ระเบียงห้องที่มองเห็นดาวเหนือทุกคืน แต่มองไม่เห็นพระจันทร์
"ดูดบุหรี่ไหม?"
ในเวลาอื่น คำพูดชักชวนให้ดูดบุหรี่ไม่ได้ทำให้ใจสั่นหรือตื่นเต้นอะไร แต่ในเวลานี้ ฉันใช้มันขอยืดเวลาให้เราอยู่ตรงนี้ด้วยกันนานขึ้นอีกสักหน่อย

คุณเดินออกไปที่ระเบียงแล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ที่หันหน้าออกไปด้านนอก

บุหรี่ในมือคุณถูกจุด

ฉันนั่งลงบนขอบระเบียงที่หันหลังให้กับกรุงเทพยามค่ำคืน และจ้องมองเพียงคุณ

ความเงียบเข้ามาแทนที่ แต่มันกลบความสับสนในใจของฉันไม่ได้เลย

"ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้าย มันจบไม่ดีเลย"
ฉันทำลายความเงียบด้วยความเศร้า
"แล้วจะทำยังไง มันมีทางอื่นที่ดีกว่านี้?"
"มีแน่ๆ ทุกทางมันดีกว่านี้หมดเลย แต่ทำไมคุณเลือกแบบนี้"
"เพราะคุณไม่เลือก ผมเลยต้องเลือก เข้าใจไหม?"
"ก็ฉันเลือกไม่ได้. . ."
"ผมต้องเรียกประโยค ก็ฉันเลือกไม่ได้ ของคุณว่าเป็นเหตุผล หรือ ข้ออ้างดีหล่ะเด็กสาวดาราศาสตร์"
"เรียกมันว่า ความสับสน ดูจะใกล้เคียงที่สุด"

ความเงียบเข้ามาดึงความสนใจออกจากบทสนทนาไปยังวิวของกรุงเทพตอนห้าทุ่มสี่สิบเจ็ด

"ระเบียงห้องคุณ เห็นดาวเหนือชัดทุกคืน"
ฉันพูด โดยที่สายตาจ้องไปยังดาวดวงที่สกาวที่สุด แต่ในใจ คงไม่อยู่ที่ดาวดวงนั้นเป็นแน่

"แต่. . .มองไม่เห็นดวงจันทร์. . ."
". . .พระจันทร์อยู่ไหน?"
"คุณรู้ว่าพระจันทร์อยู่ไหน วิธีที่จะทำให้คุณมองเห็นพระจันทร์ คุณรู้ดี อยู่ที่คุณอยากเห็นมันจริงๆหรือเปล่า. . .ไปดาดฟ้ากันไหม"

.

คุณคงไม่เข้าใจ มันเสี่ยงเกินไปกับการที่ฉันจะบอกลาคนข้างกาย เพื่อไปโคจรรอบตัวคุณ
มันเสี่ยงเกินไป คุณที่ดีพร้อม กับเด็กผู้หญิงธรรมดาๆอย่างฉัน
มันเสี่ยงเกินไป ฉันยังนึกไม่ออกว่าเราจะผ่านไปด้วยกันได้ไหมถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
มันเสี่ยงเกินไป คุณอาจเห็นฉันเป็นเพียงพระจันทร์ที่คุณหวังจะขึ้นไปเหยียบสักครั้ง ปักธงเอาไว้ และเดินทางกลับมายังโลก โดยที่เอาเรื่องราวความรู้สึกสุดแสนพิเศษตอนอยู่บนดวงจันทร์ไปเล่าให้ใครต่อใครฟังได้ แต่ไม่คิดเลยว่าจะกลับไปเหยียบมันอีกเป็นครั้งที่สอง หรือลงหลักปักฐานบนดวงดาวที่ไม่สามารถหายใจได้
มันเสี่ยงเกินไป ถ้าฉันจะต้องจบสิ่งปัจจุบัน และผันมันให้กลายเป็นเพียงความทรงจำที่ไม่สามารถเพิ่มเติมหรือขับเคลื่อนได้อีก

มันเสี่ยงเกินไป หากแต่คุณไม่เข้าใจ ความรู้สึกดีๆของฉันที่ให้คุณเป็นของจริงแต่มันดันเป็นความผิดของฉันเอง

.

