14กุมภาฯเลือด
 
13 กุมภาพันธ์ 2560


“ พวกแกว่าการจากเป็นกับจากตายอันไหนเสียใจที่สุดวะ” การเริ่มต้นบทสนทนากำลังดำเนินไปเรื่อยๆอย่างทีเล่นทีจริงของกลุ่มเพื่อนที่แม้จะแยกย้ายกันไปทำงานก็ยังนัดเจอและพูดคุยกันได้เสมอๆ

“ เราว่าจากเป็นเจ็บกว่า เพราะก่อนจะจากมันต้องสร้างเรื่องให้เราจดจำความเหี้ยของความสัมพันธ์ไว้ในความทรงจำอะ “ นิดาออกความเห็นอย่างมีเหตุมีผล

“เราว่าการจากตายสิ บางคนร่ำลาซักคำก็ไม่มีคงปวดใจน่าดู”ปุ้มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ใช่ๆเราว่าเลือกจากตายดีกว่า เฮ้อออเพราะสุดท้ายแล้วในความทรงจำของเขาก็มีแต่เรา ยังดีกว่าให้เขาไปสร้างความทรงจำกับคนอื่น” เนตรเอ่ยด้วยท่าทีที่แสดงให้เห็นถึงความเคียดแค้นของการโดนแย่งของรัก

“ เราว่าไม่เห็นจะต้องคิดเลย การจากเป็นกับการจากตายสุดท้ายแม่งก็สูญเสียเหมือนกันสุดท้ายแล้วความรู้สึกที่มีให้กันมันก็จะน้อยลงตามกาลเวลา” นุชผู้เป็นเด็กเรียนสุดในกลุ่มตอบในแบบเรียบเฉยตามสไตล์ของเธอ

“แกคิดแบบนั้นหรอนุชคิดว่าความรู้สึกมันจะน้อยลงได้จริงๆหรอ”ซันย่าถามอย่างใจจดจ่อ

“อื้ม” นุชตอบสั้นๆพลางจิบกาแฟและหยิบหนังสือในมือขึ้นมาอ่าน

“แล้วเธอล่ะมีนา”เมื่อซันย่าผู้เปิดบทสนทนาเห็นมีนานั่งเงียบไม่พูดตั้งแต่เจอกัน มีนาเป็นคนที่เรียนเก่งชอบเก็บตัวไม่ค่อยชอบยุ่งกับใครและเป็นคนที่ไม่เสพโลกโซเชียลทุกอย่าง

“เราว่าการสูญเสียมันก็คือการสูญเสียแหละเนอะ ถ้าเราเข้าใจสัจธรรมของโลกเราก็จะรู้ว่าทุกอย่างมันไม่ใช่ของเราจริงๆแม้กระทั่งตัวเราเอง อย่าไปยึดติดมันเลย ” สิ้นเสียงมีนาทุกคนมองหน้ากันโดยพร้อมเพรียงเพราะหล่อนไม่เคยยินดียินร้ายกับทุกเรื่องและไม่เคยมีเรื่องไหนที่ทำให้มีนาตื่นเต้นได้อีกเลย ตั้งแต่วันนั้น...

“ แฟนเรามารับแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะทุกคน เออนี่นัทแฟนเราเอง “ นิดาขอตัวกลับและแนะนำแฟนให้เพื่อนสนิทของหล่อนได้รู้จักเพราะนี่เป็นการเจอกันครั้งแรกกับเพื่อนๆ

มีนาสายตาเบิกกว้าง ความรู้สึกเมื่อ 5 ปีก่อนวูบเข้ามาในหัว รวมถึงเหตุการณ์นั้นด้วย

....ใช่ ผุ้ชายคนนั้น...

“ ในที่สุดก็เจอกันนะ“ มีนาพูดขึ้นราวกับรู้จักกันมานาน

‘ ยินดีที่ได้รู้จักครับ“

“ หวังว่าจะได้เจอกันเร็วๆนี้นะคะ ” มีนาพูดขึ้นพร้อมยิ้มที่มุมปากและแววตาลุกประกายต่างจากที่ผ่านมาราวคนละคน



14 กุมภาพันธ์ 2555

“ หินรักมีนานะ “

“ มีนาก็รักหิน รักมากด้วย “

“ รักเท่าไหน ทำไมถึงรักบอกหินได้มั้ย “

“ รักเท่าแขนเพราะจะได้กอดหินแน่นๆ ส่วนทำไมถึงรักหรอ ไม่รู้อะ คิดก่อนนน….”

