3วิธี กำจัด"โกรธ!!!"
หลายคนชีวิตพัง เพราะความโกรธ ชั่ววูบเดียวเท่านั้น
แหม่!! เวลาเลือดขึ้นหน้านี่มันหาทางลงไม่ได้นะคะ
ปรี๊ดแตก ของขึ้น อุณหภูมิอารมณ์ พุ่งทะยาน นาทีใด
ภาพลักษณ์ดีงามยามใจสบาย เป็นอันจบเห่ลงในไม่กี่วินาทีต่อมา

วันนี้ #MindDirector มีวิธีกำกับใจตัวเอง ให้เล่นบทบาทคนใจเย็นได้ทันเวลา โดยที่ไม่มีคดีค้างคาให้ต้องตามล้างตามเช็ดเมื่อเลือดบ้าเผลอพุ่งทะยาน
ด้วยหลักปรับกาย-ใจที่ได้ผลทันทีนั่นคือ

ปรับทั้งทางร่างกาย(Bio )
ทางจิตใจ( phycho)และ ปรับสังคม(socail) ค่ะ

1. หายใจเข้า-ออกลึกๆ 10 ที พร้อมยิ้มอย่างไม่มีเหตุมีผล (ปรับBio)

บ้าเเล้ว!! ครู เวลาโกรธใครมันจะยิ้มออกฮ้าาา
นั่นเเหละค่ะ ใครๆก็ยิ้มไม่ออก
ผลมันก็เลย ของเข้าจนไม่ยอมออกไงล่ะจ๊ะ

ธรรมชาติเราเป็นแบบนี้ค่ะ เวลาเราโกรธ ร่างกายเราจะเกร็ง
ท้องมวน หายใจหอบถี่ คิ้วขมวด หน้าเกร็ง ปากคว่ำ
กล้ามเนื้ออัตโนมัติเหล่านั้นทำงานแบบไม่ถามปัญหาสุขภาพสักคำ

พอท้องไส้ปั่นป่วน เลือดร้อน หายใจหอบ ติด ขัด ถี่
มันก็feedbackกลับไปที่สารเคมีในสมองอย่างรวดเร็ว
คราวนี้ ยิ่งส่งผลให้สมองขยันหลั่งสารความเครียดให้พุ่งขึ้นๆๆไปอีกไม่จบไม่สิ้นค่ะ

เเละถ้าเรายังปล่อยให้จมอยู่กับสภาวะนั้นนานๆ
เท่ากับว่า เรากำลังต้มให้เลือดร้อนๆของเรา มันเดือดดาลขึ้นเรื่อยๆ

ทันทีที่เรา พัดลมเย็นๆเข้าไปในใจด้วยลมหายใจทั่วปอด
ออกซิเจนผ่านช่องท้อง เลี้ยงสมอง
ร่างกายก็จะทำอะไรช้าลง ปลอดโปร่งขึ้นทันที

ยิ่งยกโหนกแก้มเเย้มยิ้มด้วยล่ะก็
กล้ามเนื้อหน้าลักษณะนี้จะทำให้คนทำ คิดลบคิดต่ำจิตตกไม่ลงเลยทีเดียวเชียว
ส่งผลให้จิตใจสงบลงได้ทันตาเห็นเลยค่ะ

2. ฝึกจิตใจให้มีสติ อยู่กับ ปัจจุบันค่ะ (ปรับ ความคิดจิตใจ phycho)

ตอนเราโกรธ เราจะหูอื้อ ตาลาย ใจ"คิด"แต่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูก
โดยไม่เห็นสิ่งที่กำลังต้องทำตรงหน้า

อยากให้คนตรงหน้าขอโทษเรามากๆ...แต่ปากเรานี่ก็ด่าเค้าไม่หยุด
อยากให้คนตรงหน้ารู้สึกผิด ...แต่คำพูดที่เราสาดไป
ก็เสียๆหายๆจนเหมือนกดให้เค้าตกต่ำด้วยใจที่ต้องการชนะ