"พระจันทร์ที่นี่ ไม่สวยเลย"
"ที่เพชรบุรีสวยหรอ"
"มากๆ ดาวเต็มฟ้าทุกวัน พระจันทร์ที่เพชรบุรีมีความสุขกว่าพระจันทร์ที่กรุงเทพ"
"มันก็คือพระจันทร์ดวงเดียวกันไม่ใช่หรอ แค่มองจากคนละที่"
"ไม่เคยขึ้นมาดูพระจันทร์บนดาดฟ้ากับใครเลย"
". . .เหมือนกัน"
เสื้อยืดสีขาวของคุณปลิวเบาๆตามแรงของลมอ่อนๆ ดาดฟ้าเวลานี้เฉอะแฉะจากฝนที่เพิ่งหยุดตกไม่นานนัก ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มไม่เป็นใจให้พระจันทร์ส่องสว่าง คุณจุดบุหรี่อีกตัว ไร้ซึ่งถ้อยคำใดๆ

"ไม่อยากให้คุณไป"
"งั้นคุณพร้อมจะเสี่ยงไหม เสี่ยงที่รับผมเข้าไปในชีวิต ทั้งๆที่รู้ว่าผมเป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์ของคุณ คุณพร้อมไหม? ถ้าวันนึงเขาคนนั้นรู้ว่าผมรักคุณมากเท่าไหร่ คุณพร้อมกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในความสัมพันธ์ไหม คุณพร้อมกับการจากลาไหนมากกว่ากัน ลาผมตรงนี้ หรือ ลาเขาในวันใดวันหนึ่ง"

"ฉันเลือกไม่ได้"

"ผมไม่รู้ว่าคุณคือศิลปินจากลัทธิศิลปะใด ในยุคไหน แต่ที่แน่ๆ ผมไม่เข้าใจคุณเลย มันเกินกว่าที่ผมจะทำความเข้าใจคุณโดยไม่อ่านคำบรรยายใต้ภาพ หรือคำสัมภาษณ์ของคุณหลังเขียนงานเสร็จ"

"คุณบอกว่าฉันคือศิลปิน แต่เปล่าเลย ฉันเป็นงานศิลปะต่างหาก ภาพเขียนไม่สามารถเขียนตัวเองได้ ตัวฉันเป็นภาพสะท้อนของหญิงสาวของคุณ คุณนั่นแหล่ะที่เขียนฉันขึ้นมา ตลอดเวลาที่เราอยู่ในความสัมพันธ์บ้าๆนี้ คุณคิดว่าไม่มีผลกับฉันเลยหรือ"

"ถ้าอย่างนั้น ผมก็ไม่ต่างจากเด็กสาวบ้าดาราศาสตร์อย่างคุณที่เคยพูดคำสวยหรูว่า ผมไม่ใช่โลกทั้งใบของคุณแต่ผมคือจักรวาลของคุณ แต่เปล่าเลย จริงๆแล้วคุณไม่ได้เข้าใจอะไร ผมคือดวงดาวที่คุณจากมาต่างหาก ที่สุดแล้วทุกคนต้องกลับบ้าน และสิ่งที่ผมจะบอกคุณคือ การที่คุณมีบัตรประชาชนของที่นี่ ไม่ได้แปลว่าประเทศไทยคือบ้านของคุณ ผมเพียงแค่ไม่อยากจะพูดตรงๆว่า ผู้ชายที่คุณผูกสัมพันธ์อยู่ตอนนี้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณดั้นด้นไปถึง และจะออกมาในท้ายที่สุด"

