รักก็ให้บอก อยากกอดให้กอด
ถ้ารักก็บอกว่ารัก ดูแลใส่ใจคนๆนั้น อยู่กับเค้าถึงแม้จะรู้สึกอึดอัดใจตอนนั้น แต่ยังได้อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ได้คุย ได้เห็นหน้า อย่าเป็นเหมือนฉันตอนนี้ที่ไม่เหลือใครสักคนให้กอด ให้ดูแล กอดพ่อแม่ คนที่เรารักในวันที่กอดได้
บอกรักในวันที่ยังบอกได้
บัวอยากบอกกับทุกคนๆว่า ใครที่ยังมีคุณพ่อคุณแม่ ให้รักและดูแลเอาใจใส่ท่านให้มากๆ เพราะคุณโชคดีที่กว่าคนหลายพันคน ที่เค้าไม่มีโอกาสได้ทำ

หลายๆคนมีอดีตที่ฝังใจในด้านลบตอนเด็กๆ
ซึ่งทุกคนล้วนแต่แกล้งกลบ ลบลืม เก็บกดไว้อยู่ในใจลึกๆ เพราะคิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ลืม ด้วยการฉีดยาชาให้ตัวซ้ำๆ โดยการหลอกตัวเองว่า"ไม่เป็นไร" เพราะไม่ต้องการเจ็บ

ยกตัวอย่าง..เรื่องของบัวเอง
ตอนเด็กคิดน้อยใจคุณแม่ต้อยผู้ให้กำเนิดว่าทำไมรักน้องชายคนเล็กมากกว่า ทำไมเวลาน้องเกเร แล้วบัวทะเลาะแย่งของจากน้องมา น้องไปฟ้องแม่ๆใช้กิ่งต้นสนตีบัวจนเนื้อที่เเขนเเตกเป็นเลือดซิบๆ เป็นแผลเป็นที่ระลึกจนทุกวันนี้

บัวจำฝังใจว่าแม่รักน้อง แม่ไม่รักบัว ตะโกนบอกแม่ว่าแม่ใจร้ายๆ ไม่รักแม่ บัวไม่พูดกับแม่ 3เดือน ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน นอนห้องเดียวกัน กินอาหารที่แม่ทำให้กินทุกมื้อ

จนวันหนึ่งของเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2546 ...มารู้จากปากแม่ในวันที่แม่ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย หลังผ่าตัดออกจากห้องICU ได้2วันมาอยู่ห้องพักฟื้นที่รพ.ศรีวิชัย2 ถนนพรานนก แม่เล่าว่า แม่เสียใจมากๆที่ตีบัวตอนนั้น แม่อยากให้รักน้อง อยากให้เราพี่น้อง4คนรักกัน แล้วถ้าแม่ไม่อยู่แล้ว ฝากดูปะป๊า ดูแลน้องให้มากๆ เพราะแม่คงอยู่ได้ไม่ถึงวันที่บัวรับปริญญา หนูต้องเข้มแข็งให้มากๆ แล้ววันที่12 ม.ค.2547 แม่จากไปอย่างสงบที่รพ.ด้วยโรคมะเร็งลำไส้ลามไปตับ เสียดายและเสียใจที่บัวไม่มี”ความกล้า” พอที่บอกแม่ว่า”ขอโทษ” แม่สำหรับทุกเรื่องที่ทำตัวไม่น่ารัก อวดดีคิดว่าตัวเองเจ๋ง เก่ง แล้วทำเเกล้งลืมๆเหตุการณ์นี้ไป

ความจริงแล้วความรู้สึกและความทรงจำเหล่านั้น
ยังคงฝังอยู่ในส่วนลึกๆอยู่ในจิตใต้สำนึก เพาะบ่มเมล็ดพันธุ์ด้านลบให้ฝังรากในใจเรา เพื่อรอเวลาเพื่อระเบิดออกมาทางวาจา อารมณ์ก้าวร้าว แบบที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเอง ขาดสติ โมโหร้าย ฯลฯ นานวันเราจึงรู้สึกทุกข์ ไม่มีความสุข วนเวียนถามย้ำๆซ้ำๆกับตัวเองว่า ทำไม ทำยังไง ถึงชีวิตถึงจะดีเหมือนคนอื่นเค้า

