[ base on "ครู" story * ] : lost boys

อย่างที่บอกไปว่า เป็นครูก็เหมือนมีลูก
ต้องคอยดูแล ประคบประหงม อบรมลูกชาวบ้านดั่งลูกตัวเอง
เพราะถ้าลูกเค้าเป็นอะไรไป อีนี่คงไม่มีปัญญาไปทำลูกใช้คืนได้
และนอกจากกลัวว่าลูกเค้าจะเป็นอะไรไป ก็มีกลัวลูกเค้าหายอีกอย่าง 
ที่แค่คิดก็ทำให้หัวบนบ่ารวมถึงชะตาของข้าบเจ้ารู้สึกเหมือนใกล้ขาดเต็มทน

แต่ถ้าถามว่าแล้วเคยมีเด็กหายมั๊ย? 
ตอบเลยค่ะว่า .. ไม่..
..
..
ไม่พลาดดดดดดดดดดค่าา! 
บิวเป็นเด็กผู้ชายหน้าตาเอ๋อๆ ตาปรือๆ จนแทบจะปิดอยู่ตลอดเวลา
ภาพลักษณ์ของบิวจะดูเหมือนไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรเท่าไหร่ 
แต่บิวเป็นเด็กที่เรียนรู้เรื่องใช้ได้ ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยซน
ถ้าเทียบกับบรรดาเด็กผู้ชายด้วยกัน บิวถือว่าเป็นเด็กเรียบร้อยมากทีเดียว

ในปีที่สองของการทำงาน หลังจากเปิดเทอมแรกไปได้ 3 วัน
ยังเป็นช่วงจดจำนักเรียนของบรรดาครูประจำชั้นทั้งหลาย รวมถึงอิครูแพรด้วย 

จำนักเรียน? คิดล่ะสิว่ากะอิแค่นักเรียนจะมีอะไรให้จำมากมายใช่มั๊ย? โนวจ้า~
อย่างแรกที่ครูต้องจำคือจำหน้าให้ตรงกับชื่อค่ะ ทั้งชื่อจริง นามสกุล ชื่อเล่น
บางทีมีพี่น้องต้องจำด้วยว่าพี่คนไหน น้องคนไหน เรียนห้องไหนด้วย
จำชื่อเล่นชื่อจริงให้สัมพันธ์กับหน้าตานักเรียนแล้ว 
ก็ต้องจำหน้าตาผู้ปกครองที่รับส่งให้สัมพันธ์กับหน้านักเรียนด้วย
คนไหนกลับบ้านรถนักเรียนก็ต้องจำว่าขึ้นคันไหน มีใครขึ้้นคันเดียวกันบ้าง 
หรือวินมอไซมารับก็ต้องจำหน้าจำเบอร์วินไปอีก 
เห็นมั้ยคะ? จะจำเด็กแต่ละทีต้องจำไปยันโคตรเหง้าเด็ก 
วันดีคืนดีปู่ตาย่ายาย น้าอาป้าลุงมารับอีก ญาติโกโหติกาสารพัดจ้าา
ต้องติดต่อไปหาผู้ปกครองว่าใช่จริงมั้ย ให้คนอื่นมารับแทนจริงมั๊ย?
แหมมม เข้มงวดขนาดนี้เด็กยังหายได้อีกหรอแคะ ครูแพร
แค่ะ .. มันยังอุส่าจะหายได้อีกแค่ะ !!!!! 
ตัดภาพกลับมาที่เรื่องของบิว
บิวเป็นเด็กที่โดยสารรถตู้รับส่งนักเรียนของป้าจิ๊ดกลับบ้าน
ในขณะที่รถสายอื่นจะเดินมารับเด็กอนุบาลที่ห้อง
ตามข้อตกลงที่คนขับรถทุกคนทำไว้กับโรงเรียน
แ ต่ วั น นั้ น ป้ า จิ๊ ด ไ ม่ ม า รั บ บิ ว