"นั่นไม่ได้ทำให้ฉันรักเขาน้อยลง"

"แต่นั่นจะทำให้คุณคิดถึงผมทุกเวลา"

"ฉันไม่รู้"

"งั้นก็ลากันตรงนี้แหล่ะ คุณชอบพูดบ่อยๆ ว่าคุณเกลียดตัวเอง ผมได้ยินเมื่อไหร่ เหมือนตัวผมโดนว่าทุกที เพราะผมดันชอบตัวคุณที่คุณเกลียด คุณไม่ใช่เด็กสาวธรรมดา คุณไม่ใช่คนที่ไม่มีอะไร คุณไม่ใช่คนที่มีชีวิตแบบสิ้นเปลืองลมหายใจ คุณมีค่ามากจากมุมของผม คุณเหมือนพระจันทร์ที่มองเห็นทุกวัน แต่เต็มไปด้วยความลับ ที่ต่อให้ผมขึ้นไปสำรวจบนนั้น ก็ไม่สามารถล่วงรู้อีกด้านของดวงจันทร์ ผมจะไม่ลืมคุณ คือสิ่งเดียวที่ผมให้สัญญาได้"

ประตูดาดฟ้าปิดลง พร้อมกับตัวฉันที่เดินออกไปโดยไม่ให้คำตอบใดๆ

.

หลังจากวันนั้น ระเบียงห้องนั้น ก็ยังคงมองเห็นดาวเหนือสุกสกาวในทุกวัน แต่ไม่ว่าจะทำยังไง พระจันทร์ก็ไม่เคยผิดวงโคจร ไปโผล่ในทิศทางเดียวกับดาวเหนือเลย

ฉันยังคงโดดเดี่ยวแม้มีคนข้างกาย
ฉันยังคงเดียวดาย และยิ่งเดียวดายขึ้นไปอีก เมื่อรู้ตัวว่าฉันทำทุกอย่างที่อยากทำกับคุณกับเขาคนนี้ได้ แต่ไม่เคยได้รับความรู้สึกดี และความสุขแบบที่คุณเคยให้ฉันเลย

เป็นคำถามที่ฉันยังคงตอบไม่ได้ว่า ถ้าฉันได้ย้อนไปดาดฟ้าในคืนนั้น ฉันจะเลือกคุณรึเปล่า
แต่ที่แน่ๆ ฉันจะไม่ทำให้คุณหายไป
คุณ คนที่ฉันจะไม่พบในตัวผู้ชายคนไหนอีก ต่อให้ฉันยังคงค้นหาคุณในตัวผู้ชายคนอื่นก็ตาม

แต่ฉันรู้แล้วว่าคุณพูดถูก
"ฉันคิดถึงคุณทุกเวลา"

.

https://www.youtube.com/watch?v=QH5hsTEyZB4

เวลาที่ดี ที่เรา มีด้วยกัน
อาจหมดไป ถ้าไม่มาด้วยกัน
ดวงจันทร์น้อยใจ
ถ้าเราไม่มองดูมัน
มันคงไม่สายเกินถ้าเราจะหยุดดูมัน
มันคงไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เธอต้องทำ
คงมีสักวันที่เราจะหนีไปด้วยกัน

SHARE
Written in this book
the summer moon's orbit
can you erase me who is a girl in your memory?
Writer
_MAYSAH_
moon
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง.

Comments

niji
4 months ago
เศร้ามาก
ชอบทุกงานของคุณนะคะ
Reply
imonkeyblog
4 months ago
^^
Reply
AquaDrehz
4 months ago
I understand that moment clearly.
I still not so long for me.
But I feel it been so long.
Reply
FUA
3 months ago
นึกถึงเพลงนี้ อย่างที่คิดไว้
ขอบคุณเรื่องราวรายทางที่พบเจอ : )
Reply