Storylog 2 year anniversary : ขอบคุณที่รักกัน :)
เรื่องราวในวันนี้มันอาจจะเริ่มต้นขึ้นจากคืนนั้น วันที่มีใครซักคนโทรมาหาเรา และบอกว่าอยากให้เข้ามาที่ออฟฟิศหน่อย มีงานบางอย่างอยากให้ช่วยทำ งานง่ายๆ แค่อ่านทุกเรื่องที่มี user มาลง และคอยสนับสนุนเรื่องราวที่น่าส่งต่อ

ผมเริ่มเขียนเรื่องแรกใน storylog เมื่อประมาณ​เดือนมกราคม ปี2015 หลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนถัดมา ผมก็ได้รับหน้าที่อ่านเรื่องใน storylog อย่างจริงจัง และได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้หลังจากที่เป็นฟรีแลนช์อยู่ราวๆครึ่งปี

แม้ความสำคัญหลักจะมีเท่านี้ แต่เอาจริงๆแล้วมันยังมีดีเทลอื่นๆเยอะกว่านั้น จำได้ว่าวันแรกๆที่ได้รับมอบหมายงานนี้ เรื่องที่ถูกโพสต์ลงเว็บไซท์ยังมีจำนวนเพียงแค่หลักสิบ แต่มาถึงปัจจุบัน หากวันใดเรื่องในเว็บไซท์นี้มีต่ำกว่า 100 เรื่อง นั่นหมายความว่าน่าจะมีปัญหาอะไรซักอย่าง

และในวันนี้ รู้ตัวอีกที เว็บไซท์แห่งนี้ก็มีอายุครบสองขวบไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน หากเป็นเด็กซักคน ช่วงเวลาสองปีนี้คงเป็นช่วงที่เด็กคนนั้นกำลังซุกซนเลยทีเดียว จากเดินเตาะแตะก็คงเริ่มวิ่งบ้างแล้ว เราเองก็หวังเพียงจะให้เว็บไซท์แห่งนี้เติบโตสมพัฒนาการกับเค้าบ้าง

หากเปรียบเป็นชีวิต สองปีคงนานพอให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้แหละ และจากล่าสุดที่เขียนเรื่อง "บางสิ่งที่ได้เรียนรู้ หลังจากอ่าน Storylog มามากกว่า 10,000 เรื่อง" ไปเมื่อต้นปี มาตอนนี้ ก็อยากจะขอบันทึกกึ่งขอบคุณกับสิ่งที่ได้รับจากการอ่าน Storylog มาเกือบสองปีเท่าที่จะพอสรุปได้

===============

- นอกเหนือจากสายตาที่มองโลกเปลี่ยนไปเนื่องจากการอ่านเรื่องใน storylog ทุกเรื่องทุกวัน ทำให้สายตาสั้นลงจนปีหน้าต้องปรึกษาจักษุแพทย์เรื่องการตัดแว่นอย่างจริงจัง อีกสิ่งที่ได้รับกลับมาจากสายตาที่สั้นลงไปคงเป็นความสบายใจบางอย่างที่เราสัมผัสได้จากการที่ผู้ใช้ได้เขียนเรื่องราวเหล่านั้นออกมา คล้ายกับว่าคนมีปัญหาบางอย่างในใจ สิ่งที่ทำได้คงเป็นการระบายบางสิ่งบางอย่างออกมาให้ใครซักคนได้ฟังกัน

- ในสองปีที่ผ่านมา มันยาวนานพอให้เราเจอทั้ง user หน้าเก่าและหน้าใหม่ วนเวียนมาเขียนเรื่องให้อ่านกันได้อย่างไม่เหงา อาจเพราะเว็บนี้ถูกบังคับด้วยจำนวนตัวอักษรขั้นต่ำ นั่นก็ทำให้คนเขียนต้องคิดมากขึ้น จะเขียนสั้นๆเหมือนสเตตัสเฟสบุ๊คก็ไม่ได้ และถ้าเขียนยาวไป (แบบที่กำลังเขียนอยู่นี้) นั่นก็อาจจะหมายความว่าคนอ่านอาจจะไม่ทนเลื่อนอ่านจนจบ ความพอดีในหนึ่งบทความคงเป็นเสน่ห์อีกอย่างเหมือนกันที่เราได้เรียนรู้จากการอ่าน บางคนเขียนสั้นแต่ยิงตรงเข้าความรู้สึกก็มีให้สะเทือนใจกันไป หรือบางคนเขียนยาวเหยียดแต่ไม่รู้ว่าจะสื่ออะไรก็มี (ทั้งนี้ต้องขออภัยในความรู้น้อยของผมเองนะครับ) ส่วนเรื่องยิบๆย่อยๆอย่างภาษา ก็คงสุดแล้วแต่จะเป็นเทคนิคส่วนบุคคล แต่กระนั้นทุกเรื่องไม่มีผิดไม่มีถูก เรื่องที่ถูกเขียนออกมานั้นหมายความว่าเราต้องการล่าให้ใครซักคนฟัง ซึ่งเท่านั้นมันคงเพียงพอแล้ว

