ชายผู้กลัวที่จะเปิดดู

ผมรู้จักชายคนหนึ่ง สิ่งแรกที่ผมนึกถึงเวลาพูดถึงเขา
คือเรื่องที่เขาเล่า เขาเคยเรื่องๆหนึ่งที่ผมชอบมาก 
ชอบมากเสียจนอดไม่ได้ที่จะต้องนึกถึงมันทุกครั้ง 
ที่นึกถึงหรือได้ยินชื่อเขาก็ตาม

มีหลายครั้งในชีวิต ที่ชีวิตของเรานั้นบิดผันไปกับ
การฟังเรื่องราวบางเรื่องที่น่าสนใจ
มันได้กระทำบางอย่างใส่เรา และผลจากสิ่งนั้น 
ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม
บางส่วนในตัวเราได้เปลี่ยนไปเสียแล้ว 
หลังจากที่ได้ฟังเรื่องนั้น


เขาบอกว่า ในตัวเรามีจิตที่หลบซ่อนอยู่อีกหนึ่งชั้น
ซึ่งสิ่งนี้เป็นตัวกำหนดอุปนิสัยและตัวตนของเรา

เขา:  ลองจินตนาการตามนะ

       ให้ลองคิดว่าจิตของเราเหมือนลูกบอลกลมๆ
       ซึ่งมันได้ถูกปิดล้อมทุกด้านของมันไว้ด้วยกำแพง 
       จนสภาพของมันกลายเป็น ลูกบาศก์
       เราไม่อาจจะมองเห็นข้างในกำแพงนั้นได้ 
       นั่นแหละสภาพที่ถูกซ่อนอยู่ของตัวตนของเรา

โดยเนื้อแท้แล้วทุกคนเริ่มต้นเท่าๆกันหมด 
เริ่มจากการเป็นลูกบอลกลมๆ อันบริสุทธ์
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราเติบโตขึ้น 
เราถูก ค้อนแห่งความรู้สึก ทุบเข้าใส่
โดยที่เราบ้างก็รู้ตัว บ้างก็ไม่ 
มันได้ทุบทำลายผ่านกำแพงที่คอยปกป้องใจกลางเอาไว้ 
หลังจากทุบ กำแพงค่อยๆผสาน ฟื้นตัวช้าๆ 
มันคืนรูปกลับมาเป็นเหมือนเก่า 
ดูภายนอกแทบไม่เหนความแตกต่าง 
แต่ภายในกำแพงนั้น ใจกลางของมัน 
ลูกบอลที่เคยกลมเกลี้ยงได้เปลี่ยนรูปไปแล้ว 

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นทุกวัน ค้อนแห่งความรู้สึก ไม่เคยเลือกเวลา เห็นท่าทีเหมาะเจาะก็ฟาดเข้าใส่จิตใจของเรา ใจกลางถูกทุบตีนับครั้งไม่ถ้วน ลูกบอลที่เคยกลมเปลี่ยนไปมากแค่ไหนก็ไม่อาจจะทราบได้ แต่นั่นแหละสิ่งที่เหลืออยู่ นั่นแหละตัวตนของคุณ
ที่บิดเบี้ยวไปตามแต่ว่าคุณจะพบเจออะไร



ผม:  แล้วไม่มีทางที่จะรู้ได้เลยหรอว่า จิตของเรามีรูปร่างเป็นอย่างไร?

เขา:  มีสิ ที่จริงเราสามารถดูออกได้ง่ายกว่าที่คิด จิตมันผสานเป็นเนื้อเดียวกับร่างกาย
       ยิ่งกลืนเป็นเนื้อเดียวกับตัวตนแล้ว ยิ่งดูออกง่าย มีหลายคนที่กลัวความสูง
       หลายคนที่กลัวแมลง สิ่งเหล่านั้นนี่แหละคือสิ่งตกค้างที่ยังเหลืออยู่ 
       หากเราเพ่งพินิจให้ดี เราจะมองออกได้เลยว่าจิตของพวกเขาหน้าตาเป็นอย่างไร 
       ผ่านอะไรมาบ้าง อะไรที่ทำให้เขาเป็นคนเช่นนี้


เขา:  สิ่งที่น่าสนใจคืออะไรรู้ไหม ? ถึงข้าจะใช้คำว่า ค้อนแห่งความรู้สึก 
       แต่อันที่จริง สิ่งที่จะมากระทบจิตของเรามันเป็นอะไรก็ได้ 
       อาจจะเป็นแค่การหกล้ม ถูกหัวเราะเยาะ ถูกตีมือตอนเด็ก 
       ยันไปถึงหัวใจสลายจากรักแรก มันเป็นไปได้หมดเลย
       เราไม่มีวันรู้หรอกว่าอะไรจะส่งผลกระทบไปถึงตัวตนของเราได้บ้าง
       มันอาจจะเป็นบางสิ่ง ทุกสิ่ง หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้




ผมยังคงเก็บสิ่งที่เขาเล่ามาขบคิดอยู่เรื่อยๆ 
ผมสงสัยนักว่า
ภายใต้กำแพงสะอาดสะอ้านนั้นจะมีอะไรรอผมอยู่ข้างในกันนะ
แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ผมกลัวเหลือเกินที่จะเห็นมัน กลัวเหลือเกินที่จะได้เห็นตัวเอง

จิตใจที่ถูกทุบใส่ครั้งแล้วครั้งเล่าแม้ภายนอกจะไม่แสดงออกแต่ข้างในคงไม่เหลือชิ้นดี


SHARE
Written in this book
him & her
เขา และ เธอ
Writer
LettersPart
designer
story about him and her

Comments

nawin35pnz
11 months ago
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆครับ.
Reply