ขอบคุณนะ M.

พักหลังมานี้ เราเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไป แบบเปลี่ยนไปจนตัวเรารู้สึกได้ ถ้าเทียบกับตัวเองเมื่อสมัยก่อนเข้ามหาลัย หรือจริงๆ แค่เทียบกับตัวเองเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก้ต่างกันมากๆๆๆๆแล้ว

แอบเซอร์ไพรซ์เหมือนกันว่าเราเปลี่ยนไปได้เยอะขนาดนี้ ทั้งความคิดความอ่าน มุมมอง ความสนใจ พฤติกรรมบางอย่าง การแสดงออก บลาๆๆๆๆ คือตอนที่เราไปแลกเปลี่ยน1ปีกลับมา เรายังไม่เปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้


จะบอกว่าเป็นเพราะสังคมในคณะ และสิ่งที่เรียน อิมแพคต์จากเนื้อหาวิชาที่เราเรียนมีผลต่อเราโดยตรงก้คงไม่ผิดแหละ

เราเริ่มเป็นคนที่สนใจประวัติศาสตร์ สังคม และการเมือ งทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น ทั้งๆที่เมื่อก่อน เกลียดการเมืองอย่างกับอะไรดี เบื่อที่สุดคือการดูข่าวการเมือง ซ้ำซาก น่าเบื่อ ไกลตัว บลาๆๆๆ แต่ตกมาตอนนี้คือเราคุยเรื่องพวกนี้กับเพื่อนเป็นเรื่องปรกติไปแล้ว คือถ้านั่งกินข้าวด้วยกันกับเพื่อนมันต้องมีเรื่องพวกนี้โผล่มาในบทสนทนาซักเรื่องสองเรื่องล่ะ


แต่จริงๆที่เราอยากพูดถึงมากที่สุด ปัจจัยที่ทำให้เราเปลี่ยนไปมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่อง'เพศ' ที่หลังๆเราอิน และเราจอยกับการพูดคุยเรื่องนี้มากขึ้นมากๆ เรามีมุมมองอะไรที่ค่อยๆขยายออกไปเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะขึ้น
ก้คงเพราะคนๆนึงที่เราบังเอิญรู้จักเค้าเมื่อไม่นานมานี้ซักเท่าไหร่ และเราไม่คิดว่ารูปแบบของความสัมพันธ์หรือมิตรภาพของเรามันจะออกมาในรูปแบบที่เราเป็นอยู่ในทุกวันนี้เลย


เค้าจุดประกายความคิดอะไรหลายอย่างของเรามากๆ มากจนเรารู้สึกว่าการรู้จักเค้านี่ส่งผลต่อความเป็นเรา ของเรา ณ เวลานี้เยอะมากๆๆๆๆๆ จริงๆ


เค้าเป็นคนแรกที่พูดกับเราในเรื่องการทำแท้งเสรี คือเลยมุมมองการมองว่าทำแท้งผิดหรือไม่ผิด บาปหรือไม่บาปไปแล้ว เราพูดกันไปถึงประเด็นอื่นๆว่าทำยังไง มีองกรณ์อะไรช่วยเหลือบ้าง ขบวนการแนวความคิดและการพัฒนา รณรงค์ ต่อต้านเกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นมายังไง อย่างน้อยๆก้จากที่ๆเค้าอยู่ล่ะ 

เมื่อก่อนเรามองว่าการทำแท้งถึงไม่บาปก้ยังไม่สนิทใจที่จะบอกว่าไม่ผิดอยู่ดี แต่พอคุยกับเค้า เรามองเห็นมุมอื่นๆมากขึ้น อาจจะบอกไม่ได้ว่าไม่ผิดที่จะทำ แต่อย่างน้อยก้รู้สึกว่ามันมีเหตุผลมาซัพพอร์ทคนที่จะทำได้มากพอ และมันไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่เสี่ยง สำหรับคนที่ไม่ต้องการท้องจริงๆ


เค้าเป็นคนแรกที่พูดเรื่องความหลายหลายทางเพศ เพศวิถี การแสดงออกทางเทศ รสนิยมทางเพศ อะไรๆก้ตามที่เกี่ยวกับ sexuality & gender คือเค้าอาจจะไม่ได้พูดกับเราโดยตรงเป็นเรื่องเป็นราวบนหัวข้อเรื่องนี้ แต่เค้าเล่าเรื่องธรรมดาๆของเค้าให้เราฟัง ซึ่งนั่นสะกิดความคิดเรามาก