บิวนั่งดูการ์ตูนอยู่ที่ห้องจนเด็กโตเริ่มทยอยลงมาเพื่อที่จะกลับบ้าน
ก็ยังไม่มีวี่แววของป้าจิ๊ด จนกระทั่งบิวเดินมาขออนุญาตครูแพรไปดูรถป้าจิ๊ด
ครูแพรจึงกำชับว่า ถ้าไปแล้วไม่เจอรถให้เดินกลับมาหาครูแพรที่ห้อง
บิวรับปากอย่างดิบดีแล้วเดินออกไป แล้วบิวก็ไม่กลับมาที่ห้องอีกในวันนั้น

วันต่อมา บิวมาเรียนตามปกติ 
ส่วนอิครูแพรก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาเลยว่าหัวกำลังจะหลุดจากบ่า
ผอ. เดินมาหาแล้วถามถึงเด็กที่ชื่อ มิว ที่ห้องครูแพร 
นี่ก็บอก ไม่มีนะ ที่ห้องมีแต่เด็กชื่อบิว ผอ.พึมพำอะไรบางอย่างแล้วจากไป
ก่อนที่จะกลับมาอีกรอบ พร้อมกับยืนยันว่าเป็นเด็กห้องครูแพรจริงๆ
เด็กห้องครูแพรเดินออกไปที่ถนนใหญ่ตามลำพัง 
เคราะห์ดีที่มีผู้ปกครองเห็น และเด็กคุยกับผู้ปกครองรู้เรื่อง 
ผู้ปกครองเลยพาไปส่งที่บ้านได้อย่างปลอดภัย  

พอได้ยินดังนั้นอิครูแพรลมแทบใส่จ้าาาาาาาา
ลากตัวบิวไปถามเอาความจริงว่าใช่หนูมั๊ยลูกกกกกก หนูไม่ได้ทำแบบนั้นใช่ม๊อยย
บิวตอบมาหน้านิ่งๆว่า ใช่หนูเอง ครูแพร เมื่อวานมีพ่อพี่เค้าไปส่ง
เท่านั้นแหละจ้ะ ทรุดดดดดดดดจ้าาาาาา ยืนไม่ไหวจ้าาาา
โถ๊ววววววววว อิช้อยจะเป็นลมเจ้าค่ะ ทูนหัวของบ่าวววว 
แล้วนี่หัวอิช้อยจะหลุดออกจากบ่ามั๊ยเจ้าคะ TT^TT

ดังนั้นจึงสืบสาวราวเรื่องว่าทำไมถึงเดินออกไปข้างนอกเอง
ทั้งๆที่อิช้อยก็บอกทูนหัวแล้วนะเจ้าคะ ว่าถ้าไม่เจอรถป้าจิ๊ดให้กลับมาหาที่ห้อง
ตอนนั้นช้อยก็ต้องเก็บกวาดถูห้อง ล้างห้องน้ำอยู่จนเย็น ทำไมถึงเดินออกไปเอง
ได้ความว่า บิ ว เ ดิ น อ อ ก ไ ป เ จ อ ร ถ ป้ า จิ๊ ด ค ่ า 
แต่รถป้าจิ๊ดกำลังขับออกจากโรงเรียน แล้วเพราะนางเจอไง นางเลยไม่เดินกลับมาห้อง
โถถถ ทูนหัวของอิช้อย พ่อคนซื่อ พ่อคนเส้นตรง พ่อไม้บรรทัดฟุตเหล็ก 
แล้วนางก็เดินตามรถป้าจิ๊ดไปเรื่อยๆด้วยนะ จนรถป้าจิ๊ดออกถนนใหญ่ 
ถ้าผู้ปกครองที่เป็นวินมอไซไม่มาเจอ แล้วรับไปส่งที่บ้านให้
อิครูแพรคงชะตาขาด ไปเป็นอิช้อยรับใช้ท่านยมฯอยู่นรกขุม 18 เป็นแน่แท้

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อสืบสาวราวเรื่องได้ความดังนั้นก็เลยรายงานผอ.
งานนี้ความผิดตกไปอยู่ที่ป้าจิ๊ดเต็มๆ ที่ไม่ยอมเดินมารับเด็ก 
และไม่ได้เช็คเด็กก่อนขึ้นรถนักเรียนตามข้อตกลง
ส่วนอิครูแพร ถึงแม้ไม่มีความผิด ก็ต้องตรวจตราเด็กให้ดีกว่านี้ 
เพราะถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญที่เราประมาทเลินเล่อ ไว้ใจเด็กมากเกินไป


