เมื่อผมลาออก ก็คงไม่มีใครคิดถึงผม & แบบทดสอบ 1,096 ข้อ กว่าจะได้งานใหม่
ก่อนอื่นผมอยากจะให้คุณแสดงความยินดีที่ผมได้งานใหม่ก่อนที่จะฟังเรื่องที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้  ..ครับ! ผมต้องขอบคุณพวกคุณมากๆ  ช่วงเวลา 39 วันที่ตกงาน นอกจากครอบครัวและเพื่อนบางคนก็มีแต่พวกคุณที่ผมคิดถึง

เศรษฐกิจประเทศเราตอนนี้ก็อย่างที่รู้กันครับบริษัทมีการจ้างคนออกและผลักพนักงานบางกลุ่มให้ออกพวกเราเป็นเพียงลูกจ้างอันใช้ความสร้างสรรค์เป็นแรงงาน  ในวันที่เขาไม่ต้องการเราเราก็เพียงแต่ก้าวออกมาก็แค่นั้นเอง..

สัจธรรมที่ได้ค้นพบหลังออกจากงานคือ

เมื่อเราพ้นสภาพจากบริษัทแล้ว  ก็ไม่มีใครจดจำเรา


จากไทม์ไลน์คุณอาจจะเห็นผมหายไปราว 3 เดือน  ช่วงนั้นผมกำลังต่อสู้กับจิตสำนึกของตัวเองอยู่ ว่าควรก้าวไปกับอนาคตอย่างไรไม่ให้เจ็บตัว  สำหรับผมในวัยนี้ เรื่องงานเป็นสิ่งสำคัญกว่าครอบครัว ครอบครัวของผมไม่ได้มีพร้อม และไม่ได้สมบูรณ์ปกติสักเท่าไหร่ และความกดดันหลายอย่างที่เรียกว่า การบังคับ  ทำให้ผมไม่มีความสุข ดังนั้นหน้าที่การงานเป็นสังคมที่ทำให้ผมมีเพื่อน 

ผมลาออก
เหตุผลมากมายที่ควรจะมีเป็นหนังสือส่งให้บริษัทได้อ่าน  แต่ปัญหามันเกิดมาจากบริษัทที่เขาก็รู้ทั้งรู้กัน  จนผมคิดว่าตัวผมนี่แหละคงเป็นปัญหา เพราะเมื่อผมกระโจนเข้าไปเอี่ยวด้วยในมิตติ้งใด ย่อมมีวาระที่ไม่สิ้นสุด  อาจจะเข้าสู่ยุคชดใช้เวรกรรมของบริษัทที่ต่อให้ผมพยายามแก้ไขเพียงไรก็ไม่เป็นผล มีคนเตือนว่า "อย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง"

ผมได้แง่คิดจากเหตุการณ์นี้ว่า ถ้าผมเป็นเถ้าแก่  ผมจะไม่ไว้ใจให้ลูกน้องเอาองค์กรของเราไปเป็นของเขาเองโดยปริยาย    คิดว่าจ้างคนมาทำงานให้เรานั่งนับตังค์  นึกว่าสบายหารู้ไหมว่าเงินหายออกจากกระเป๋า เหมือนอ่างรั่ว

อีกอย่างสายงานที่ผมทำมันไม่เหมือนอย่างอื่น  ประหนึ่งให้พยาบาลไปผ่าตัดแทนหมอก็คงไม่ใช่  ไม่ใช่งานกู้ภัยที่ทุกอย่างต้องเอาเดี๋ยวนี้ ตอนนี้   หรือ อปพร. ช่วงน้ำท่วมที่ต้องเฝ้าประตูระบายน้ำ 24 ชั่วโมง ป่วย ตาย ลาไม่ได้  ผมว่าหัวหน้าเข้าใจผิดในการบริหาร  งานแบบนี้ถ้าทำแล้วได้เงิน 2 ล้าน ใน 1 นาที จึงว่าไปอย่าง

บริษัทไทยสมัยนี้แท้ยังคิดว่านี่เป็นยุค ไพร่สม
คนรวยยังคงมองลูกจ้างว่าเป็นไพร่ 

**ไพร่ ในที่นี้หมายถึง คนที่ไม่ได้เป็นเจ้าขุนมูลนาย ต้องมีสังกัดโดยเลี้ยงไว้ในบ้าน จะเรียกใช้ให้ทำอะไรต้องทำได้ สนองพระเดชพระคุณได้ 24 hrs. ให้อัฐตอบแทน ต่างจากทาสตรงที่เฆี่ยนตีแล้วจะผิดกฎหมาย