คือ

เค้ามีแฟนเก่าที่อยู่ด้วยกันหลายปีมาก คนนั้นมีเพศสภาพเป็นผู้หญิง แต่เค้าเป็น'เลสเบี้ยน'หรือบางทีเค้าก้เรียก'เกย์' การแสดงออกโดยทั่วไปก้ไม่ได้ต่างจากผู้หญิงปรกติมากจากที่เราห็นในรูปหรือที่เค้าเล่าให้เราฟัง แต่งหญิงบ้างชายบ้าง รัดอกบ้างไม่รัดอกบ้าง แต่คนๆนี้เรียกแฟนเก่าเค้าด้วยสรรพนาน 'he' เพราะแฟนเก่าของเค้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นผช.มากกว่าผญ. และเค้าเคารพการความคิดของแฟนเก่าคนนั้นมาก
มันดูสับสนเล็กน้อยที่จริงๆมันเหมือนเป็นคู่รักแบบเพศ'ชาย-หญิง' แบบที่เรานิยามกันปรกติ แต่พอลงไปในรายะเอียดแล้วมันไม่ใช่อย่างที่เราเชื่อหรือเราเห็นเลย


มันทำให้เราเข้าใจความ fluid ในเรื่องเพศ ที่ว่ามันไม่ใช่อะไรที่ตายตัว มันเปลี่ยนแปลงมันลื่นไหลได้ และมันทำให้เราเห็นว่าเราสามารถ เคารพความคิดความเป็นปัจเจกของแต่ละคนได้อย่างไร เรารู้สึกว่ามันเจ๋ง และเรายอมรับว่าเรื่องนี้เป็นปัจจัยนึงที่ทำให้ตอนนี้เราเชื่อว่า ทุกคนสามารถชอบคนได้มากกว่า1เพศทุกคน คือไม่จำเป็นต้องชอบแค่ชาย หรือชอบแค่หญิงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้ารักและเข้าใจ และอยู่ร่วมกันได้ เข้ากันได้ คนเราสามารถรักกับใครหรือมีอะไรกันกับเพศอะไรก้ได้จริงๆ


เค้าเป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกว่า ชายหญิงมันเท่ากันจริงๆได้ มันขึ้นอยู่กับมุมมองจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องเซ็กซ์ คือเป็นแค่กิจกรรมของคนสองคนหรืออาจจะมากกว่านั้น ไม่มีใครได้เปรียบใครเสียเปรียบเลย (อย่าลืมว่าเราเชื่อเรื่องการทำแท้งเสรีด้วยไง) ที่ถ้าทั้งคู่พอใจและหาจุดตรงกลางของความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมนั้นได้ ตอบสนองความต้องการของอีกฝ่ายได้ ก้ไม่ผิดที่จะลองกับใครหลายๆคน ตราบเท่าที่รู้จักป้องกันและแน่ใจว่าอีกคนไม่คิดจะเอาเปรียบหรือทำให้เราเดือนร้อนในแง่อื่นๆ

ตัวเค้าเคยผ่านคนมาเยอะพอควร และเค้าก้เชียร์ให้เราลองกับคนหลายๆคน (ตอนแรกแอบตกใจ 5555) ตราบเท่าที่เรารู้สึกสบายใจที่จะลอง การลองอะไรแผลงๆ ไม่ใช่เรื่องผิด ตราบเท่าที่เรารู้'ขอบเขตของตัวเอง' คือไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกเป็นทุกข์ และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน คือเป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกถึงคำว่า YOLO จริงๆอะบางที เค้าเปิดมุมมองเรามาก จริงๆข้อนี้ทำให้เรารู้สึกเป็นอิสระจากความคิดความเชื่อแบบเดิมๆที่เราเคยรับรู้ออกมามากกว่าเดิมไปอีก มันทำให้เราอยากค้นหาเรื่องพวกนี้มากขึ้นเหมือนกันนะ😂


ล่าสุด เราคุยกันเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแฟน คนรัก หรืออะไรก้ตามที่คนเรียกกัน เราเชื่อมาตลอดว่า 'คนรัก' ควรจะมาเป็น 'คู่' คือมีแค่คนสองคน ถ้ามากกว่านั้น มันแปลก มันไม่ควร หรือมันอาจจะไม่เวิร์ค แต่เค้าก้เปิดโลกเราอีกแล้ว 😂😂

