Is that all about me ?
เช้าวันหนึ่งที่ รร เมื่อเสียงออดบอกเวลาว่าถึงคาบเรียนคาบแรก ซึ่งคาบแรกวันนี้เป็นคาบโครงงานเฉยๆ ส่วนมากก็มักจะนั่งอ่านหนังสือไม่ก็ทำการบ้านให้เสร็จ ไม่นานนักก็มีครูประจำชั้น เดินเข้ามาในห้องและให้เพื่อนๆกลุ่มหนึ่งแจกกระดาษขนาดเอสี่สีขาวที่ว่างเปล่า ฉันมองกระดาษในมืออย่างสงสัย หรือว่าครูจะให้สรุปสูตรฟิสิกส์อีกเปล่าวะ หรือจะให้สอบ เราคิดในใจ เชี่ยะ ถ้าให้สรุปสูตรฟิสิกส์นี่ตายแน่ๆ ไม่ได้ทวนวิชานี้เลย (ครูประจำชั้นคนนี้สอนฟิสิกส์) ก่อนที่ความคิดจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ครูก็พูดขึ้นมาว่า

"ให้นักเขียนเขียนเกี่ยวกับตัวเองมาไม่ต่ำกว่าสิบบรรทัดนะคะ แล้วส่งครูภายในคาบเลย"

อ่าว งง เลย เรื่องเกี่ยวกับตัวเองนี่กว้างมากๆ เรานี่หันมองหน้าครูเป็นทำนองว่า 'เอาจริงดิครู'
เราเลยถามครูว่า

'ครูคะ เรื่องเกี่ยวกับตัวเองนี่เขียนอะไรก็ได้เลยหรอคะ'

'ใช่ค่ะ เขียนอะไรก็ได้ เดี๋ยวไว้ครูจะอ่านของทุกๆคน'  โอ้โห เอางี้จริงดิ ?

'อ่อ โอเคค่ะ'

เรารับคำครูมาเงียบๆแล้วก็หยิบโทรศัพท์มาเปิดเพลงอีกครั้งและเสียบหูฟังเพื่อตัดขาดจากโลกภายนอกและเข้าสู่โลกส่วนตัวของตัวเอง อื้ม เรื่องของตัวเองงั้นหรอ เขียนด้านไหนดีละ ? ด้านที่เราอยากให้ทุกคนรับรู้หรือว่าด้านมืดๆหม่นๆของเรา ? เราคิด จากนั้นก็บรรจงเขียนอะไรที่ง่ายๆไปก่อนเช่น ชื่อจริง ชื่อเล่น อายุ ที่บ้านเลี้ยงหมาชื่อนู่นนี่นั่นเป็นต้น และแล้วการเขียนของเราก็สะดุดลง เราไม่รู้ว่าจะเขียนยังไงต่อดี เราลังเลจริงๆว่าจะเขียนชีวิตหม่นๆของเราไปดีหรือเปล่า แต่สุดท้ายเราก็เขียนลงไป

'หนูเป็นคนที่โลกส่วนตัวค่อนข้างสูง ไม่ชอบอะไรที่คนเยอะๆวุ่นวาย ชอบทำงานกับคนน้อยๆเพราะคิดว่ามากคนก็มากความ มีเพื่อนสนิทอยู่ต่างห้องมากกว่าในห้อง เป็นคนที่ค่อนข้างปิดกั้นตัวเองจากคนอื่นๆจนเคยมีครั้งหนึ่งเพื่อนสนิทบอกว่า ให้คนอื่นเขาเข้าไปโลกของแกบ้างเถอะ
มันเลยทำให้รู้ตัวเองว่า เออ เราแม่งโคตรปิดกั้นตัวเองเลยนะ อะไรทำนองนี้ เป็นคนที่ไม่ค่อยเกลียดใครส่วนมากจะมีแค่ไม่ชอบบางอย่างของเขามากกว่า แต่เพิ่งมีมาเกลียดจริงๆจังๆก็ตอนมอปลาย โดยส่วนตัวชอบบ่นกับหมามากกว่ากับคนเพราะมันจะไม่บ่นเรากลับ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆมักเป็นสีดำ ขาว และเทา เป็นคนที่มีด้านมืดมากกว่า 70% แต่อยู่ที่เลือกจะแสดงด้านไหนๆด้วย หนูค่อนข้างไม่ไว้ใจคนอื่นๆเพราะเคยโดนคนที่ไว้ใจมากๆทำให้เสียความรู้สึก จนคิดว่า ไว้ใจตัวเองมันดีที่สุดแล้ว

เราเขียนอะไรอีกเยอะแยะมากมายแต่จำมาได้ไม่หมดแต่พอมานึกๆดูแล้วก็เกิดความรู้สึกที่ว่า นั้นคือทุกอย่างของตัวแล้วเรางั้นหรอ ? ก็คงไม่หรอกเนอะ นี่เราแทบจะตอบตัวเองได้ทันที เราคิดว่าคงไม่มีใครอยากให้คนอื่นรู้เรื่องของตัวเราเองมากนักหรอก เพราะเดี๋ยวมันจะกลายเป็นจุดอ่อนของเราอะไรแบบนี้ เราค่อนข้างแสดงด้านที่แข็งกร้าวต่อทุกๆคนในชีวิตประจำวันนะ ยกเว้นหมาของเราไว้ก็ได้ เราเป็นตัวของตัวเองที่สุดก็ตอนอยู่กับหมาหรือกับตัวเองเท่านั้น ♥

อันที่จริงก็อยากจะให้ใจกับเพื่อนๆหรือคนอื่นๆที่รู้จักไปเหมือนที่เขาให้เรามาเหมือนกัน แต่เราก็กลัวว่าจะไว้ใจผิดคนอีก เลยเลือกที่จะไม่ไว้ใจเลยดีกว่า . . . อาจจะไว้ใจได้แค่บางเรื่องกับบางคน เช่นเพื่อนคนแรกไว้ใจเรื่องเรียนได้ แต่ไว้ใจเรีื่องความลับในชีวิตเราไม่ได้ ซึ่งเราก็จะไม่เล่ากับเขาเรื่องที่เราแอบชอบใคร รู้สึกยังไงกับใครแต่เขาก็สามารถเป็นที่ปรึกษาด้านการเรียนกับเราได้ เออ เราแม่งก็ดูเห็นแก่ตัวแปลกๆ เกลียดตัวเองเหมือนกันบางทีแต่ทำยังไงได้
เราเองก็ไม่อยากพังซ้ำๆซากๆอีกแล้ว



เราขอใส่เกราะให้ตัวเอง แล้วทำร้ายคนอื่น
 ดีกว่าให้คนอื่นเอามีดมาแทงเราเพราะความไว้ใจ






SHARE

Comments