ความรักของเต่า
จริงๆ ฉันไม่ได้ชื่อเต่าหรอกนะ
แต่เพื่อนๆ มักเรียกฉันว่าเต่า

สาเหตุเป็นเพราะอะไร คุณคงพอเดาได้จากชื่อแล้วล่ะมั้ง
ก็ฉันนั้นเป็นคนเชื่องช้า ไม่ทันใคร ทำอะไรอืดอาดยืดยาดไปหมด
จะเรียกเต่าก็ได้ แต่ฉันไม่สนใจหรอก

ในวิชาพละตอนสมัยเรียนมัธยม
ฉันวิ่งได้ที่โหล่ของห้อง
ฉันค่อยๆ วิ่ง แข่งกับตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่ได้ต้องการทำลายสถิติเหมือนอย่างคนอื่น
แม้จะได้ที่โหล่ อย่างน้อยฉันก็ภูมิใจ ที่ตัวเองวิ่งได้ตามระยะที่กำหนด
ถึงจะถึงข้า แต่ก็ถึงเหมือนกัน

ในโลกที่ทุกคนต่างเร่งรีบ รวดเร็ว วิ่งแข่งกันอย่างสุดกำลังตอนนี้
ฉันช้า
ไม่ได้เป็นเพราะอยากทำให้ตัวเองดูเท่หรือว่าสโลว์ไลฟ์อะไร
ฉันช้าเพราะว่าฉันชอบความช้า
ความช้ามีความสวยงามในแบบของมัน

ฉันมีสมาร์ทโฟน แต่ไม่ได้ใช้แพคเพจอินเทอร์เน็ตเวลาอยู่ข้างนอก
ไม่รู้ว่าเราจะต้องรีบติดต่อกันตลอดเวลาไปทำไม
มีระยะบ้าง เว้นพื้นที่ให้กันและกัน ฉันคิดว่ามันน่าจะดี

เพื่อนหลายคนมีแฟนตั้งแต่ช่วงมัธยม หนักกว่านั้นก็มีลูกตั้งแต่อายุยังน้อย
ฉันไม่รู้ว่าเราจะรีบกันไปทำไม
โดยเฉพาะกับเรื่องความรัก มันเป็นสิ่งที่ควรใช้เวลาก่อร่างสร้างตัวไม่ใช่หรือ

ฉันรู้จักผู้ชายคนหนึ่ง เรารู้จักกันที่ชมรมวรรณศิลป์ของมหาวิทยาลัย
แนวคิดที่มีแต่ความรักของเราทั้งคู่คล้ายกัน เราตัดสินใจคุยกัน แต่ไม่ใช่การพูดโทรศัพท์ ไม่ใช่การคุยกันผ่านโปรแกรมสื่อสาร
เราพูดคุยกันผ่านตัวอักษร ด้วยลายมือของตัวเอง ผ่านจดหมายและโปสการ์ด
สำหรับฉัน อะไรที่ถูกเขียนด้วยลายมือเป็นเรื่องโรแมนติก มันผ่านการคัดสรร บรรจง เรียบเรียง ก่อนจะถ่ายทอดออกมา เป็นการสื่อสารที่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของผู้ส่งได้มากที่สุดแล้วสำหรับฉัน

ความสัมพันธ์ของเราพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามจดหมายและโปสการ์ดที่ส่งให้กัน
แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่ตอบตกลงคบกับเขาสักที
“เรายังรอเธออยู่นะ แม้จะไม่รู้ว่าเธอกำลังรออะไรอยู่ก็ตาม”
เขาบอกฉันในวันที่เราเจอกันที่ชมรม สีหน้าของเขาเศร้าสร้อย และผิดหวังที่ไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ
“บางที พวกเราอาจต้องรออีกหน่อย ให้เวลาผ่านไป รอให้อะไรๆ มันลงตัวกว่านี้”
“ผมจะรอก็แล้วกัน”

หลังจากวันนั้น จากจดหมายหลายหน้าก็หดสั้นเหลือเพียงโปสการ์ด
ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่น้อยลงผ่านตัวอักษร – เขาเปลี่ยนไป
ความรักของฉันยังคงเหมือนเดิม ยังคงเฝ้ารอวันหนึ่งที่ความสัมพันธ์ถึงจุดเดือด
วันที่ฉันจะเอ่ยคำว่ารักออกไป

ไม่มีโปสการ์ดอีกแล้ว ไม่มีลายมือหวัดๆ ของเขาอีกแล้ว
ไม่มีแล้ว
ระยะเวลาของการรอและการพัฒนาความสัมพันธ์ของฉันและเขาคงไม่สัมพันธ์กันเท่าไหร่
ฉันรอได้ แต่เขารอไม่ได้

“เสียใจมั้ยล่ะที่เขาทิ้งแกไปมีคนอื่น”
ฉันพยักหน้า ได้แต่บอกว่า “ไม่เป็นไรหรอก คนที่รักกันจริงเท่านั้นถึงจะเกิดมาคู่กัน”
“รู้มั้ย บางครั้งแกเหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัว ชอบก็บอกว่าชอบ รักก็บอกว่ารัก มัวแต่ชักช้า รอกันไปรอกันมา ก็เลยต้องมาเสียใจแบบนี้”

หรือเต่าในอุดมคติที่จะอยู่ข้างๆ ฉันไม่มีจริง
เต่าที่จะคลานไปพร้อมกับฉันนั้นเป็นแค่เพียงจินตนาการ

ในสนามความรัก
บางทีการวิ่งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย – ฉันว่านะ 
SHARE
Written in this book
เรื่องสั้น
Writer
zupisets
blogger
1DAN*

Comments

Patpitcha_Eua
3 years ago
ก็จริงนะคะ ในสนามความรัก บางทีการวิ่งก็ไม่เสียหาย แต่..ถ้าวิ่งตามคนที่เขาไม่ได้รักเรา เราก็เหนื่อยค่ะ เราเคยวิ่งตามมาก่อน จนตอนนี้เราหยุดทุกอย่าง และมีคนที่พร้อมจะเดินก้าวไปด้วยกันแล้วล่ะค่ะ แต่เขากับเรายังต้องมีหน้าที่ที่ต้องทำค่ะ ☺
Reply
zupisets
3 years ago
บางทีการหยุดวิ่งแล้วถอยออกมาก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกันนะฮะ :D
Patpitcha_Eua
3 years ago
ค่ะ ใช่ค่ะ ☺
PEACH-MSU
3 years ago
ถ้าอยู่ในสนามนั้นเมื่อไหร่
คงวิ่งสุดตีนค่ะ 55555 ล้อเล่น!

ถ้าความหวังมันยังเหลือมากพอ
การรอก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร..

แต่ถ้าระหว่างรอดันเจอใครที่ทำให้พอใจกว่า
การรอที่เดิมก็อาจจะกลายเป็นเรื่องลำบากมาก
จนอาจถึงขั้นที่รอไม่ได้

#รอคนที่ cycle time มาบรรจบพอดีกัน
Reply
ANYTHINGLIKETHAT
3 years ago
จริงๆการวิ่งอาจไม่เสียหาย แต่ถ้าวิ่งเร็วไปอาจเสียหายทางความรู้สึกก็ได้นะเราว่า..
Reply