Unexpected
"เราจะได้เจอกันอีกใช่มั้ย" ผมถามด้วยน้ำเสียงปกติ ยกมุมปากเล็กน้อยให้เหมือนยิ้มเพื่อไม่ให้ดูซีเรียสจนเกินไป

"ได้เจอสิ เราแค่ย้ายที่อยู่ไม่ได้ตายซะหน่อย แค่อาจจะน้อยลงเท่านั้นแหละ" เขาตอบกลับพลางหัวเราะเบาๆ ผมคงเผลอแสดงสีหน้ากังวลมากไปหน่อยเขาเลยนึกว่าผมคิดมากกับเรื่องนี้ เอาเข้าจริงผมก็คิดมากจริงๆนั่นล่ะเพียงแต่...มันไม่สามารถแสดงออกได้ก็เท่านั้น

"เออๆ งั้นก็โทรหรือทักมาชวนเที่ยวบ้างละกันถ้าแวะมา" ผมเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะเผลอแสดงอาการอะไรมากไปกว่านี้ แต่ทั้งอย่างนั้น ในใจมันกลับสั่นแปลกๆเหมือนบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว บางอย่างที่เคยเป็นที่พักที่พึ่งพิงเดียวของผมจะหายไปแบบไม่หวนกลับโดยที่ผมไม่อาจป้องกันแก้ไขมันได้เลย ทำได้เพียงยอมรับความเปลี่ยนแปลงและความสูญเสียของตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องที่แย่สำหรับเขา อันที่จริงมันออกจะดีเสียด้วยซ้ำที่เค้าจะได้ย้ายไปเริ่มต้นอะไรใหม่ๆที่เค้าเลือกด้วยตัวเอง ผมยิ้มให้เขาไม่ได้พูดอะไรต่อพลางก้มมองนาฬิกาข้อมือสีดำเงา

"ป่านนี้แล้ว...ต้องไปแล้วใช่มั้ย" ผมเงยหน้าขึ้นจากกากก้มมองนาฬิกาขึ้นมาถามพร้อมเลิกคิ้ว เขาก้มมองนาฬิกาแล้วพยักหน้าแล้วยิ้มให้ผม

"มีอะไรก็ติดต่อมานะ" เขายิ้มแล้วเอื้อมมือมาจับไหล่ผมก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าแล้วก้าวขึ้นรถไฟที่กำลังส่งเสียงดังจนเราเริ่มไม่ได้ยินเสียงกันและกัน ผมพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม เขายิ้มตอบเวลาเดียวกับที่รถไฟค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจนลับสายตา....แล้วน้ำตาผมก็ไหลออกมาแบบกลั้นไม่อยู่อีกต่อไป ผมพึมพำกับสายลมและเสียงจากรถไฟที่ค่อยๆห่างออกไป
ลาก่อนนะ...หวังว่าจะได้เจอกันอีก แม้จะในสถานะที่ต่างออกไปก็ตาม
SHARE
Writer
AkemiReiki
Me...Just me.
いっこくせんしゅう หนึ่งชั่วยามเท่ากับพันปี

Comments