บาป: ไม่มีน้ำตา
น้ำตา.    คำนิยามของน้ำตาก็คือ ของเหลวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา และจะถูกขับออกมาจำนวนมากเมื่อร่างกายรับรู้ว่าความแห้งผากได้เข้ามาทักทายกับดวงตาดังกล่าว

    มันดูแปลกดีที่ร่างกายแสนฉลาดของเราจะตอบสนองไวหรือในภาษามนุษย์เราๆทราบกันในนามของคำว่า รู้งาน 
    ดูไม่แปลกเท่าไหร่ที่มนุษย์จะร้องไห้ออกมาได้ ความเศร้า ความดีใจ ความตื่นเต้น เป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์สุดอ่อนไหวที่จะเปิดวาลว์ก๊อกน้ำตาให้ไหลออกมาได้ดีที่สุด น้ำตาอาจเป็นสัญลักษณ์ของความเสียสละ เสียสละทางกายและอารมณ์ หลายคนอาจไม่ชอบน้ำตาที่มันดูเปราะบางและอ่อนแอ
แต่เชื่อเถอะถ้าวันใดที่คุณๆขาดมันไปมันไม่น่าอภิรมณ์ชมชอบเท่าไรนัก

เพราะเป็นช่วงเวลานึงมาแล้วที่มันหายไป.
    พูดแล้วอาจฟังดูประหลาด สสารที่เรียกว่าน้ำตาได้เดินออกไปจากชีวิตของผู้เขียนนานแล้ว เหมือนเป็นฤดูแล้งของจิตใจ จำแทบไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่น้ำตาไหลคือเมื่อไหร่ กล่าวกันไว้ก่อนว่าผู้เขียนไม่ใช่บุคคลกร้านโลกหรือแข็งแรงทางอารมณ์แต่อย่างใด ซ้ำยังเป็นผู้ชายอ่อนไหวทางอารมณ์สุดๆเสีย (หัวเราะ) 
    ความไม่น่าอภิรมณ์ของการน้ำตาไม่ไหลนี้ยังยากจะสืบสาวหาบ่อเกิดปัญหาได้ เนื่องจากร่างกายยังคงอมความเศร้าได้เหมือนฟองน้ำที่จุ่มลงไปในถังสี แต่ทว่าหากบีบแล้วไม่มีของเหลวใดๆไหลออกมาตามกฎกายภาพใดใด หรือเพราะเจอกับเหตุการณ์หนาหนักที่ซัดเข้าที่เบ้าหน้าจนเส้นประสาทส่วนนั้นด้านชาไปแล้ว..ก็ไม่? 
    มันดูเป็นบาปชนิดใหม่ที่เริ่มกัดกินหัวใจ การที่ไม่สามารถระบายความรู้สึกออกมาได้ตามระบบธรรมชาติส่งผลให้จิตใจเริ่มเกิดคำถามว่าที่เป็นอยู่ในสภาวะตัวตนนั้นคือ มนุษย์สามัญ หรือ อมนุษย์กันแน่? ที่ใช้ชีวิตอยู่คือสามัญจริงหรือไม่? พระเจ้าเป็นคนกำหนดสิ่งนี้เพียงเพราะพระองค์เห็นแล้วว่ามันดีแล้วหรือ? ล้วนทั้งสิ้นไร้ซึ่งคำตอบใดใดมาไขได้ 

เหมือนมีอิฐแสนก้อนจุกอยู่ในอก.
    นักเขียนและนักคิดหลายๆท่านในสมัยนิยมมักเกริ่นทฤษฎี "กำแพง" ว่าถูกสร้างขึ้นมาจากภายในเพื่อป้องกันการเข้ามาของภัยคุกคามทางจิตใจและอารมณ์ ป้องกันความไม่คงที่ของสสารกับอารมณ์ ล้วนแล้วถูกก่อขึ้นมาภายในใจ หลากบุคคลหลากทัศนคติกันไป
    ทว่าในกรณีผู้เขียนแล้วคงเหมือนกองอิฐมากกว่ากำแพง ความระเนระนาดของอิฐปิดกั้นความคิดด้านดีๆ เหลี่ยมของมันทิ่มแทงอก จำนวนของมันทวีขึ้นทุกครั้งที่มีการสะสมความทุกข์ ความอัดอั้นนั้นกลับแห้งผาก ไร้ซึ่งการหลั่งของเหลวออกมาทางนัยย์ตา มีเพียงอากาศธาตุไร้ซึ่งความเปียกปอน

แต่ก็ต้องรับบาปนี้ไปอีกนาน.
จนกว่าวันที่จิตใจจะกลับมาสมบูรณ์
จนกว่าวันที่จะได้รับคำตอบของตัวตน
จนกว่าวันที่อิฐเหล่านั้นจะพังทลายลงและสายน้ำตาจะกลับมาไหลได้อย่างปกติอีกครั้ง

วันนั้นฉันคงเป็นมนุษย์สามัญอย่างแท้แน่นอน.คนบาป.


SHARE
Writer
Nocturnal
Sincered human being
I​ don't​ fear a​ curtain death, death​ is​ curtain.

Comments

BETHNIA
4 years ago
สำหรับเรา เราใช้คำว่าขยี้ ทำให้มันเจ็บ ทรมานตัวเองให้ปวด เมื่อมันเจ็บหนักมันจะชา เริ่มชินจนด้าน แล้วมันจะหาย

อาการจุกในอก เรียกว่าระยะ 2 ระยะ 3 เดี๋ยวมันก็ชาแล้วก็เริ่มชิน
Reply
Nocturnal
4 years ago
ไม่อยากขึ้นระยะสามเลย พอไม่มีน้ำตามันก็เริ่มดูจางไปเลยชีวิต เอาใจช่วยด้วยครับ 55555

BETHNIA
4 years ago
ผ่านระยะ 3 ได้ก็สบายแล้วค่ะ 555 
จริงๆไม่มีน้ำตาก็ไม่ได้แย่ บางทีก็แค่ร้องระบายออกให้หมดๆ แล้วก็หายค่ะ มันไม่เพ้อเจ้อ พร่ำเพ้อ ฟูมฟาย เอ๊ะ หรือว่าชอบอย่างหลังคะ ^_^
Nocturnal
4 years ago
อย่างหลังนี่ขอบายยาวๆเลยครับ 555 ตอนนี้ขอร้องออกมาเป็นควันก็พอใจแล้ว ปอดพังกันต่อไป ฮ่าๆๆ