แผ่นดิน ต้อง จารึก
 
  หลังจากที่ ห่างหาย จากจอคอม เป็นเวลานาน พอควร สิ่งที่ต้องบอกกล่าว
 
ในเรื่องๆหนึ่ง ซึ่งความรู้สึกนั้น ไม่ต่างจาก คนไทยทุกๆคน ที่รู้สึก และ รับรู้ กับตัวตนภายใน

ที่แสดงออกในแบบเดียวกัน กับผม ก็คือ


“ องค์ในหลวง แห่ง รัชกาลที่ 9”

 
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 1 ทุ่ม หรือ เดือนที่แล้ว ผมรับรู้ ข้อความหนึ่ง จากเพื่อนๆ

ในกรุ๊ป Line ที่อยู่ในวงการสัมมนา เค้าโพสต์ข้อความหนึ่ง ว่าตอนหนึ่ง คือ ท้องฟ้าที่โรงพยาบาลศิริราช

   เป็นฟ้ามืดมน แต่มีแสงส่องกลาง โรงพยาบาล 
   ผมไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ขณะนั้นเอง

  ด้วยความที่ ผมรับรู้ข่าวนี้ สิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้น ผมรีบเปิดทีวีดูทันที 
  ปรากฏว่า ท่านทรงสวรรคต แล้ว

  และเหตุการณ์นั้นเอง ประชาชนทุกคน ที่มาลงนามถวายพระพร ที่ รพ. ศิริราช พากันร้องไห้น้ำตาแทบไหล แล้ว ร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี ในคืนเดียวกัน ทำให้ สถานีโทรทัศน์ ทุกสถานี ทั้งรายการบันเทิง ตลก รายการต่างๆ ถูกยกเลิก ออกอากาศ ไปโดยปริยาย จะมีแต่ สารคดีที่เกี่ยวกับ ท่าน ได้ทรงงาน ทรงมีพระราชกิจ ในโครงการต่างๆ ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา



  วันต่อมา

   ผู้คน พากันใส่เสื้อขาว ดำ เป็นเวลา 100 วัน ส่วนอีเว้นท์ต่างๆ ที่เป็นคอนเสิร์ต งานรื่นรมย์ แม้แต่สัมมนา ต่างก็ถูกเลื่อน โดยไม่มีกำหนด ด้วยประกาศคำสั่งทางรัฐบาล ให้มีลงการลดธงเหลือครึ่งเสา เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่ วันนั้นเป็นต้นมา


  ส่วนทางด้าน Face book และ เว็บไซด์อื่นๆ ต่างก็เปลี่ยนรูปโปร์ไฟล์ และหน้าปก เป็นสีดำ เกือบทุกคน และมีเรื่องหนึ่ง ที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ จาก วันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งประเดิมเป็นวันสงครามประชาชน กลายเป็นวันที่มีประวัติศาสตร์หน้าใหม่ คือ วันแห่งถวายความอาลัยแด่

   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี 
   จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถ


  จากน้ำตาตกใน จากตัวตนภายใน ที่ผมรับรู้ และสัมผัสได้ หวังใจว่าสักวันหนึ่ง คนไทยทุกคน จะร่วมกันสร้างความสมัครสมาน สามัคคี กันมากกว่าเดิม อยู่ร่วมกัน ด้วยความเข้าใจ และ เคารพ ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่า ตัวเรามีใจที่กว้างพอหรือเปล่า....???


 และพิธีที่เกิดขึ้น อยู่ที่ ณ. มณทลพิธีท้องสนามหลวง ผมไปลงนามถวายคาลัย ช่วงวันอาทิตย์ เป็นอะไรที่เสี่ยงสุดๆ ทั้งร่างกาย ทั้งฟ้าฝน ที่ตกลงมา 2-3 ชั่วโมง แต่ก็ ไม่หวั่น ที่ต้องเข้ามาที่แห่งนั้น เพื่อถวายคาลัย ให้กับท่าน


   ด้วยความที่ ตัวผม ได้รับชมสารคดี มีตอนหนึ่งที่ประทับใจ ไม่รู้ลืมคือ ท่านทรงสอน ทรงถ่ายทอด ความรู้ในหลักการใช้ชีวิต ด้วยหลักการเดียว ที่คนในแผ่นดินไทย ทุกคนถูกปลุกฝัง จนถึงทุกวันนี้ คือ 

    “เศรษฐกิจพอเพียง” ไม่ได้หมายความว่า เท่านี้ก็พอแล้ว แต่ความหมายนั้น ที่ผมสัมผัส ก็คือ ทำอย่างไรให้มีพออยู่ พอกิน พึ่งพาตนเองได้ โดยไม่สร้างความเดือดร้อน เบียดเบียนให้กับใคร แต่จงสร้างความมั่นคงถาวร ด้วยลำแข้งของตนเอง 

  นั่นคือจุดเปลี่ยน ของผม ในด้านการเงิน ไปด้วย หลายๆสัปดาห์ ผมต้องทิ้งธุรกิจ ทิ้งโอกาส ทิ้งลูกค้าที่กำลังจะรับการโค้ชจากผมไป เพื่อรับโอกาสของตนเอง มีคุณค่าและยิ่งใหญ่กว่า สิ่งนั้นคือ อาสาเพื่อพ่อ ผมไปมา 5 วัน ทำให้เงินในกระเป๋าของผม ใช้น้อยมาก แทบไม่ได้ใช้เลยแม้แต่บาทเดียว ด้วยความที่ที่ทำงาน มีงานเร่งด่วน และ ช่วงว่างเว้น ไปถวายคาลัย โดยการเป็นอาสา ที่ ธรรมศาสตร์ ด้วย


  มีคำคม คำหนึ่ง ผมเตรียมฝากไว้อย่างหนึ่ง ว่า
 
  เวลาเศร้า เสียใจ หรืออะไรก็ตาม ที่รู้สึกรักและผูกพัน 
  อย่างหาที่สุดไม่ได้ ร้องไห้เถอะครับ 

  แต่อย่าให้ความเศร้า คืบคลานนานไป จนเสียตัวตน ไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม 
  ขอเพียงแค่ เดินหน้าต่อไป ตามหลักคำสอน ของท่านที่อยู่บนฟากฟ้า และ 
    สร้างพลังใจของตนเอง ให้เข้มแข็งขึ้นทุกวัน ให้สมกับที่มีตัวตนนี้ ที่อยู่ในยุคนั้น 
 ที่มีความผาสุขอันใหญ่ยิ่ง สูงสุด.........







 
SHARE
Writer
Jopiya
Guru,Trainer
ผม โจ ปิยะเทพ ตรึงจิตวิลาส ผู้ชำนาญและ Guru เกี่ยวกับ ตัวตนภายใน ติดตามการเดินทางครั้งใหม่ ได้ที่ Facebook Fan Page: ปลุกพลังใจ สร้างชีวิตที่มั่นคง by คุณโจ The Mirror Subscribe YouTube : Piya Training Instagram : Khunjo_pt ฝากไว้อ้อมอกอ้อมใจ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

Comments