เราอยู่กับ หนังสือการ์ตูน
ตั้งแต่แรกเริ่มเกิดมา ก็พบเจอกันมาโดยตลอด ในสมัยเด็กๆส่วนใหญ่ใครๆก็ต่างก็ต้องชอบการ์ตูนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหนังสืออ่าน หรือรับชมทางโทรทัศน์ ก็ไม่ผิดแปลก

ตัวเราเอง ก็คลุกคลีอยู่กับการ์ตูนมาตั้งแต่วัยเด็กที่ยังอ่านหนังสือไม่ออกเสียด้วยซ้ำ ตอนนั้นทำได้ก็แค่ดูภาพ แล้วก็ให้คุณพ่อคุณแม่อ่านให้ฟัง พอโตมาหน่อยพอเริ่มรู้เรื่องรู้ราว ก็เริ่มดูช่องเก้าทุกเช้าเสาร์อาทิตย์ พออ่านหนังสือได้ก็เริ่มอ่านไปเรื่อยตั้งแต่การ์ตูนห้าบาท ยันแบบเล่มหนาตึ้บ (การ์ตูนญี่ปุ่นสมัยก่อนเล่มละประมาน 120 บาทเท่าที่จำได้)  หรือจะเป็นการ์ตูนภาพยนตร์อเนิเมชั่นของดิสนีย์ พิกซาร์ ดริมเวิร์ค ฯลฯ ก็ชอบดู เรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกันอย่างแน่นแฟ้นเลยทีเดียว

แต่ที่อ่านแบบจัดหนักจัดเต็มมากที่สุดเลย ก็คือ หนังสือการ์ตูนนี่แหละ

              Comics และ Manga คำเรียกที่แตกต่างระหว่างประเทศที่ห่างกันเกือบซีกโลกหนึ่ง  มีความแตกต่างกันเช่นไรหนอ
              คำว่า Comics นั้น ก็กล่าวไว้ว่าเป็นทัศนศิลป์รูปแบบหนึ่งที่ประกอบด้วยรูปภาพที่จัดเป็นช่องๆ และข้อความที่อยู่ในบอลลูนคำพูดหรือเป็นคำบรรยายภาพ เริ่มแรกนั้นการ์ตูนช่องมักเป็นการ์ตูนล้อเลียนและมักจะเล่าเรื่องตลกสั้นๆ หรืออาจจะเรียกว่า คอมมิกบุ๊ค หรือคอมมิกสตริป นั่นก็หมายถึง รูปภาพการเล่าเรื่องราวต่างๆ โดยลำดับภาพ การคงรักษาบุคลิกภาพต่างๆ ไว้ในภาพลำดับต่าง ๆ กัน และการรวบรวมบทสนทนา หรือคำบรรยายไว้ภายในภาพ ลักษณะเป็น กราฟิกโนเวล อย่างเช่น ซูเปอร์แมน, สไปเดอร์-แมน, แบทแมน โดยการ์ตูนที่นำเสนอเป็นเรื่องราวที่มีความต่อเนื่องกันจนจบ มีคำบรรยายหรือบทสนทนาภายในภาพ โดยการ์ตูนที่นำเสนอเป็นเรื่องราวที่มีความต่อเนื่องกันจนจบ
              ส่วนคำว่า Manga แปลตรงตัวว่า "ภาพตามอารมณ์" ถูกใช้อย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรกหลังจากจิตรกรอุคิโยเอะชื่อโฮคุไซตีพิมพ์หนังสือชื่อโฮคุไซมังงะในคริสต์ศตวรรษที่ 19 รูปใน Manga ส่วนใหญ่จะเน้นเส้นมากกว่ารูปทรงและการให้แสงเงา การจัดช่องภาพจะไม่ตายตัวเหมือนการ์ตูนสี่ช่องหรือการ์ตูนช่องในหนังสือพิมพ์ การอ่าน Manga จะอ่านจากขวาไปซ้ายตามวิธีเขียนหนังสือแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น 

