'เมื่อวันนั้นมาถึง'
เช้านี้เป็นเช้าที่ตื่นเร็วกว่าปกติ
เมื่อข่าวที่เราไม่ต้องการจะได้ยินมาถึง
ฉันลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและออกไปพูดคุยกับแม่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

แน่นอน...เรารู้อยู่แล้วว่ายังไงวันนี้ก็ต้องเกิดขึ้น แม่พูดคุยกับฉันด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
แต่ก็ยังต้องเข้มแข็ง เพื่อที่จะทำหน้าที่ต่อ

โดยที่แม่ไม่ต้องบอก ฉันนั่งลงข้างๆยาย
เพียงเพื่ออาจจะช่วยบรรเทาความรู้สึกเดียวดายได้บ้างไม่มากก็น้อย

เมื่อเช้ายายพูดเพียงว่า 'รู้อยู่แล้วว่าเป็นธรรมดาที่ทุกคนต้องตาย แต่มันก็
อดคิดถึงไม่ได้'

พี่น้องของยายได้จากไปอีกหนึ่งคน
และตอนนี้ก็เหลืองเพียงยายคนเดียว
ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด

ไม่กี่ปีมานี้ยายสูญเสียน้องสาว
น้องชาย และลูกชายในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
เช่นเดียวกับพ่อที่สูญเสียแม่ และพี่ชาย
ในระยะเวลาไล่เลี่ยเหมือนกัน
รวมถึงแม่ที่เป็นคนกลางรับรู้และคอยจัดการเรื่องราวของทุกคน
ทำให้แอบคิดไม่ได้จริงๆว่า
ถ้าเราเป็นแบบนั้นจะรู้สึกอย่างไร

2-3 ปีมานี้
การสูญเสียแวะเวียนมาหาคนในครอบครัว
บ่อยเหลือเกิน จนบางครั้งก็ภาวนาว่า
อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก
แต่คงเป็นไปไม่ได้

ตัดภาพมาที่แม่ แม่เป็นอีกคนที่ต้องคอยจัดการดูแลทุกๆอย่างให้เรียบร้อย
และฉันมั่นใจว่าแม่ทำด้วยความยินดีและเต็มใจ

เช้านี้สิ่งที่ทำได้คืออยู่เป็นเพื่อนยาย
คอยคุย นวด นั่งอยู่ข้างๆ
ยายไม่ได้ฟูมฟาย ยังพูดคุยปกติ
และยังหัวเราะได้บ้าง
แต่ก็ไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วยายรู้สึกยังไง

หลายเหตุการณ์สอนเราได้โดยไม่ต้องพร่ำบอก
เวลาคือสิ่งที่สูญสิ้นไปไม่หวนคืน
แต่ความทรงจำยังคงอยู่
สิ่งเหล่านี้เสมือนนาฬิกาปลุก
ที่บอกให้เราตื่นจากความประมาท
เตือนให้เรามองเห็นคุณค่ากับคนที่อยู่ตรงหน้า

บอกรักในวันที่ยังมีคนให้บอก
กอดกันในยามที่ยังมีคนให้กอด
ทำสิ่งดีๆให้กันในวันที่ยังมีลมหายใจอยู่

'เราจะไม่รู้สึกถึงความสูญเสีย
จนเมื่อวันนั้นมาถึง'

อาลัยรัก ยายโจ๊ง
ยายผู้ชอบทำขนมจีนซาวน้ำให้กินตอนเด็ก ❤️

26.11.59
SHARE
Writer
StoryCollector
experience hunter
เกิดจากความช่างสังเกตุผู้คน สิ่งรอบตัว จนกลายเป็นนักสะสมเรื่องราว ชอบที่จะบันทึกประสบการณ์ที่ได้เจอ ทั้งจากตัวเอง จากเพื่อน จากคนรอบตัว หรือแม้กระทั่งคนแปลกหน้า มีความเชื่อว่าทุกคนมีเรื่องเล่าในแบบของตัวเอง.. Follow me : https://www.facebook.com/storycollectorsince2018/

Comments