อยากให้คนตรงหน้ารับฟังเรา...แต่เราก็ไม่รับฟังเค้า
กลับใส่ไม่ยั้งเท่าที่มีจังหวะจะสวนได้!
อยากให้เค้าหยุดพูด...แต่เราตีอกชกหัว เบ้หน้า ตาเเข็ง
ทำอย่างนั้น มันจะได้ผลลัพธ์อย่างที่อยากได้มั้ยล่ะคะ

ยิ่งเราด่าเค้าไม่หยุด สรรหาคำมากดเค้าให้แพ้ ไม่รับฟังเค้า ตีอกชกหัวเบ้หน้าตาเเข็ง
แล้วคาดหวังว่า เค้าจะหยุด แล้วหันมาดีกับเราง่ายๆ เรื่องมันจะจบอย่างที่เราอยากได้
อย่างนั้น มันใช่หรอคะ
ตรรกะง่ายๆ... คือเป็นไปไม่ได้เลยค่ะ

ดังนั้น พอโกรธปุ๊บ มองคนตรงหน้าเลยค่ะ หายใจเข้าออกลึกๆตามข้อหนึ่ง
แล้วสวัสดี"สติ" กอดคอ "ปัจจุบัน"ให้ไวที่สุด
ดึงสติกลับมาด่วนๆๆ ตาดู หูฟัง อยู่กับวันเวลานาทีนี้ว่า
"นี่เรากำลังจะเเก้ปัญหานี้ ด้วยจิตใจที่ผ่อนคลายนะครับนะ"

ให้เค้าซัดมาเลยค่ะ แล้วเอาชนะเค้าด้วยใจที่เย็นกว่าเท่านั้นเป็นพอ
เคยดูมวยที่คู่ชกฝ่ายเเดงชกข้างเดียวมั้ยคะ
ใช่ ใครจะไปดูคะ ไม่มันส์หรอกค่ะ สักพัก เดี๋ยวก็หยุดชกแน่ๆ
เช่นเดียวกับการทะเลาะ ยั่วโมโหของคนเรา
ถ้าร้อนมา เย็นไป บอกได้เลยว่า ร้อนต่อได้ไม่นานค่ะ

ดังนั้น หายใจลึกๆ ใสๆ ไม่ต้องคิดอะไรนอกจาก "ทางออกของเวลานี้ คืออะไร"เเค่นั้น
ถ้าเราทำได้ แมตช์ล้างตาจะไม่เกิดขึ้น อารมณ์เราก็ไม่ขุ่นมัวด้วย

ยุคนี้คนที่ความอดทนต่ำ เกลื่อนเมืองจิตาย
คิดดูสิคะ ว่าเราจะเท่แค่ไหน ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนใจเย็นได้
โห...หาตัวจับยากค่ะ

3. เดินไปที่อื่นเลยค่ะ (ปรับSocial)

คนเราที่โกรธแล้วขยี้อยู่อย่างนั้นยาวนานจนเอากลับไปโกรธต่อชั่วชีวิตจะขอไม่เผาผีกัน
ก็เพราะเวลาที่ใช้อยู่ด้วยกันตอนโกรธนั้น มันนานไป

คิดภาพใหม่นะคะ ถ้า
โกรธมากแล้ว เดินไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา เราจะกลับมาด่ากันใหม่ได้อีกสักกี่คำ
โกรธมากๆๆ เดินไปจิบน้ำในตู้เย็น เราจะยังอยากต่อยเค้าเท่าเดิมมั้ย
แล้วถ้าของขึ้น ปุ๊ป เดินไปอีกห้อง เปิดหน้าต่างมองฟ้า มองนกบินไปมา มองตึก มองผู้คนไกลๆ
เลือดขึ้นหน้าปั๊บ เดินออกไปไกลๆ
เดี๋ยวก็หาย ไม่นานค่ะ

