำเป็น ไม่ไป "ตัดสิน" ชีวิตของคนอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่ได้เกี่ยวข้อง

การฝึกสมาธิจะทำให้จิตเรา "อยู่กับปัจจุบันขณะ" ได้นานขึ้น แม้เวลาทำสมาธิจิตก็จะ "รู้ทันที" ที่กลับไปคิดเรื่องในอดีต หรือคิดเรื่องอนาคต และเราจะสามารถดึงจิตกลับมา "หยุด" อยู่กับปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว
การฝึกฝนดังกล่าวนี้จะทำให้จิตมีสมาธิ เมื่อเราฝึกมากพอจิตจะคุ้นชินกับการ "จดจ่อ"(Focus) อยู่กับสิ่งที่จำเป็น หรือสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของเราจริงๆ พลังแห่งความดี พลังแห่งความจริงนี้จะทำให้เกิดความก้าวหน้าในเรื่องที่เราจดจ่อได้อย่างง่ายดาย

3.การฝึกวิปัสสนา คือการฝึกจิต เจริญสติให้รู้ตามความเป็นจริงในทุกขณะจิต เจริญสติในทุกอิริยาบถในขอบเขตของร่างกาย รู้การเกิดดับในระดับจิต ในเซล ทั้งบนผิวกายและภายในอวัยวะต่างๆในร่างกาย เจริญสติจน "รู้แจ้งเห็นจริง" จากการปฏิบัติด้วยตนเอง

เมื่อเราฝึกการเจริญสติบ่อยๆ มากๆ เข้าจนเป็นอุปนิสัย จิตใจก็จะคุ้นชินต่อการมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง เป็นอุเบกขาจิต ไม่ตัดสิน ไม่ซัดส่าย ไม่ท้อแท้ง่าย แต่จะเป็นจิตที่สมดุล เป็นกลางๆ เป็นจิตที่รู้และเข้าใจในเหตุและผลอย่างชัดเจนของอนิจจัง คือการเกิดขึ้น การตั้งอยู่ การดับไปของจิต ทำให้มีปัญญารู้ชัดเข้าใจชัดด้วยสติสัมปชัญญะอย่างสมบูรณ์

จิตใจที่ฝึกฝนดีแล้วจะทำให้ความคิด ความรู้สึกของเรามีพลังที่เข้มแข็งจนสามารถต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนามต่างๆ เพื่อลงมือทำไปสู่เป้าหมายที่กำหนดตั้งใจเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

อยู่อย่างพอเพียงต้องเตรียมให้เพียงพอ
"ทำดี"เดินตามรอยเท้าพ่อ

MDRT IFA
เลือกตัวแทนที่ใช่เลือกLife Balanceที่ชอบ

ชำนาญ จองพิพัฒน์
รัตนา กมลงามพิพัฒน์
30/11/2559
SHARE
Writer
ChamnanJ
MDRTiFA Coach ,Invester,Writer
Senior Distric Manager_TEAMCHART AIA ผมจบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ในระดับปริญญาตรีและโทที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความสนใจพิเศษในด้านนิเทศศาสตร์และจิตวิทยา เริ่มต้นทำงานในด้านการฝึกอบรมตัวแทนที่ AIA รวมทั้งฝ่ายบริหารตัวแทน ตำแหน่งสุดท้ายคือผู้อำนวยการตัวแทน เมื่อลาออกมาเป็นผู้บริหารทีมงานขายก็ได้ทำหน้าที่ด้านการฝึกอบรมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จาก Trainnng Advisor,Premier Agency Trainning งานในฐานะ Moderator เริ่มต้นเมื่อปี 2551 ในหลักสูตรของ Limra's Crossroad และ โดยเฉพาะ Agency Management Trainning Course (AMTC 23 ครั้ง) เมื่อมารับผิดชอบ Sales Builder ผมก็นำมาใช้กับกลุ่ม MDRT และประสบความสำเร็จอย่างมากที่เชียงใหม่ มีตัวแทน MDRT 3 คนในปีแรก 6,8,10 และ16 คนในปีที่ผ่านมา ปัจจุบันทำหน้าที่ผู้ดำเนินการสัมมนาหลักสูตร High Trust Financial Advisor เพื่อมอบตัวแทนนักวางแผนการเงินอิสระให้สามารถช่วยลูกค้าได้อย่างเป็นมืออาชีพและมีจรรยาบรรณ งานเขียนส่วนใหญ่เขียนจากประสบการณ์ตรงจากตนเองและประสบการณ์ของ คุณรัตนา กมลงามพิพัฒน์ 7MDRT,FchFP,RFC ผู้ซึ่งมีอายุการทำงานเป็นตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงินมากว่า 29ปี และได้วางแผนการเงินส่วนบุคคลให้ลูกค้าแล้วจำนวนมาก ได้รับรางวัล Prime Minister's insurance Award ติดต่อกัน 7ปี 2553-2558,2561 จากนายกรัฐมนตรีไทย (คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร,พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ภาพประกอบการเขียนส่วนใหญ่นำมาจากอินเตอร์เน็ตขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ งานเขียนแรกเริ่มต้นเดือนเมษายนเป็นต้นมาในหนังสือที่ใช้ชื่อว่า " สร้างนิสัย MDRT ได้ใน 10 สัปดาห์" และเดือนพฤศจิกายน เรื่อง "การเงินมั่งคั่ง:ชีวิตดี๊ดีถ้ารู้อย่างนี้ตั้งแต่อายุ 25" โดยเป็นบทความเกี่ยวกับแนวคิด ความรู้สึกและนิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งทิปเกี่ยวกับการวางแผนการเงินส่วนบุคคลที่ทำได้จริงในภาคปฎิบัติ หากเพื่อนๆ มีข้อแนะนำเชิญ Inbox มาได้เลยครับ ขอขอบคุณผู้สร้าง Storylog และเหล่านักเขียนทั้งหลายที่สร้างที่ที่พวกเราได้มารู้จักกันผ่านตัวหนังสือ

Comments