ฆาตกรรม
การฆ่าผิดศีลข้อที่1ในศาสนาพุทธ วิบากกรรมอย่างเบาทำให้อายุสั้น อย่างหนักทำให้ถูกฆ่าตายในชาติที่ได้เกิดเป็นมนุษย์

"โอยย เจ็บ โอยย"

"เงียบๆสิ่อีโง่ มึงมาทำเองนะ แหกปากอะไรนักหนาเดี๋ยวพ่อมึงก็แห่มาจับพวกกูพอดี"

"มันเจ็บหนิ่พี่ เมื่อไหร่มันจะออก"

"แล้วใครให้มึงปล่อยจนท้องมันโตขนาดนี้แล้วค่อยมาเอาออกล่ะ"

"ก็หนูไม่มีเงินหนิ่ โอยย ปวดมากเลย"

"เงียบๆ นอนรอไป เดี๋ยวกูมา"

เสียงสนทนาการฆาตกรรมชีวิตที่ไม่เคยได้โอกาสแม้แต่จะหายใจในห้องน้ำเก่าที่ไม่ใช้แล้วในคลินิคแห่งหนึ่ง ด้านหน้าเคาท์เตอร์มีผู้หญิงแก่จนผมขาวนั่งรออยู่กับเด็กสาววัยประมาณม.ต้น

"โอ้ยแม่ เมื่อไหร่หมอจะเรียกแม่เข้าไป ฉันรอจนเบื่อแล้วนะ แฟนฉันก็รออยู่เนี่ย" เด็กสาววัยรุ่นพูดกับแม่วัยชราของตัวเองด้วยน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียดไม่พอใจ ส่วนยายแก่นั้นก็ได้แต่นั่งรอ ชะเง้อชะแง้มองเข้าไปหลังเคาท์เตอร์ว่าจะมีใครออกหรือยังด้วยท่าทีกระวนกระวายแกคงจะเกรงใจลูกสาวของแก ครู่หนึ่งก็มีนางพยาบาลที่ลุคป้าๆ อ้วนๆเดินออกมาเรียกคุณยายเข้าไปพบคุณหมอ

ณ ห้องตรวจ

"เป็นอะไรมาล่ะ ยาย" คุณหมอผุ้ชายใส่แว่นในชุดกราวน์เก่าๆ จนเป็นคราบเหลืองเหมือนไม่เคยซัก ซักถามคุณยายด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ

"ฉันรู้สึกไม่สบายจ้ะหมอ"

"เออ รู้แล้ว แล้วเป็นอะไรมาล่ะ อาการหน่ะ"

"ฉันปวดท้องมาหลายวันแล้ว ปวดๆหายๆ"

"เออ รู้แล้ว ออกไปรอยาข้างนอก" หมอตอบด้วยน้ำเสียงกระแทกไล่ยายไปรอข้างนอก ทันใดนั้นนางพยาบาลสภาพป้าก็กุลีกุจอพรวดพราดเข้ามากระซิบข้างหูคุรหมอด้วยสีหน้าซีดเผือด คุณหมอและนางพยาบาลป้ารีบออกจากห้องตรวจไปห้องด้านหลังอีกห้อง ทิ้งให้ยายนั่งงงก่อนจะเดินกะย่องกะแย่งออกไปด้านหน้าคนเดียว เมื่อเดินออกมาก็ไม่พบลูกสาวตัวดีเสียแล้ว ยายก็นั่งรอคนเดียวด้วยแววตางงๆ คราวนี้ชะเง้อมองไปด้านนอกคลินิค มองหาลูกสาวสันดารกะหรี่ว่ามันหายหัวไปไหนของมัน

.

.