สิ่งเเวดล้อมใหม่ มีผลให้ใจหลีกหนีจากเรื่องที่จมอยู่ได้ทันตาเห็นค่ะ
มีครูท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า เราเป็นลูกหลานสิ่งเเวดล้อม
สังเกตได้ว่า ถ้าอยู่ในสถานที่ตึงเครียด เสียงดัง
สักวันเราก็จะเป็นคนดูเครียดๆ พูดเสียงดังไม่ต่างกับใครเค้า
ส่วนใครที่เย็นนี้ ลองไปเข้าวัด เดินสวนสาธารณะ ฟังเพลงชิลๆผ่อนคลายดูสักครึ่งชม.45นาที
กลับมาบ้านก็จะพูดเบาลง ทำอะไรช้าลงทันที ใครพูดดังชักจะรำคาญทั้งๆที่เคยฟังได้ทุกวัน
นั่นเพราะเราจะมีสัญชาตญานปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมตามอัติโนมัตินั่นเอง

ดังนั้น เวลาโกรธ
การเลี่ยงสายตาไปโฟกัสทางอื่น เดินไปอีกทาง เปลี่ยนเส้นทาง เดินไปเข้าสังคมใหม่ๆ
มีผลให้อารมณ์เปลี่ยนได้ชะงัดนัก

แล้วอย่าลืม เลือกสิ่งแวดล้อมที่ #ดีต่อใจ นะคะ

สุดท้ายขอย้ำว่า 3 ข้อด้านบนนี้ เป็นวิธีที่ควรทำก่อนอย่างอื่นค่ะ
เวลาโกรธ ควรหายใจลึกๆ1-10ครั้ง ยิ้มไร้สาเหตุ เดินเลี่ยงออกมา
ตาโฟกัสที่อื่น ใจคิดหาทางสงบ มีสติกับปัจจุบันแค่นั้นเลย

อย่าทำอย่างอื่นก่อน เช่น ต่อว่า สั่งสอน คิดหาเหตุผลต่างๆนานา ตอบโต้
บอกได้เลยว่า พังยับเเน่ๆ
เพราะตอนอารมณ์ขึ้น สมองเราใช้อารมณ์อยู่ ส่วนด้านเหตุผลยังทำงานไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่
ช่วงที่ Hot State เกิดขึ้นในร่างกายใคร

ต่อให้เด็กดีเด่น พ่อพระ ใจเย็นแค่ไหน
ก็ฆ่าคนได้ไม่ต่างกับนักเลงร้าย ฆาตกรเลือดร้อนเลยนะคะ

ที่สำคัญ ใจเรา มีฤทธิ์เดชมากกว่าที่เราจะเเค่ปรับเเค่ความคิดชีวิตก็เปลี่ยนง่ายขนาดนั้น
ถ้าทำได้ง่ายขนาดนั้น ทำไมเรายังได้ยินข่าวต่อยตีทะเลาะเบ้าตาเเตกกันไม่เว้นตามหน้าข่าวเด่น socialทุกวัน

ทะเลาะกันแม้กระทั่งในวัด ในสภา ตามตลาด รถไฟฟ้า เส้นทางจราจร ฯลฯ

อารมณ์โกรธ เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นแล้วหายไปง่ายที่สุด ในบรรดาอารมณ์ต่างๆ
แต่มักจะส่งผลพิฆาตยาวนานที่สุด จากเพียงเวลาชั่ววูบ

ถ้าวันนี้เรามากำกับใจให้เป็นคนใจเย็นลงได้
ทำทั้งสามอย่าง ปรับทั้ง bio phycho social พร้อมกัน
บ้านเรา ครอบครัวเรา อาจจะรักกันเเน่นหนักมากขึ้นได้
ความสัมพันธ์กับคนใกล้ใจ ย่อมไม่เกิดแผล รอยร้าว บ่อยเกินไป