จบบทสนทนาทั้งคู่ก็เดินจูงมือกันเพื่อดูพลุที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่จุดเพื่อเฉลิมฉลองความรักของเหล่าคู่รัก

“ ปั้งงงง ” สิ้นเสียงดังจากปากกระบอกปืนสั้นสีดำที่จ่อเข้าขมับของหินอย่างที่ไม่ได้เอ่ยแม้กระทั่งขอชีวิตก่อนที่ชายฉกรรจ์สามคนจะขึ้นรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็วและทิ้งผุ้ชายตัวสูงนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอย่างไม่แยแสและสำนึกผิดกับสิ่งที่เขากระทำลงไป

“ เฮ้ยย ผิดคนว่ะ “

“ ชิบหายย ขึ้นรถเร็วเข้า”

ทุกอย่างวูบไปหมดในเวลาอันรวดเร็วไร้แม้กระทั่งความรู้สึกและน้ำตาที่ออกมาของหญิงสาวที่กำลังมองชายที่หล่อนกำลังเดินจับมือมานั้นนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น

...หลังจากตำรวจเชิญตัวของหล่อนไปให้ปากคำที่โรงพัก ไม่มีคำอื่นหลุดออกมาจากปากเธอนอนจากคำว่า

“ หนูไม่รู้หหหหนู ไมมมมม่ รู้“ คำพูดที่เอื้อยเฉื่อยสายตาที่เบิกกว้างและเหม่อลอยเหมือนคนสติหลุดลอยทำให้คำพูดของหล่อนไม่มีประโยชน์ที่จะทำให้ตำรวจสืบหาคนร้ายเลย แต่ทุกเหตุการณ์ยังวนเวียนอยู่ในหัวของหล่อนถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่รวดเร็วและเพียงสั้นๆ แววตาที่ฉายแววของหิน คำพูดที่ผุ้ชายคนนั้นพุดก่อนหลบหนีไป เสียงปืนที่ก้องอยู่ในหู และเลือดนั้นมันวนเวียนและตามหลอกหลอนหล่อนอยู่ตลอดเวลา

15 กุมภาพันธ์ 2555

     “นายอัคนีย์ บริบูรณ์ทรัพย์วีรพงษ์ ถูกชายฉกรรจ์สามคนยิงเสียชีวติคาที่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาตำรวจสืบทราบพบรูปประพันสันฐานจากผู้พบเห็นเหตุการณ์1ในคนร้ายผู้อยู่ในเหตุการณ์ให้การณ์ว่าคล้ายนายณัฐพล บูชาเลิศ ผู้มีอิทธิพลแถบภาคกลางตำรวจจึงเร่งนำตัวมาสอบปากคำ นายนัฐพลได้เข้าพบตำรวจแต่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันหลักฐานที่อยู่ ณ เวลานั้นกับตำรวจ ทำให้รอดพ้นจากการตกเป็นผู้สงสัย”

เสียงข่าวในที่วีทำให้มีนาเงยหน้าขึ้นมาดูพร้อมกับกอดรูปหินไว้แน่นและส่ายหน้าก่อนจะพูดขึ้นอย่างมีนัย

“ไม่เป็นไรฉันจะไม่ลืมแก ฮึ!! เพราะฉันจะลืมได้ยังไง ในเมื่อผู้ชายคนนั้นยังไม่ได้ขอโทษหินเลย“



14 กุมภาพันธ์ 2560

    “ เมื่อเวลา07.30 น. มีคนพบศพถูกยิงแถวริมแม่น้ำเจ้าพระยาตำรวจรุดตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพเป็นศพนายณัฐพล บูชาเลิศ เจ้าของเต๊นท์รถมือสองรายใหญ่อันดับต้นๆของประเทศสภาพศพถูกยิงที่ขมับด้านขวาระยะประชิด ด้วยปืนWalther P99น้ำหนัก: 0.63 กก.กระสุนที่ใช้9x19 MMที่ถูกวางทิ้งไว้ข้างศพ เบื้องต้นสันนิฐานคาดว่าน่าจะเสียชีวิตประมาณ 5 ชั่วโมงด้วยกันค่ะ ด้านตำรวจให้น้ำหนักไปทางขัดแย้งทางธุรกิจและคนไกล้ชิด ส่วนชาวเน็ตส่วนใหญ่วิจารณ์ว่ากับเหมือนเหตุการณ์ที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อ 5 ปีที่แล้วที่ตอนนี้คนร้ายก็ยังลอยนวลและนายณัฐพลก็เคยตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้”

ข่าวแรกของวันแห่งความรักที่เป็นวันโลกสีชมพูของคู่รักหลายคนช่างแสนสลดและชวนหดหุ่เมื่อแฟนหนุ่มของนิดาถูกฆ่โดยไร้วี่แววของคนร้าย เมื่อเพื่อนทราบข่าวก็พานิดาไปยังที่เกิดเหตุเพื่อไปหาแฟนของหล่อนที่กำลังเป็นข่าวในทีวี เมื่อถึงที่เกิดเหตุตำรวจกันคนนอกไว้ไม่ให้เข้าส่วนนิดาก็ร้องให้จนแทบขาดใจโดยมีเพื่อนรั้งตัวหล่อนไว้เพื่อให้ตำรวจทำการพิสูจน์หลักฐานก่อนนำศพไปชัณสูตร

     “ ทีนี้รู้กันซักทีนะว่า จากเป็นกับจากตายอันไหนเจ็บปวดที่สุด ” มีนามองเพื่อนที่กำลังนั่งร้องให้ไกล้ๆศพอย่างน่าสมเพสพร้อมแสยะยิ้มที่มุมปากพร้อมเดินจากมา…

“ เลือดต้องล้างด้วยเลือด !!! ”


SHARE
Writer
-Flower-
Story of Memories
เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาล้วนเป็นบททดสอบของชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีหรือเลวร้ายสุดท้ายทุกเรื่องราวล้วนมีความทรงจำที่ดีดีซ่อนอยู่ ...ดอกไม้...

Comments