เสื้อผ้านั้นสำคัญไฉน?
“การที่ผมให้คุณใส่ชุดอะไรมาก็ได้นั้น ผมไม่ได้อยากรู้ว่าคุณให้เกียรติสถานที่แค่ไหน ผมแค่อยากรู้ว่าคุณให้เกียรติตัวเองแค่ไหน”
  นี่เป็นประโยคแรกที่ฉันได้เรียนรู้จากการเข้าเรียนวิชาหนึ่งในมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องอะไรกับวิชาสถิติเลยสักนิด แต่นั่นเป็นสิ่งที่ฉันจำมันได้แม่นที่สุด  
“ไม่จำเป็นต้องแฟชั่นนำสมัย ใส่สิ่งที่ทำให้เราสวย แล้วก็จำไว้ถูกกาลเทศะ”
  นี่คือคำสอนของแม่ที่ฉันค่อนข้างจะชอบเลยทีเดียว เนื่องจากเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ไว้ทุกข์ ทำให้ช่วงนี้สยามประเทศค่อนข้างอยู่ในภาวะคุมโทน เหมือนกำลังเดินอยู่ในฟิลเตอร์ VSCO แม้กระทั่งชาวต่างชาติ หรือคนที่เข้ามาท่องเที่ยวหรือติดต่องานในช่วงนี้ก็ยังแต่งกายด้วยสีสุภาพ เพื่อให้เกียรติกษัตยริย์และรวมถึงแสดงถึง ‘ความรู้กาลเทศะ’ ของตัวเองด้วย

ขอแทรกการนิยามคำว่า กาลเทศะ ไว้ตรงนี้เลย ก่อนที่จะว่ากันต่อ จะได้เข้าใจตรงกัน  

กาลเทศะ [กาละ-] น. เวลาและสถานที่ ความควรไม่ควร. (ส.).  

การแต่งกายให้ถูกกาลเทศะ ก็หมายถึงว่าคุณควรแต่งกายให้เหมาะสมกับเวลาและสถานที่ เช่นไม่ควรใส่เสื้อกันหนาว เฟอร์หนาในหน้าร้อนประเทศไทย หรือไม่ควรใส่บิกินี่ทีแบ็คที่ยอดเขาหิมาลัยเช่นกัน

แต่ด้วยความที่บางคนในสยามประเทศเป็นผู้แสนจะมีความคิดนอกกรอบ เด็กรุ่นใหม่หัวทันสมัย เข้าใจประชาธิปไตยอย่างถ่องแท้ เรียนรู้ในสิทธิและเสรีภาพของตัวเองเป็นอย่างดี เราจะไม่ยอมให้ใครมาสั่งให้เราแต่งกายแบบไหน โดยเฉพาะยิ่งคนที่สั่งนั้นเป็นคนที่ริดรอนเอาประชาธิปไตยของเราไปแล้วด้วย คำสั่งนั้นมันช่างน่าอึดอัด 

ถ้าหากว่าคุณไม่มีทุนทรัพย์ หรืออยู่ในภาวะที่ไม่สามารถใส่ได้ เช่น คนไข้ในโรงพยาบาลที่ต้องใส่เครื่องแบบคนไข้สีโทนฟ้าที่ทำให้รู้สึกว่าดูสะอาดตาย สบายใจและกำลังจะหายไข้ในเร็ววัน อันนั้นเข้าใจได้

แต่ที่จากที่เห็น มันดูเหมือนจะไม่ใช่นะ...

เราไม่ค่อยสนใจเรื่องลิเบอรัล เท่าไหร่หรอกนะ แต่เท่าที่เราพอจะจำได้ สิ่งที่เรามีติดตัวมาตั้งแต่เกิด มี 3 อย่าง
1. สิทธิ
2. เสรีภาพ
3. หน้าที่
(ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่คนส่วนใหญ่ชอบลืมข้องหลัง ไว้วันหลังจะมาเล่าให้ฟังว่าเจอพวกลืมข้อหลังแบบไหนมาบ้าง) 

