หญิงสาวกับเพลงที่อยากลืม

เธอชอบฟังเพลง แต่ไม่ได้โปรดปรานเสียงเพลง ประโยคนี้มันอาจจะฟังดูย้อนแย้งนักแต่เธอเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอเกลียดเพลงป๊อป เกลียดความน้ำเน่าและซ้ำซากของมัน เธอรำคาญเสียงโหวกเหวกที่ดังเกินไปของเพลงร็อค แม้แต่เพลงคลาสสิคเธอก็ยังไม่ชอบเพราะมันทำให้เธอหลับ เป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนร่วมห้องและคนรู้จักของเธอ เธอเกลียดเพลง เกลียดเพลงทุกชนิด และจะไม่หยุดพร่ำบ่นถึงมัน

แม้จะเป็นแบบนั้นเธอก็ยังคงฟังเพลงต่อไป เธอสวมหูฟังสีขาวอันโปรดของเธอไปทุกที่ เธอไม่ได้ชอบฟังเพลงแต่เธอชอบช่วงเวลาที่ได้ฟังเพลง ช่วงเวลาที่ตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่มีเสียงอื่นใดมีแต่เพียงเสียงเพลงและก็เสียงของเธอ ช่วงเวลาเหล่านี้มีค่ากับเธอมาก มีความสำคัญกับเธอมากพอที่จะทำให้เธอทนฟังเพลงที่เธอเกลียดได้แทบทุกวัน

วันหนึ่งขณะที่เธอเดินกลับบ้าน ทางกลับบ้านของเธอต้องผ่านสะพานลอยเก่าๆ ที่นั่นมักจะมีคนเอาของมาวางขายแบกับดินอยู่เสมอ ร้านเหล่านี้มาๆไปๆไม่แน่นอน เธอเดินผ่านแผงลอยที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน คนขายเป็นยายแก่ท่าทางอมโรค จมูกงองุ้ม ห่อผ้าคลุมตัวเหมือนหมอดูพยากรณ์ ร้านตั้งอยู่ใต้เงามืดของตึกพอดี สร้างบรรยากาศลึกลับให้แผงลอยแห่งนี้ เธอเดินผ่าน ชำเลืองมองของที่ยายนำมาวางขาย มีของมากมายกองอยู่บนผ้าสีม่วงเก่าๆ มีตั้งแต่ ขวดยาหลากสี ไพ่ ลูกแก้ว พระเครื่อง รวมไปถึงของหน้าตาประหลาดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนอีกมากมาย แต่ท่ามกลางกองของเหล่านั้น มีกล่องใสใส่แผ่นCDวางอยู่ มันถูกรายล้อมไปด้วยกองของแปลกๆ ความธรรมดาของมันจึงดึงดูดสายตาของเธอยิ่งนัก เธอวางกระเป๋า หยิบกล่องมันเข้ามาดูใกล้ๆ ภายในกล่อง บรรจุแผ่นซีดีใสแจ๋วแผ่นหนึ่ง คำว่าใสแจ๋วนี่คือใสจริงๆ พื้นผิวของมันดูโปร่งโล่งสามารถมองทะลุได้เหมือนแก้ว เธอแทบจะมองไม่เห็นมัน มีเพียงวงสีเงินด้านในที่ยังเตือนให้ผู้พบเห็นรู้ว่ามันยังเป็นแผ่นCDอยู่ ยายกระแอมเรียกความสนใจ ก่อนจะชี้ไปที่หูฟังของเธอ


ยาย: จะลองฟังดูไหม?



เธอ: มันคือเพลงอะไรคะ?



ยาย: ไม่ใช่เพลงสาวน้อย ไม่ใช่เพลง มันเหนือไปกว่านั้น มันคือเสียง 
เสียงของพระเจ้า เสียงแห่งความว่างเปล่า



เสียงของยายฟังยาก เสียงมันค่อยเสียจนเธอไม่อาจได้ยินชัด แม้เธอไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เธอก็ลองหยิบแผ่นCDมาใส่เครื่อง WALKMAN รุ่นเก่าเก็บของเธอ เธอปิดฝา กดปุ่ม แผ่นเริ่มหมุน จอเครื่องขึ้นมาว่า UNTITLED เธอหลับตาพยายามตั้งใจฟัง





