เล่าเรื่อง...ของเล่น
           ช่วงวันหยุดเทศกาลสำคัญอย่างช่วงปีใหม่ ฉันและครอบครัวมีโอกาสกลับบ้านต่างจังหวัด ฉันได้พบกับของเล่นในวัยเด็กซึ่งส่วนมากเป็นตุ๊กตาเก็บอยู่ในชั้นตู้โชว์ นึกสนุกหยิบมันออกมาทบทวนชื่อที่เคยตั้งให้ตอนเด็กๆ บางตัวลืมชื่อไปแล้ว เพราะนานมากที่ไม่ได้เล่นตุ๊กตาพวกนี้ ส่วนชื่อที่จำได้มักจะเป็นชื่อสัตว์แล้วตามด้วยคำว่า 'น้อย' อย่างเช่น หมาน้อย ผึ้งน้อย อะไรแบบนั้น ฉันหยิบตุ๊กตาออกมาทวนชื่อสักพัก อยู่ๆน้ำตาก็ไหล...

          หลังจากที่นึกย้อนกลับไป สมัยวัยเยาว์ ตั้งแต่อยู่อนุบาล ทุกๆคืนจะต้องเอาตุ๊กตาที่มีอยู่ราว 20-30 ตัวมาเรียงรอบๆที่นอน เรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และในตอนเช้าที่ต้องตื่นไปโรงเรียน ฉันก็จะเก็บพวกเขาใส่ลังอย่างเรียบร้อยเช่นกัน ฉันทำอย่างนี้เป็นกิจวัตรโดยไม่รู้สึกขี้เกียจเลย พอเริ่มโตเรียนชั้นประถม ฉันก็ค่อยๆลืมพวกเขาไป 
         
       'ฉันลืมพวกเขาไปตอนไหนก็ไม่รู้' 
  'อาจเพราะฉันต้องเรียนมากขึ้น โตขึ้น ความสนใจในตุ๊กตาพวกนี้นั้นก็ลดน้อยลง' 
          'แต่ฉันก็ไม่เคยทิ้งพวกเขา'            

ฉันเป็นคนที่ทะนุถนอมของเล่นของใช้แทบทุกอย่าง ฉันไม่เคยทิ้งตุ๊กตาของฉัน บางตัวเล่นจนแขนขาด ขาขาด ก็ไปหาเข็มกับด้ายมาเย็บ บางตัวขาดจนนุ่นในตัวหลุดลุ่ยออกมาถึงขั้นต้องหาผ้ามาปะแล้วเย็บ ฉันเย็บเองในวัยที่พอจะรู้จักการซ่อมแซมสิ่งของ แต่อย่าพูดถึงฝีมือและความประณีต     ขอแค่ขาและแขนติดกับลำตัวเป็นอันใช้ได้ บางตัวเก่ามาก ตัวดำปี๋แต่ก็ยังเก็บไว้ 
          
         ในวัยนั้น ฉันคิดว่ามันมีชีวิต ถ้าตัวไหนขาขาดนั่นหมายถึงว่า มันป่วย ฉันสวมบทบาทเป็นคุณหมอมีอุปกรณ์คือเข็มกับด้ายแทนการรักษา การคิดว่าตุ๊กตามีชีวิตนั้น ทำให้นึกถึงการ์ตูนที่มีเรื่องราวของเล่นอย่าง Toy Story ตอนเด็กๆไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้เลย ได้มาดูก็วัยมัธยมและรู้สึกทึ่งที่ผู้สร้างหยิบยกประเด็นความคิดและจินตนาการแบบเด็กๆที่มีเหมือนกันแทบทุกคนมานำเสนอ และฉันเป็นหนึ่งคนที่รู้สึกแบบนั้น

         ในวัยเด็ก ฉันเล่นตุ๊กตาทุกตัวและรู้สึกเหมือนพวกเขาเป็น 'เพื่อน' เพื่อนในวัยเด็กของฉัน พวกเขาไม่เพียงแต่เป็นเพื่อนเท่านั้นแต่ยังเป็นเครื่องบันทึกความทรงจำในวัยเยาว์แทนภาพถ่ายล้านๆภาพ ตุ๊กตาบางตัวฉันได้มาจากคุณหมอเจ้าของไข้ของฉัน ตอน3ขวบ ฉันป่วยด้วยโรคร้ายแรงและต้องรักษาอยู่โรงพยายาบาลเป็นปีๆ ช่วงวันเด็กที่โรงพยาบาลจะแจกของขวัญวันเด็ก และสิ่งที่ฉันได้ก็คือตุ๊กตา พวกเขาช่วยเยียวยาความเจ็บปวดและเป็นกำลังใจให้ฉันสู้กับโรคร้ายได้ดีทีเดียว

        พอช่วงที่หายป่วยฉันก็เข้าโรงเรียนและมีพวกเขาเป็นเพื่อน ที่โรงเรียนชีวิตของฉันก็ผิดแผกแตกต่างจากเพื่อนๆ เพราะต้องดูแลสุขภาพไม่สามารถทำกิจกรรมได้เหมือนคนอื่นๆ ต้องกินอาหารที่ที่บ้านเตรียมมาให้ ไม่ได้กินอาหารกลางวันเหมือนเพื่อนที่โรงเรียน เมื่อกลับมาถึงบ้าน ระแวกบ้านไม่ค่อยมีเด็กๆ ฉันจึงไม่มีเพื่อนและไม่ค่อยได้เล่นกับใคร
'แต่ฉันมีตุ๊กตา' เพื่อนรักของฉัน
ฉันเล่นกับพวกเขาได้เป็นวันๆคุยกันทุกเรื่อง วันไหนโดนป้าดุหรือโดนตี ฉันก็จะกอดและร้องไห้กับพวกเขาที่มีเกือบ30ตัว ช่วงชีวิตวัยเด็กของฉันนั้นเต็มไปด้วยความเหงา พ่อแม่ต้องทำงานอยู่จังหวัดหนึ่ง ส่วนฉันอยู่กับป้าอีกจังหวัดหนึ่ง ป้าดูแลฉันดีแต่ด้วยความเป็นเด็ก ฉันต้องการความรัก ต้องการพ่อแม่ ฉันไม่เหมือนคนอื่นและฉันป่วย

           ฉันต้องขอบคุณเพื่อนตุ๊กตาของฉันที่อยู่เป็นเพื่อนกันในวันที่ฉันเหงา อ่อนแอและร้องไห้ แม้พวกเขาจะไม่มีชีวิต แต่มีคุณค่าต่อความทรงจำของฉัน มีคุณค่าควรค่าต่อการเก็บรักษา
         
"ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต หากมีค่าน่าจดจำ ขอให้เก็บมันไว้ให้ลึกสุดหัวใจ"
SHARE

Comments