บ้านเมืองสงบลง อย่างที่เราตั้งใจ

ใครนำเทคนิคนี้ทำไปแล้วได้ผลเป็นอย่างไร
เอามาเเชร์ให้ฟังกันเยอะๆนะคะ

#อารมณ์โกรธ
#จัดการอารมณ์ #กำกับใจ
ปรึกษาฟรี ที่ www.facebook.com/MindDirector

SHARE
Writer
MindDirector
Mind advisor Musical Director
ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพด้วยศิลปะการแสดง และจิตวิทยา ครูสอนการแสดง ผู้กำกับละครเพลง ผู้กำกับลีลา ผลงานเขียน MindDirector กำกับใจให้ชนะทุกด่านของชีวิต สำนักพิมพ์มติชน ผู้บริหารสถาบันสอนศิลปะการแสดงเพื่อพัฒนาศักยภาพ IDEO Performing Arts อาจารย์วิทยาลัยดนตรี วิชาการแสดงขับร้อง มหาวิทยาลัยรังสิต นักจิตวิทยา ให้คำปรึกษา Mind Center วิทยากรด้านพัฒนาศักยภาพ / พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ / จิตวิทยาการสอน / การแสดงและบุคลิกภาพให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน www.facebook.com/MindDirector www.mindcenterthailand.com

Comments

GMinds
3 years ago
เป็นเทคนิคที่ดีมากๆเลยถ้าเราลองได้ฝึกกันจะลดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งและการสื่อสารไปได้มากเลย เมื่อก่อนจีก็เป็นคนใจร้อนมาก พอตอนป่วยเป็นโรคซึมเศร้ายิ่งหนักเลยค่ะควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลย อารมณ์มันควบคุมเราตลอด พอโกรธขึ้นมาทีไรพังทุกทีไม่ลงที่ของก็ต้องที่คนมันเลวร้ายมากเลย จีฝึกปฏิบัติกรรมฐานและเจริญสติเพื่อให้รู้เท่าทันจิตใจ การหายใจดีขึ้น เพราะคนที่โกรธง่ายมักจะหายใจสั้นและใช้วิธีเดินหนีไปก่อนตอนแรกๆเพื่อให้อารมณ์เย็นลงไปปะทะกับมัน ฝึกจนตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนนอกจากจะรู้เท่าทันจิตใจตัวเองและยังมีไปรู้ของคนอื่นที่มาในแนวไม่ดีกับเราด้วยฮ่าๆ มันสุดยอดมากเลยค่ะ
Reply
MindDirector
3 years ago
ขอบคุณค่า
pratpreecha
3 years ago
ขอเเชร์ด้วยคนครับ เวลาที่โกรธหรือโมโห ผมจะไม่วิ่งตามอารมณ์ครับ จะกลับมาอยู่กับสภาพ จะชอบถามตัวเองว่าตอนนี้เราทำอะไรอยู่ นั่งอยู่ เดินอยู่ ยืนอยู่ เเขนเป็นไง ขาเป็นไง นั่งหลังตรงรึเปล่า คันตรงไหนมั้ย ผมยาวรึยัง บลาๆ คือเป็นการหลอกสมองให้ไปโฟกัสเรื่องร่างกายมากกว่าจะไปจดจ่อที่อารมณ์ครับ สักพักพอเราตรวจสอบร่างกายกว่าจะครบหมดทุกส่วน อารมณ์ที่มันพลุ่งพล่านก็หายไปแล้ว พอแก้อารมณ์ได้ ก็มาว่ากันต่อที่เหตุเเละผลเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น พอไม่มีอารมณ์แล้วจะเเก้ปัญหาด้วยเหตุเเละผลได้ง่ายมากขึ้นเลยครับ จริงๆก็มีเทคนิคหลายๆเเบบไว้มาเเชร์กันอีกนะครับ :) 
Reply
MindDirector
3 years ago
ยินดีค่า เดี๋ยวเข้าไปติดตามนะคะ