หลังจากเกิดเหตุการณ์ของบิวได้ไม่นาน 
เด็กชายเอ นักเรียนข้างห้องก็ก่อวีรกรรมสะเทือนขวัญไปทั้งโรงเรียน
เอเป็นเด็กตัวผอมๆ ดำๆ หูกางๆ เรียนและเขียนหนังสือเก่งใช้ได้ 
ตามที่ครูประจำชั้นของเอบอก เอแทบจะไม่มีปัญหาเรื่องพฤติกรรมและการเรียนเลย

วันนั้นเอขออนุญาตครูประจำชั้นไปเข้าห้องน้ำที่ห้องเรียน (ห้องน้ำในตัว)
แล้วเอก็หายไปจากห้องและจากโรงเรียนจนกระทั่งตอนเย็น 
ยายของเอจึงเดินมาถามครูประจำชั้นของเอว่า เห็นหลานมั๊ย 
เมื่อเช้ามาเรียนแต่ตอนเย็นยังไม่เห็นไปขึ้นรถนักเรียนเลย 
เมื่อเช้ามาเรียนแต่ตอนเย็นยังไม่เห็นไปขึ้นรถนักเรียนเลย 
ครูจึงเดินตรวจดู พบว่า 
ก ร ะ เ ป๋ า แ ล ะ ร อ ง เ ท้ า นั ก เ รี ย น ขอ ง เ อ
ยังวางอยู่ที่ห้องเรียน 
เท่านั้นแหละค่ะ โกลาหลทั้งโรงเรียน ออกตามหากันยกใหญ่ 
ครูผู้ชายต้องขับรถไปดูตามถนนใหญ่ ว่าเจอเด็กเดินอยู่ตามทางบ้างมั๊ย
คนเป็นยาย คนเป็นแม่ก็ใจจะขาด ลูกหลานหายทั้งคน

เดชะบุญโชคยังช่วย .. 
มีคนไปเจอเอเดินอยู่แถวปากทางเข้าหมู่บ้าน
ยามหมู่บ้านจำเอได้ เลยให้เอมาอยู่ที่ป้อมยามก่อน
ก่อนจะปั่นจักรยานไปหาที่บ้าน ให้คนที่บ้านมารับเอ 

สืบสาวราวเรื่องจากเอ และภาพจากกล้องวงจรปิด ได้ความว่า
เอ ท้องเสีย วิ่งมาเข้าห้องน้ำที่ห้อง ทำธุระเสร็จเดินออกมา 
เจอคนขี่มอไซใส่หมวกกันน็อค ก็เดินเข้าไปคุยกับเค้าเฉยเลยจ้าาา
ซึ่งโดยปกติแล้ว ที่โรงเรียนจะไม่ให้ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาในเขตตึกเรียน
แต่คนนี้ขับเข้ามา แถมไม่ถอดหมวกกันน็อคด้วย

ถามว่า แล้วเค้าบอกอะไรเอ เอถึงไปกับเค้า?
เค้าชวนเอกลับบ้าน เอเลยขึ้นรถไปกับเค้าเลยจ้าาาาาา
กระเป๋ารองเท้าอะไร ทิ้งจ้าาา ไม่เอาไปด้วยจ้า 
รีบจ้า หนูจะกลับบ้านนนนนนนนนนนนนนนน

โถถถ ทูนหัววววของอิช้อย  TT^TT 
ทำครูหวิดคอขาดยกโรงเรียนไปเลยจ้ารอบนี้

หลังจากนั้นเหมือนคนขับมอไซคนนั้นคงกลัวมีปัญหา
เลยปล่อยเอไว้ข้างถนน แถวๆทางเข้าหมู่บ้าน 
ก่อนที่จะมีคนไปเจอ แล้วพามาส่งที่ป้อมยาม
พอถึงตอนนี้ เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า 
ก่อนที่จะพาเอไปส่งแถวบ้านรถจักรยานยนต์คันนั้นพาเอ ไปไหนก่อนรึป่าว
แต่ตรวจร่างกายเอแล้ว ไม่มีร่องรอยการถูกทารุณกรรมใดๆทั้งสิ้น