……………
……………
……………






เธอได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ราวกับทั้งโลกหายไปในชั่วพริบตา เธอลืมตาขึ้นก่อนพบว่าทั้งโลกยังคงดำรงอยู่ไม่ได้หายไปไหน เธอหันไปรอบๆ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เร่งรีบ เคร่งเครียด มีเพียงสิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป เสียงรอบตัวเธอหายไป เธอไมไ่ด้ยินเสียงอะไรรอบตัวเธอเลย ทั้งเสียงของรถ เสียงของสายลม เสียงของผู้คนที่เดินอยู่รอบๆ เธอเคยลองใส่หูฟังที่เก็บเสียงภายนอกมาแล้ว มันเงียบ ไม่ได้ยินเสียงแต่ความรู้สึกนี้ไม่เหมือนกัน มันไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อน มันไม่ได้ไม่มีเสียง มันยังคงมีเสียงอยู่ แต่มันคือ เสียงแห่งความว่างเปล่า มันบีบให้เธอต้องอยู่ในสภาวะพิเศษ สภาวะสูญญากาศ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เธอตามหามาตลอดทั้งชีวิตของเธอ เธอดื่มด่ำกับสภาวะนี้มาก ล่องลอย จนไม่รู้ตัวเลยว่ายายแก่พยายามคุยกับเธออยุ่ ยายสะกิดเธอ แรงขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดเธอก็รู้ตัว เธอตกใจก่อนจะรีบถอดหูฟัง ขอโทษขอโพยจ่ายเงินแล้วรีบเดินจากไปแบบเขินๆ ขณะที่เธอเดิน เธอเหลือบมองเห็นยายแก่แอบยิ้มให้เธอจากมุมมืด แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ไม่มีอะไรน่าใส่ใจในโลกนี้อีกแล้ว ไม่มี เธอรีบกลับบ้าน ปิดประตูห้อง กอดสมบัติชิ้นใหม่ที่เธอพึ่งได้มา นับจากวันนั้นเธอก็ไม่เคยเปิดเพลงอื่นฟังอีกเลย


เธอเพลิดเพลินไปกับCDใหม่ของเธอ จุดที่เธอชอบที่สุดคือเวลาที่เธอได้หลับตาฟังมัน ยามนั้นมันเหมือนกับว่ารอบตัวของเธอจะสลายหายไปเหลือเพียงแต่ตัวเธอกับความว่างเปล่า เหลือเพียงแต่เสียงของเธอกับเสียงแห่งความว่างเปล่า ที่แห่งนั้นไร้ซึ่งความเครียด ไร้ซึ่งความกังวล 
ไม่มีความสุข ไม่มีความทุกข์



ถ้าจะมีสิ่งใดอยู่ที่นั่น

คงจะมีแต่ความไม่มี

คงจะมีแต่ความว่างเปล่า



เธอเสพติดช่วงเวลานั้นมาก เธอเริ่มพบว่าเธอฟังมันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ มันบ่อยและนานจนเธอแทบจำไม่ได้ว่าครั้งล่าสุดที่เธอถอดหูฟังคือเมื่อไหร่ เธอเริ่มพูดคุยน้อยลง สื่อสารกับคนรอบตัวน้อยลง เธอเริ่มเคยชินกับการตอบพ่อแม่ เพื่อน หรือ ครูด้วยการพยักหน้า ส่ายหัว เก็บงำคำพูด เธอปรับตัวให้เข้ากับความว่างเปล่าทีละเล็กทีละน้อย เวลาผ่านไปมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

มันควรจะมีแต่ความว่างเปล่า มันไม่ควรจะมีสิ่งอื่น แต่ท่ามกลางเสียงแห่งความว่างเปล่านั้น เธอได้ยินเสียงอื่น เสียงที่ไม่ควรจะได้ยิน เป็นเสียงกระซิบเหมือนคนพูดพึมพำอะไรสักอย่าง เสียงของมันค่อยมาก ขาดเป็นช่วงๆ ยากต่อการเข้าใจ ยากต่อการตีความ แต่มันก็อยู่ตรงนั้น อยู่ที่ตรงนั้นท่ามกลางความไม่มี เธอนึกถึงสิ่งที่ยายแก่เคยเล่า เสียงของพระเจ้า พระเจ้าแห่งความว่างเปล่า เธอถอดหูฟัง ก่อนจะเริ่มค้นหาในเน็ต ที่นั่น เธอพบเรื่องราวของเทพเจ้าแห่งความว่างเปล่า เทพผู้ที่จะออกมาพูดกับสาวกผู้ศรัทธาในพระองค์อย่างแรงกล้า เทพที่จะมาสื่อสารความลับของโลก