- อาจสงสัยว่าเราใช้เกณต์อะไรในการคัดเรื่อง อันนี้ก็ตอบยากเหมือนกัน เพราะทีมงานแต่ละคนก็มีมาตรฐานแตกต่างกันไป แต่สำหรับผม คิดเพียงว่าถ้าเรามีเพื่อน เรื่องแบบไหนที่น่า 'ส่งต่อ' ไปให้เพื่อนของเราอ่าน เท่านั้นก็คงพอแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่อยากให้การแปะป้าย แปะดาว เป็นจุดประสงค์หลักในการเขียนเท่าไรนัก เราเขียนเพราะเราอยากเล่ามิใช่หรือ?

- หลายครั้งใครต่อใครชอบถามเราว่า Storylog หาเงินอย่างไร คำถามนี่เอาเข้าจริงแล้วเราเองก็ตอบได้ตรงๆแค่ว่า ณ ตอนนี้คงยังไม่คิดวิธีหารายได้จาก storylog นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เราพัฒนาเว็บเขียนอ่านนิยายอย่าง Fictionlog ขึ้นมาแทน (ใครอยากสนับสนุนพวกเราก็เข้าไปซื้อหานิยายอ่านกันในนั้นนะครับ ส่วนใครมีนิยายก็เอาไปเขียนลงในนั้นได้เลย)

- และมันก็คงเป็นเรื่องปกติของความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะในโลกออนไลน์หรือในโลกความเป็นจริง เราไม่สามารถยื้อทุกคนให้อยู่กับเราได้ตลอดไป เมื่อสถานที่ใดสถานที่หนึ่งอาจจะคับแคบจนไม่พอต่อการเติบโตของเขา หรือบ้านหลังเดิมอาจมีบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ นั้นก็คงเป็นเรื่องปกติของผู้อยู่อาศัย ที่อยากออกไปหาที่อยู่ใหม่ หรืออยากออกไปสร้างบ้านอยู่เองอย่างเงียบๆ หรืออาจเป็นการเดินทางไกลหายไปเพื่อพักใจ วางมือกับการเขียนชั่วคราว ออกไปเติมวัตถุดิบบางงอย่าง รอวันกลับมาเขียนใหม่อีกครั้ง "แล้วจะกลับมาใหม่" หลายๆคนล่ำลาเราแบบนี้ นัยหนึ่งเสมือนเพื่อนตบบ่าว่าไม่ต้องเป็นห่วงกัน หากวันใดที่กายและใจพร้อมเมื่อไรเราคงพบกันใหม่อีกครั้ง ส่วนเราก็คงทำได้เพียงรอเขาอยู่ที่บ้านหลังนี้ รอเวลาที่จะกลับมาพบกันอีก

- คำถามยอดนิยมคือไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรดี จริงๆแล้วเรารู้สึกว่าเรื่องทุกเรื่องสามารถเล่าได้ทั้งนั้น วันนี้ไปเจออะไรมา ได้เรียนรู้อะไรบ้าง หรือกระทั้งของทุกสิ่งทุกอย่างในโลกต่างใส่ความรู้สึกและความหมายให้กับมันได้ทั้งสิ้น ไม่เชื่อลองหาของมาซักสิ่งหนึ่ง แล้วใส่ความรู้สึกให้กับมันดูสิ (ความรักกับแก้วน้ำ ความเศร้ากับกระเป๋าสตางค์อะไรแบบนี้) แค่นี้ก็มีเรื่องมากมายให้เขียนได้แล้วไม่รู้จักหมดสิ้น

- สารภาพว่าตั้งแต่ทำงานนี้มา ค้นพบว่าตัวเราเองอ่านหนังสือน้อยลงมากเลย แต่นั้น มันคงถูกชดเชยด้วยการอ่านเรื่องราวจากในนี้แทนไปแล้ว ทั้งเรื่องสั้น เรื่องส่วนตัว เรื่องความรัก เรื่องการเรียน การเมือง ทำให้พื้นที่นี้เหมือนหนังสือขนาดใหญ่ที่เราต่างช่วยกันขีดเขียนลงไปได้อย่างไม่จบไม่สิ้น บางคนหายไปนานจากความสัมพันธ์ครั้งก่อน แล้วจู่ๆก็กลับมาใหม่และอัพเดตเรื่องความสัมพันธ์ให้เราได้อ่านกันต่อ