"หมอคะ มันสลบไปแล้ว เลือดออกเยอะด้วย"

"อินี่มันใจเสาะจริงๆ ให้น้ำเกลือมันเพิ่มสิ สงสัยอิเด็กห่านี่จะไม่ออกเองง่ายๆ ต้องช่วยแล้วล่ะ เตรียมเครื่องมือมา"

เสียงรถเข็นอาวุธที่ให้ในการฆาตกรรมดังกร็อกแกร็กๆมา อุปกรณ์รูปร่างคล้ายปากเป็ดถูกสอดเข้าไปในช่องคลอดแล้วอ้าออก

"เอ้า นางพยาบาล ถือสิ่ ส่องไฟให้ด้วย"

อีกมือของหมอหยิบเครื่องมือคล้ายกรรไกรสอดเข้าไป ฉึบ ฉึบ ฉึบ ฉึบ ฉึบ 5ครั้ง เสียงนี้ดัง5ครั้ง ก่อนค่อยๆคีบร่างของทารกออกมาที่ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ลงในถาด เด็กทารกรูปร่างเหมือนคน มีลำตัวช้ำเลือดไปหมดที่เกิดจากการบีบและแรงกระแทกมหาศาล แขน2ข้าง ขา2ข้าง และส่วนตัวด้านบนถูกแยกออกจากกัน

"ห้ามเลือดให้มันแล้วรอมันฟื้น" หมอพูดกับนางพยาบาล

.

.

สติสุดท้ายหลุดลอย ความเจ็บปวดหน่วงท้องน้อยเหมือนโดนผู้ชายทั้งหมู่บ้านรุมโทรมแล่นเข้าไปถึงสมองส่วนรับรู้ความเจ็บปวด ปลุกทุกสติสัมปชัญญะและทุกความรู้สึกให้กลับมา อาการปวดท้องหน่วงๆช่วงล่างสุดจะทนทำให้เด็กสาวตื่นขึ้น

"อ้าวตื่นแล้วก็ดี รีบๆออกไปได้แล้ว มันจะค่ำแล้ว"

"ช่วยโทรให้แฟนหนูมารับหน่อยได้ไหมพี่"

"มันมารอมึงตั้งแต่ตอนเย็นล่ะ เดี่ยวกูไปเรียกมันมาให้"

อีป้าพยาบาลอ้วนเดินอุ้ยอ้ายออกไปเรียกเด็กผู้ชายผิวคล้ำสภาพแว๊นเข้ามาพยุงร่างซูบซีดเลือดซึมๆออกจากหีขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายมอไซกลับบ้านอย่างทุลักทุเล ทุกครั้งที่มอไซวิ่งไปเจอลูกระนาดบนถนน ก็จะได้ยินเสียงโอดโอยเบาๆออกมาจากปากของเด็กสาวที่แทบไม่ได้สติ

ดวงตาปิดไม่สนิท 2มือไม่มีแรงจะเกาะร่างแฟนตัวเองเอาไว้ เลือดค่อยๆไหลทีละน้อยๆ ลมปะทะร่างอันเย็นเชียบ ความหนาวบาดเข้าถึงกระดูกดำ ไม่มีแรงแม้จะพูดสักคำ ลูกระนาดอันสุดท้ายก่อนถึงบ้านทำให้เธอกระเด็นตกลงมาจากมอไซ แฟนแว๊นหนุ่มหยุดรถและหันมามอง เห็นสภาพร่างที่เหมือนสิ้นลมหายใจ มีเลือดไหลเต็มชุดนอนและหว่างขา ก็บิดมอไซออกไปอย่างไม่ใยดี ทิ้งร่างเด็กสาวสารเลวไว้ตรงนั้น

"พ่อจ๋า แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย" ความคิดสุดท้ายหลั่งเข้ามาในหัว พยายามขยับปากส่งเสียงร้องแต่ไม่มีแม้แต่เสียงใดใดเล็ดรอดออกจากปากของเธอ ก่อนโลกทั้งใบจะดับวูบไปครู่หนึ่งแล้วสว่างวาบขึ้นเป้นครั้งสุดท้าย ความคิดทั้งหมดค่อยๆเรียบเรียงว่าเธอไปทำอะไร ไปอยู่ที่ไหนมา ความรู้สึกสุดท้ายคือความชาไปทั้งร่างกาย แม้ดวงตาจะปิดไม่สนิทแต่ก็มองอะไรไม่เห็นอีกต่อไป ลมหายใจเฮือกสุดท้ายปล่อยออกจากปลายจมูกและทั้งโลกก็หายไปตรงนั้นเอง

.

.