เปลี่ยนงาน
เพราะฉะนั้น เงื่อนไขแรกที่จะใช้หางานใหม่ ผู้บริหารต้องไม่โง่ครับ   ด้วยอายุยังน้อย ผมจำเป็นต้องเรียนรู้ชีวิตจากคนฉลาดที่จะมาเป็นแบบอย่างให้กับเราได้  เพราะฉะนั้นอะไรที่มันไร้สาระ ผมต้องปล่อยวางครับ  และให้เกียรติกับทุกๆ ที่ที่ไปสัมภาษณ์  ไม่ใช่ว่าทำแล้วจะเกิดปัญหาเดิม เสียเวลากัน  เราก็จะไม่เติบโต

ปัญหาก็คือ  เราจะ รู้ได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เดิมๆที่ทำให้เป็นปัญหา   หลายบริษัทจึงออกแบบสิ่งที่เรียกว่าแบบสอบถามและแบบทดสอบเพื่อเป็นสิ่งคัดกรองว่าที่ผู้ร่วมงาน

ทำข้อสอบ
พระเจ้า!! ที่แรกก็ปาไป 296 ข้อ  พอเข้าใจว่าเป็นทดสอบพัฒนาบุคลิกภาพ  แต่ผมไม่เคยคิดว่าต้องโพทนาบอกใครไหมว่าผมแปรงฟันหลังกินข้าวครอบทุกมื้อหรือเปล่า  หรือล้างมือหลังออกจากห้องน้ำไหม  บริษัทนี้เขาคัดคนแปลกดี

ทดสอบการเชื่อมโยงและการเขียนอีเมลเป็นภาษาอังกฤษ  ทั้งๆ ที่บริษัทขายสินค้าให้คนไทย

บริษัทที่ร่ำรวยจากการจำหน่ายสินค้าที่ฮั้วกับ อบต. ทั่วประเทศ  ที่คนสัมภาษณ์เมา มีกลิ่นเหล้าฉุน ถามบางอย่างที่วัดความอดทนหรืออาจจะด่าเราอยู่จริงๆ

บริษัทล่าสุดถามเวลาตกฟาก  คือผมเข้าใจว่าเอาไว้ดูดวง  ตรงนี้ผมไม่เกี่ยง  แต่ผมกลัวว่าถ้าเกลียดชังกันขึ้นมาก็จะมีการเล่นคุณไสยใส่กันได้  คุณย่าคุณยายผมยังคงสอนให้ระวังเรื่องนี้ไว้

ถามถึงงานในฝัน ซึ่งผมตอบว่าคนอายุเท่านี้ถ้าไม่รู้ตัวว่าจะไปทางไหนก็คงน่าสงสาร  ผมบาลานซ์ความฝันกับความจริงได้ อะไรที่มันเกินจริงก็ละไว้ไปทำเป็นงานอดิเรก  และมีมนุษย์เงินเดือนคนไหนทีไม่อยากทำงานแล้วได้ผลตอบแทนเป็นเงินเดือนและสวัสดิการที่ดี? ไม่มีหรอกครับ

มีคนทาบทามไปเป็นหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งผมตอบว่าผมยังอยากเป็นลูกน้องอยู่  เพราะผมอยากเก่งในสายงานทางนี้  เขาก็มองว่าผมโง่นิดหน่อย  ผมก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะคิดว่าผมฉลาด  มันแค่ผมไม่ได้เกิดมาเพื่อเหมือนคนส่วนมากที่มองเงินเป็นหลัก

ผมจะอยู่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีเพื่อนที่พูดคุยเรื่องเดียวกันและคงไม่มีความสุขถ้ามีเงินอย่างเดียว

อะไรก็ได้ที่ผมทำได้และยังสนุกกับมันอยู่ มีคนยอมรับเราที่เป็นเรา และ รายได้กับความสุขที่ไปด้วยกัน

ครับ..นับแล้วได้ 1,096 ข้อ กับ 6 บริษัทที่เรียกสัมภาษณ์ สุดท้ายแล้วผมยังคงต้องการทำงานที่มีสังคมที่ดี ตื่นมาเจอเพื่อนที่อยากร่วมงานด้วย  มีเจ้านายเจ๋งๆ ที่ต่อให้งี่เง่าบ้าง (ก็เป็นกันทุกคน ผมก็เป็น) แต่ก็ขอให้เข้าใจเรื่องงาน  และไม่โกงค่าแรง


บางทีไม่ต้องทำแบบทดสอบเยอะขนาดนั้นก็ได้ครับมองหน้ากันก็รู้แล้วเป็นคนประเภทเดียวกันหรือเปล่า







SHARE

Comments

PeteNote
3 years ago
รักบทความนี้จัง^^
Reply
9harbin
3 years ago
ขอบคุณคับ
-PikachU-
3 years ago
ผมว่าผมมีความคิดเรื่องการทำงานคล้าบกับคุณครับ

แต่ผมโชคดีที่เจอที่ๆผมอยากอยู่แล้วครับ ^ ^

สักวันต้องเจอที่ๆเหมาะกับตัวเองครับ อน่างเพิ่งท้อนะ
Reply
9harbin
3 years ago
ยินดีด้วยอย่างยิ่งครับ (อิจฉาเล็กๆ)