- การเป็นคนอ่านเรื่องดึงพลังชีวิตในแต่ละวันเยอะไหม เอาจริงๆเท่าที่รู้สึกก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้นนั้นแหละ เยอะในระดับหนึ่ง แต่คงไม่ถึงกับบ่นว่าไม่ไหว คล้ายช่วงเวลารูทีนในชีวิตไปแล้ว ในทุกๆวัน จะมีอย่างน้อย วันละหนึ่งถึงสองชั่วโมงสำหรับการอ่านเรื่องใหม่ๆ เปรียบไปก็คงคล้ายกับการตื่นมาอ่านหนังสือพิมพ์ยามเช้ามั้งฮะ ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็คงชินไปเอง จะมีเว้นๆไปบ้างก็คงเป็นวันที่มีเหตุฉุกเฉินบางอย่างจริงๆ

- ถึงตรงนี้แล้วก็ต้องขอบคุณผู้ติดตามทุกๆคนมากนะครับ ถึงแม้ว่านานๆจะอัพที แต่ก็ยังตามเข้ามาอ่าน มาคอมเม้นกันเสมอๆเลย ถ้าใครมีอะไรอยากปรึกษาหรือว่าพอจะให้ช่วยเหลืออะไรได้ ลองหลังไมค์มาได้เลยนะครับ ถ้าไม่ลำบากเกินไป ก็จะพยายามช่วยเต็มที่ ดีใจที่ได้รู้จักทุกๆคน

- สุดท้าย ใกล้จะผ่านไปอีกหนึ่งปี ใครที่กำลังจะเดินทางไปไหน ก็ขอให้เป็นการเดินทางผ่านพ้นปีไปด้วยความอิ่มใจ ส่วนใครที่อยากใช้โอกาศนี้เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับใครซักคนก็ขอให้ผลออกมาสมใจหวังทั้งสองฝ่ายนะครับ ขอบคุณมากที่ยังอยู่ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่มีอะไรจะบรรยายความรู้สึกนี่ได้นอกจากคำว่าขอบคุณ ขอบคุณจากใจที่ยังอยู่ด้วยกันเสมอมา :)

===============

ยืนยันคำเดิมอีกครั้งหนึ่งว่าเรื่องราวทั้งหลายบนโลกนี้ไม่มีวันตาย 
ยังไงก็แวะมาเล่าเรื่องราวให้ฟังกันได้เสมอนะครับ

รออ่านอยู่เหมือนเดิม :)

SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

NimmaN
2 years ago
ได้ยินชื่อ storylog หลังจากที่รู้จัก fictionlog (เชยไหม?) แวะเข้ามาดูแต่ก็ไม่ได้สมัครเพราะคุ้นชินกับการเขียนเรื่องแต่งมากกว่า

แต่เป็นไงมาไงไม่รู้ถึงมาสมัครจนได้ ตอนนี้รู้สึกสนุกกับการเขียนอะไรสั้นๆ กึ่งบทความกึ่งบันทึก

นี่สนุกมากขนาดว่ามีสองแอคเคาต์ อันนี้สำหรับนามปากกา และอีกอันไว้บันทึกเรื่องส่วนตัวและชีวิตทั่วไป

อยู่กันไปนานๆ นะคะ ทั้ง storylog และ fictionlog
Reply
T_Tanyarat
2 years ago
ขอบคุณเช่นกันนะค่ะ มีคนมากมายที่เข้ามาเล่าเรื่อง เราคือ1ในนั่นที่คุณเข้ามาอ่าน 😊😊 แม้ว่าเราจะไม่ใช่นักเขียน แต่เหมือนคุณคอยให้กำลังใจ ขอบคุณอีกครั้งคะ
Reply
Kingkan_k
2 years ago
มีเลื่อนลงและเลื่อนขึ้นไปมา จนอ่านจบ :)
Reply
SiamTitor
2 years ago
โชคดีที่ได้มาเจอบทความนี้ ในวันที่ 2 ของการใช้ชีวิตใน Storylog
ขอบคุณนะครับ
Reply
Sora_Midori
2 years ago
ขอบคุณข้อความ ข้อคิดดีๆจากทุกบทความ เราจะตามไปอ่านบทความของคุณ เหมือนที่คุณอ่านบทความของเรา
เราสมัครแอพนี้ไว้นานมากแล้วแต่ก็พึ่งลองเล่าเรื่องไม่กี่วัน ไม่คิดให้ใครมากดอะไรหรอก แค่อยากระบายความรู้สึกผ่านตัวอักษร แค่อยากอ่านความรู้ ประสบการณ์ของแต่ละคน มันสนุกดีนะคะ ขอบคุณพื้นที่ตรงนี้ที่เปิดรับฉัน 🙌🙏😍✋✌💡
Reply