สรุปง่ายๆคือ Comics คือ การ์ตูนฝรั่ง ส่วน Manga ก็คือ การ์ตูนญี่ปุ่น นั่นแหละ 

             ในชีวิตที่ผ่านมาตลอด ก็สารภาพว่าตัวเองหลงไหล ในการอ่านการ์ตูน มากกว่า การดูการ์ตูน รู้สึกประทับใจในลายเส้น ทั้งการจัดวางองค์ประกอบ การนำเสนอเรื่องไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนฝรั่ง หรือการ์ตูนญี่ปุ่น ล้วนแต่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแอบแฝงในตัวเสมอ ยกตัวอย่างเช่น จุดเด่นของการ์ตูนญี่ปุ่นโดยส่วนมาก จะให้น้ำหนักในส่วน เนื้อเรื่อง มากกว่า ตัวละคร แต่ในทางกลับกัน การ์ตูนฝรั่ง จะให้น้ำหนักทางฝั่ง ตัวละคร มากกว่าเนื้อเรื่องเสียส่วนใหญ่ ดังนั้นเราจะเห็นรูปแบบเนื้อเรื่องที่เขาให้ความสำคัญกับ ธีม ของเรื่อง ของทางฝั่งญี่ปุ่น และทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็จะเห็นความโดดเด่นของ ตัวละคร ของทางฝั่งการ์ตูนฝรั่งเช่นกัน 

ซึ่งรูปแบบดังกล่าวที่เกิดขึ้น นั้นแสดงถึงเจตนาของผู้แต่งต้องการจะสื่อ โดยที่ฝั่งของ Comics ส่วนใหญ่ต้องการที่จะสร้าง Icon หรือ ตัวแทนเพื่อแสดงออกถึงเจตจำนงต่างๆ เช่นพวก Super hero ต่างๆ ซึ่งจะแตกต่างกับ การ์ตูนญี่ปุ่นที่จะเน้นความเข้มข้นของเนื้อเรื่องเป็นส่วนใหญ่

                     ช่วงชีวิตที่ผ่านมาอาจปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เราเองอยู่กับการ์ตูนมาตลอด และในความเห็นเราเองก็คิดว่ามันไม่เป็นเพียงแค่หนังสือที่อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่มันมอบพลังความคิด จินตนาการมหาศาลมากมายให้กับผู้ที่อ่านมันแน่นอน 
              หนังสือการ์ตูนดีๆเปรียบเสมือนงานศิลปะที่งดงามยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม มุมภาพที่นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ และตัวละครที่ออกแบบได้อย่างสวยงาม รวมกันเป็นองค์ประกอบที่ยอดเยี่ยม ดึงดูดให้ผู้อ่านหลงไหลไปกับ ภาพ เนื้อเรื่อง 

หากแต่เรายิ่งโตขึ้น เราพบว่ามีรูปแบบของการ์ตูนต่างๆมากขึ้น เฉพาะทางมากขึ้น ทำให้เราเลือกสรรรูปแบบการ์ตูนที่เราต้องการจะอ่านได้มากมาย

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เจตนาจริงๆ ของมันก็แค่มอบความสุขให้คนผู้อ่าน เท่านั้นเอง

อย่าไปคิดเพียงว่า มันเป็นแค่หนังสือสำหรับเด็ก

แต่ละเรื่องมันสอนอะไรเรามากมายแค่ไหน

มองเข้าไปให้ลึกกว่าภาพหมึกที่พิมพ์อยู่ในกระดาษ

คุณจะเห็น

จิตใจที่แสนจะบอบบางของซูเปอร์แมนผู้แข็งแกร่ง

ความฉลาดในการวางแผนของแบทแมน ผู้ที่แทบจะไร้พลังวิเศษในโลกฮีโร่

การต่อสู้สุดระทึกใจจนน่ากลัวของ ฮันเตอร์Xฮันเตอร์

ดินแดนโลกอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆของ วันพีช

หรือตัวละครที่มีชื่อเรียกที่เรียบง่าย เนื้อเรื่องเรียบๆแต่ทรงพลังอย่าง ดราก้อนบอล

เห็นไหมหนังสือการ์ตูนมันมีมากกว่าอ่านสนุกเฉยๆ
มันมอบอะไรให้กับเราบ้าง
บางทีเราอาจจะ อวยเว่อร์ มากเกินไปหน่อย
ก็อย่างที่กล่าวไว้ในหัวเรื่องนั่นแหละ

เพราะเราอยู่กับ หนังสือการ์ตูน

สวัสดี






SHARE
Writer
DRIEDCHILLI
Dreamer
ชอบเสียงเพลง ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์และเทคโนโลยี

Comments