เธอตื่นเต้น
เธอคิดว่าท่านพยายามสื่อสารกับเธอ


นับจากวันนั้นเธอยิ่งฟังมันมากขึ้นไปอีก เธอทุ่มเทพลังและเวลาทั้งหมดพยายามตั้งใจฟังบทเพลงแห่งความว่างเปล่า ในขณะที่ฟัง เธอไม่ง่วง ตั้งใจสดับฟัง สมาธิแน่วแน่ พยายามเค้นสมองฟังว่าเสียงนั้นพูดอะไร เสียงพึมพำฟังยาก บ้างก็เบาบ้างก็หายไปเลย มาๆไปๆ ขาดช่วง ยิ่งต้องตั้งใจฟังมากขึ้น เธอขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่คุยกับใคร ไม่ออกไปไหน ในใจหวังแค่เพียงต้องการจะได้ยินเสียงของท่านผู้นั้นสักครั้ง ต้องการจะสื่อสารกับท่าน เธออยากรู้ว่าท่านพยายามจะพูดอะไรกับเธอ เธอทะเลาะกับแม่ผู้เริ่มเป็นห่วงลูกสาวของเธอจริงจัง แม่พยายามจะถอดและทำลายหูฟังของเธอ หวังจะให้ลูกสาวของเธอเลิกบ้าเสียที เธอต้องหนี เธอวิ่งหนีออกมา วิ่งไปให้ไกล ไกลจากบ้าน แต่จะไปไหนดี? เธอวิ่งพล่านผ่านเส้นทางประจำ พยายามวิ่งไปเรื่อย เธอเริ่มหอบ ก่อนที่เท้าจะไปหยุดที่หน้าโรงเรียนของเธอ


เธอหนีไปซ่อนในห้องเก็บของที่โรงยิม กลางดึกโรงเรียนไร้ผู้คน ไร้แสงไฟ เธอปิดประตูห้องเก็บของ รอบข้างมืดมิด เหลือเพียงแต่แสงสว่างจากดวงจันทร์ที่ฉายผ่านหน้าต่างมากระทบหน้าเธอ เธอค่อยๆปรับการหายใจ เสียงหอบหายใจที่เกิดจากการวิ่งหนีมาค่อยๆเบาลง ทุกอย่างค่อยๆกลับสู่ความว่างเปล่า เธอหลับตา กอดเข่า ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ขยับตัวไปไหนจนกว่าเธอจะได้ยินเสียงของท่าน เวลาผ่านไป บรรยากาศโดยรอบมืดลงเรื่อยๆ ดูเหมือนก้อนเมฆจะเคลื่อนตัวมาบดบังดวงจันทร์ แสงค่อยๆมีน้อยลง จนแม้แต่ตัวเธอที่หลับตาอยู่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความมืดที่คลืบคลานเข้ามา แต่เธอไม่กลัว เธอยังคงต้องใจฟังต่อไป เธอพยายามจับเสียงเหล่านั้นออกมาเป็นคำพูด คล้ายการพยายามจะจำแนกเศษจิ๊กซอร์ พยายามหาความเชื่อมโยงของมัน จับกลุ่มก้อนที่แตกแยก จับมันมารวมให้เป็นพยางค์



มันเป็นภาษาอะไรกันนะ?

อังกฤษ ฮินดู จีน ไทย เธอพยายามคิด

สำเนียงมันคุ้นหูเธอ

มันเป็นภาษาไทย

คำนั้นพูดซ้ำๆกันๆ

เริ่มไม่ขาดช่วง

เหมือนกับเสียงจะเริ่มดังขึ้น

ชัดขึ้น

เธอขยับปากตามเสียงนั้น


เหงา



เธอทวนคำพูดนั้นออกมา



เหงาเหลือเกิน



เธอพึมพำคำพูดที่ได้ยิน หลั่งน้ำตาไหลอาบแสงจันทร์

ณ ตอนนี้เธออยากลืมเพลงนี้เสียเหลือเกิน

เธออาจจะอยากลืมเพลงนี้มาตลอด
SHARE
Written in this book
him & her
เขา และ เธอ
Writer
LettersPart
designer
story about him and her

Comments