พวกคุณกลัวว่าคนอื่นจะมาเบียดบังสิทธิของพวกคุณ เลยออกมาประกาศตัวว่าตัวเองน่ะรู้ทันนะ การที่คุณมาสั่งให้พวกเราทำนู่นทำนี่ คุณกำลังเบียดบังสิทธิเรา เราจะทำแบบนี้ห้ามว่าเรานะ

เหมือนติดคำว่า คหสต. ก่อนพิมพ์ความเห็นในพันทิปน่ะ คืออะไร? คือความเห็นส่วนตัวนะ ห้ามว่าเรา นี่ความเห็นเรา เรามีสิทธิ์จะคิดในหัวเรา แต่เราโพสในที่สาธารณะ...   Oops! Your mind is quite loud. คิดดังไปมั้ย?

  เธอทั้งหลาย สิทธิเธอนั้นอยู่บนพื้นฐานของการที่เธอต้องไม่เบียดบังสิทธิคนอื่นเช่นกันค่ะ

ถ้าเธออยากจะแต่งกายเช่นนั้น เมื่อเธอเชื่อ(ในสิ่งที่อยู่ในหัวของพวกเธอ)ว่ามันถูกต้อง และทุกคนต้องรับได้ เธอก็ต้องเคารพสิทธิคนอื่นที่เขาจะปรายตามองเธอหัวจรดเท้า แล้วไล่จากปลายกีบเท้าขึ้นไปจรดปลายเขา Oops! Sorry I did it again. (ยกมือปิดปากอย่างมีจริต sorry that’s not real sorry.)  
Confidence is not ‘They will like me’. Confidence is ‘I’ll be ok if they don't’.
  เพราะฉะนั้น ถ้าเธอคิดว่าดีก็ทำต่อไป และขอให้พลังแห่งความมั่นใจนั้นจงเป็นเกราะให้เธอเผชิญวิธีประชาและจารีตประเพณีด้วยเถิด (ผายมือ โปรยยิ้ม)

เอาจริงๆ จะใส่อะไรก็ใส่ไปเถอะ ฉันค่อนข้างชอบคนที่พรีเซนต์รากของตัวเองมันไม่ต้องเสียเวลาแม้กระทั่งจะอ้าปากคุยสองสามคำเพื่อให้คนเหล่านั้นแสดงความเห็นออกมา

ไม่ใช่แค่เรื่องการแต่งตัวช่วงนี้นะ…
มันหมายถึงความเหมาะสมทั้งชีวิตคุณ เคยเห็นมาหมดแล้ว ดัดแปลงเครื่องแบบ รองเท้าแตะโชว์เล็บเข้าสถานศึกษา แต่งกายไม่สุภาพเข้าที่ประชุม ไปดีลงานสำคัญด้วยสภาพแคชช่วล แล้วก็ชอบมาถามกันว่า ทำไมถึงไม่ประสบความสำเร็จ ทำไมคนอื่นไม่ให้เกียรติเรา...
  “You can’t act like flip-flops and expect to be treated like Louboutins.” 
That’s why!
ถ้าคุณทำงานที่ไม่ต้องพบปะผู้คน ดีใจด้วยเพราะฉันเข้าใจเลยว่าการได้ทำงานในชุดนอนกับแก้วกาแฟมันมีความสุข มากขนาดไหน แต่ถ้าหากชีวิตคุณยังมีความจำเป็นต้องออกไปพบมนุษย์และสังคมโลกอย่าลืม ให้เกียรติตัวเองด้วย เพราะจริงๆ คือเราไม่ได้จำแนกการแต่งตัวออกจากบุคลิกภาพกันหรอก ฉันหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยคุณได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

สุดท้ายนี้ จะว่าไงดีล่ะ คหสต (ฮ่าาา) 
 
ps. All i mean is "Classy don't have to be high cost. Classy is classy."

SHARE
Written in this book
มันก็แค่นี้
ประสบการณ์บิดๆ เบี้ยวๆ ในชีวิตของคนคนหนึ่ง ไม่เก่งกาจหรอก แต่อยากแชร์
Writer
semiColon
perfectly incomplete
ⓒ1993 | นักเขียน | นักเดินทาง เขาว่ากันว่าคุณน่าจะมีเพื่อนราศีธนูสักคน คุณน่าจะลองเป็นเพื่อนเราดูนะ

Comments