'แฟน' หรือ 'คนรัก' ไม่จำเป็นต้องมาเป็นคู่ก้ได้ อาจเป็น3 หรือ4คนก้ได้ ตราบเท่าที่ผู้เกี่ยวข้องในความสัมพันธ์นั้นทั้งหมด ตกลงและหาจุดที่พอดีให้กันและกันได้ หรืออาจเป็นคู่ แต่ทั้งคู่ตกลงที่จะไม่ยึดว่าเป็น'ของกันและกัน'เท่านั้น คือ จะมีอะไรกับใครอีกก้ได้ มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย ถ้าเค้าจะมีความสัมพันธ์ที่อาจจะมีหลาย 'ขา' ไปหน่อยแบบนั้น ถถถถถ 😂😂

แต่ว่าเราก้มองว่ามันก้จริงนะ ถ้าทั้งหมดรู้สึกสบายใจในความสัมพันธ์แบบนั้น ถ้ามันแฮปปี้สำหรับทุกๆคนที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ทำให้ใครต้องเจ็บปวดหรือเดือดร้อน'จริงๆ' เราว่ามันก้ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร ถ้าวันนึง จะมี1ในนั้นที่รู้สึกไม่ดีกับความสัมพันธ์แบบนั้นอีกต่อไป เราก้แค่หยุด คนที่ไม่สบายใจก้เดินออกมา หรือทั้งหมดยุติความสัมพันธ์ใดๆไปเลย เหลือแค่ความเป็นเพื่อน มันก้ทำได้ ถ้าทั้งหมดตกลงกันได้จริงล่ะก้ มันก้โอเคนี่นา เราว่าก้เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพื่อทำความเข้าใจดีเหมือนกัน


ตั้งแต่เรารู้จักเค้า ความคิดต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องเพศ-รูปแบบความสัมพันธ์ ของเรากว้างมากขึ้น ความคิดความเชื่อ การมองคุณค่าของตัวเองของเราก้เปลี่ยนไปมากขึ้น เรารู้สึกว่าความคิดที่เรารับมามันทำให้เรามองเห็นคุณค่าของตัวเอง และเห็นคุณค่าของคนอื่นมากขึ้นไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใครมาจากไหน ทำอะไร หรือคิดอะไรอยู่ เค้าทำให้เรามองโลกที่หลุดออกจากกรอบเดิมๆได้มากขึ้น ซึ่งเราไม่เคยคิดว่าคนๆเดียวจะส่งผลต่อวิธีคิดต่อสิ่งต่างๆของเราได้มากขนาดนี้ ถึงมันจะเป็นความคิดที่แอบขบฏมากไปหน่อยก้เถอะนะ 😂😂😂


เรารู้สึกว่าการได้รู้จักเค้าเป็นเรื่องที่ดีและเจ๋งมากๆในชีวิต คือความคิดเค้าอาจจะหลุดจากกรอบและกฎเกณฑ์ของสังคมกระแสหลักมากไปเสียหน่อย แต่ตราบใดที่มันยังอยู่บนพื้นฐานของการ "ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน" ทั้งทางตรงและทางอ้อม เราว่ามันก้ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรเลยนะ และเรายอมรับเลยว่าเราชอบเค้าที่เป็นเค้าแบบนี้มาก ชอบความ YOLO ที่บางทีก้เหมือนจะเกินขอบเขตแต่ก้ยังมีขอบเขตอยู่ แบบนี้ของเค้า 

เรารู้สึกขอบคุณอะไรก้ตามที่ทำให้เราได้บังเอิญรู้จักเค้า ได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน ได้ใช้เวลาร่วมกันบนมิตรภาพและความสัมพันธ์กันในรูปแบบหนึ่ง ดีใจมากที่ได้รู้จักกัน ดีใจมากที่เค้าเข้ามาในสารบบของเราและเราได้เข้าไปในสารบบของเค้า


หวังว่าเราจะได้ค้นพบอะไรใหม่ๆจากเค้ามากขึ้น หรือค้นพบอะไรใหม่ๆไปพร้อมๆกัน
เรารู้สึกชอบตัวเองที่คิดแบบนี้ และชอบเค้าที่เป็นส่วนหนึ่งและส่วนหลัก ที่ทำให้เราคิดแบบนี้ที่เป็นอยู่ตอนนี้มากๆจริงๆ

ขอบคุณนะ M. ❤
SHARE
Written in this book
me
ฉันเอง นี่ฉันเอง เป็นฉันเอง เรื่องของฉันเอง :)
Writer
gade382
𝑺𝒖𝒏-𝑩𝒍𝒆𝒔𝒔𝒆𝒅 𝑮𝒊𝒓𝒍
former Role name : Ultimate•Sad•Girl. Completely unemotional or too emotional, choose one.

Comments