ความรู้สึกค่อยๆหวนกลับมา แต่ตัวเองมองไม่เห็นอะไร รู้สึกเมื่อยไปทั้งตัว พยายามจะพูดแต่พูดไม่ได้ รู้สึกไม่สบายตัวอย่างรุนแรง ปวดไปทั้งเนื้อตัวเหมือนโดนกระแทกเข้าด้วยอะไรบางอย่าง ความคิดค่อยๆถูกเรียบเรียงอีกครั้ง "อ๋อ เราตกจากรถมอไซนิ่ เจ็บจัง เราอยู่ที่ไหน ทำไมมืดไปหมด" แล้วสติก็หายไปอีกครั้ง เธอหลับใหลไปช่วงสั้นๆ

"หนาวจัง ทำไมอยู่ดีๆที่นี่ถึงหนาวขนาดนี้ เราอยู่ที่ไหน ลืมตาไม่ขึ้น ใครเร่งแอร์เหรอ นั่นเสียงใคร ใครร้องโอย เสียงเราเหรอ หรือเราตกมอไซแล้วสมองกระแทก โอ้ยย ปวดเนื้อปวดตัวไปหมด หนาวด้วย หรือเป็นเพระาเราเสียเลือดเยอะเกินไป" ความคิดต่างๆไหลเข้ามาด้วยความกระวนกระวายใจในความไม่สบายของตัวเอง

"ออกไป ออกไปสิ่" เสียงผู้หญิงคนนึงดังแว่วเข้ามาในหูของเด็กสาวสารเลว

"ออกไปไหน ะให้ไปไหน ที่นี่ที่ไหน" เด็กสาวได้แต่คิดแต่เธอขยับปากพูดไม่ได้ พยายามจะขยับตัวทุรนทุราย ทันใดนั้นเธอก็เริ่มหายใจไม่ออก อาการแน่นหน้าอกเกิดขึ้น หัวใจเธอเต้นรัวตุ้บๆๆๆๆๆ เหมือนเสียงกลอง พยายามขยับแขนขาแต่ทำไ้เพียงนิดหน่อย ฉึบ "โอ้ยยย เจ็บ อะไรกัน ใครทำอะไรเรา" ฉึบ "อร๊ายยยยยยย แขนเรา โอ้ยย" ฉึบ "อร๊ายยยยยยยย ขาเรา" เสียงความคิดร้อยโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นในหัว ของมีคมบางอย่างบาดลงที่แขนและขาของเธอ ฉึบ ขาอีกข้างถูกตัดออกจากร่างของเธอ

"กรี๊ดดด หมอเร็วๆสิ่" เสียงเด็กสาวอีกคนดังขึ้น

"ใจเย็นๆสิ่ ฮืออ ข้าบอกเอ็งแล้วใช่มั้ยว่า เอ็งก้ไม่เชื่อข้า" เสียงหญิงชราดังขึ้น

"โอ้ยแม่ หรือแม่จะปล่อยให้อีมารหัวขนนี่มันออกมาหะ จะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงมัน" เด็กสาวตอบแม่ชราด้วยเสียงกระฟัดกระเฟียดที่คุ้นหูหมอและพยาบาล

"อะไรกัน มารหัวขนอะไรกัน ที่นี่ที่ไหน หนาวเหลือเกิน เจ็บเหลือเกิน เจ็บมาก อะไรกันนี่ เราตกมอไซไม่ใช่เหรอ หรือเสียงเตียงข้างๆ เรามาอยู่ที่โรงบาลแล้วเหรอ" ความคิดกระวนกระวายแล่นเข้ามาอีกครั้ง ฉึบ เสียงตัดครั้งสุดท้าย กลางลำตัวก็ขาดออก ทุกความคิด ทุกความรู้สึกก็หายไปอีกครั้งแต่ไม่นานมันจะกลับมาใหม่

"ที่นี่ที่ไหนกัน ทำไมมืดแบบนี้ แต่อุ่นจังเลย" "โอ้ย อะไรกระแทกเรา ทำไมเจ็บอย่างงี้" "อ๋อ เราตกมอไซนิ่ แต่เมื่อกี้มันอะไร เราฝันไปเหรอ เราฝันว่าแขนขาเราถูกตัด" ฉึบ "โอ้ยอะไรอีก ทำไมเจ็บแขนอีกแล้ว"............

กระทำกรรมอันใดไว้ ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
SHARE

Comments