กันยายน พ.ศ. 2557 บัวได้รู้จักครูดาว@Dao Duangvipah Makkittiและพลังจักรวาล "Reki" ซึ่งเป็นศาสตร์บำบัดฯ จากนิตยาสารคลีโอ
บัวไม่ลังเลใจเลยตัดสินใจไปพบครูทันทีในอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดมา พลังReki ทำแล้วมันโล่ง เบาใจ สุขใจขึ้น
ซึ่งครูดาวเอ่ยบอกบัวว่า..บัวสามารถเรียน และพัฒนาตัวเองได้อีก

เรื่องจริงอย่างหนึ่ง คือเราไม่สามารถย้อนเวลาพาร่างกายที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่กลับไปในอดีตได้
แต่สำหรับความคิดของบัว ณ เวลานี้ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ ...บัวคิดต่างจากคนอื่นค่ะ
(ความคิดส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณาญาณ)

สงสัยใช่มั้ย..คะว่าทำไมบัวบอกว่าคิดแตกต่างจากคนอื่น มันเป็นไปได้ด้วยหรือ???

บัวขอบตอบเลยค่ะว่าได้สิ ได้จริงๆ ถ้าเราทำด้วยใจด้วยเจตนาดี ทำออกมาจากความรู้สึกนั้นจริงๆ
เหมือนกับที่ครูอ้อย เข็มทิศชีวิตสอนไว้ เพราะบัวได้ปลดความรู้สึกนั้นออกแล้ว
โดย นำคำสอนของคุณครูทั้ง2ท่านคือ ครูดาว และครูอ้อย
มาปรับใช้ในการปลดปล่อยตัวเอง โดยใช้พลังงานความรัก วิธีคิดบวกๆ

ตัวเราสามารถนำพาความรู้สึก"ย้อนจิตใต้สำนึกกลับตอนเป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆ เดินย้อนกลับไปจุดที่เราเจ็บปวด จุดที่เราทำผิดพลาด ไม่มีโอกาสได้พูดขอโทษ ได้บอกรัก ได้อธิบายเหตุผลกับคนๆนั้น ให้เราเปิดใจพูดสิ่งต่างๆที่ยังไม่ได้ทำออกมาจากใจให้เค้าคนนั้นหรือพ่อแม่ ทั้งที่มีชีวิต หรือได้ลาจากเราไปแล้วนั้นได้รับรู้ กอดคนที่เราไม่ได้กอดมานานด้วยความรักสุดหัวใจ "ใช้พลังความรักที่ยิ่งใหญ่" ทะลายกำแพงกั้นนั้น

พื้นฐานความรักจากคนในครอบครัวสำคัญมาก เพราะจะเป็นแรงผลักดันให้เราพบกับความสุข พบกับความสำเร็จ
ขอให้ทุกคนเชื่อว่าเราทำได้
ขอให้ทุกคนเปิดใจ ใช้ความกล้าที่มีทำให้สิ่งที่ควรทำ

#byBuapink

SHARE
Writer
Whitewaterlily
Writer
โลกใบนี้มีอะไรอีกตั้งเยอะแยะให้เรียนรู้ ประสบการณ์ที่ดีและประสบการณ์ที่ไม่ดี สอนให้ตัวเราเข้มแข็งเสมอ เปิดโอกาสในโลกของความเป็นจริง ยอมรับและเรียนรู้ อยู่ให้เป็นสุข สนุกในทุกๆวัน ลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำแล้วบันทึกลงในสมุดความสำเร็จไว้เป็นหน้าประวัติศาสตร์ดูสิ

Comments