หลายๆเสียงลงความเห็นว่า คนนั้นคงเป็นคนที่เอรู้จัก
เพราะถ้าไม่รู้จัก เอก็ไม่น่าจะไปกับเค้าได้ง่ายขนาดนั้น
แล้วจนทุกวันนี้ ที่โรงเรียนก็ยังไม่มีใครรู้ว่าชายใส่หมวกกันน็อคคนนั้นคือใคร
ยกเว้นคนในบ้านของเอ .. ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่มีการเอาเรื่องเอาราวใดๆ
เลยคิดว่า สมมติฐานน่าจะไม่ผิดพลาด คนนั้นน่าจะเป็นคนที่เอรู้จัก
เพราะไม่งั๊น ป่านนี้ผู้ปกครองคงมาร้องเรียนจนโรงเรียนแตกไปแล้ว


ไม่ใช่แค่เด็กอนุบาล ที่มีปัญหาเด็กหาย
เด็กประถมเองก็ชอบหายไปเฉยๆ เหมือนกัน
ส่วนมากจะเป็นขึ้นรถนักเรียนติดไปกะเพื่อน
จะไปเล่นบ้านเพื่อน เลยเดินกลับบ้านไปกับเพื่อนเลย 
ไม่ได้บอกผู้ปกครองก่อน พอถึงเวลาผู้ปกครองมารับก็หาไม่เจอ
ปัญหาก็มาตกอยู่กับคุณครูร่ำไป

มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลาน 
โทรศัพท์มีอย่ามัวแต่ถ่ายคลิป เล่นเฟส แอ๊วหนุ่ม
โทรบอกที่บ้านบ้างจะไปไหนมาไหน 
ผู้ปกครองเหมือนกัน บางคนมารับลูกสองทุ่่ม
ไม่มีการโทรแจ้งครูหรือลูกใดๆทั้งสิ้น
มาถึงบอกแค่ว่า ยุ่งอยู่ บอกไม่มีเวลามารับ

ชิบหายยยยยยยยย ครูก็มีเวลามากเลยค่ะ
กว่าจะเฝ้าเด็กหมดจนคนสุดท้ายกลับบ้าน
กว่าจะฝ่ารถติดกลับบ้าน กว่าจะได้นอน
ตีห้าแหกขี้ตาตื่นอีกแล้วววววววววววววววว
#ถุงใต้ตาอีช้อยยานเป็นถุงใต้ตีนแล้วค่ะทูนหัววววว
つづく



รักเหมือนเดิมเพิ่มเติมคืออยากได้อายครีม <3
ครูแพร
๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙




SHARE
Written in this book
 based on ครู story :)
ประสบการณ์ป่วนแบบวายป่วงของกราฟฟิกดีไซน์เนอร์โง่ง่อยที่ริอาจผันตัวไปเป็นครูอนุบาล
Writer
napatch-p
loser
part time graphic designer // full time kindergarten teacher // sometime writer // all time dreamer <3

Comments

JeansMT_SUT
3 years ago
ตอนเด็กๆผมก็เคยเกือบหายเหมือนกันครับ ตอนนั้นไม่แนใจว่าอยู่ อนุบาล2 หรือ ป.1 เหตุการณ์คือปกติผมต้องรอรถรับส่งอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนทุกวัน แต่วันที่เกิดเหตุนั้น รถรับส่งมาช้ากว่าปกติ ผมเลยเดินวนไปวนมา เข้าออกโรงเรียนอยู่หลายรอบ แต่รถรับส่งก็ยังไม่มาสักที เลยตัดสินใจเดินกลับบ้านเอง 555555 แต่พอเดินได้ยังไม่พ้นเขตโรงเรียนดีก็เจอผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาถามว่า หนูจะไปไหน แล้วพ่อแม่ล่ะ? ผมจำไม่ได้ว่าตอบเค้าไปว่าอะไร แต่ที่จำได้แม่นคือผู้ใหญ่ใจดีคนนั้นพาผมไปส่งโรงพักครับ 55555 แล้วก็นั่นล่ะฮะ พ่อแม่ก็ได้มารับที่โรงพัก แล้วที่พีคที่สุดคือในวันต่อมาโรงเรียนออกกฎว่าห้ามนักเรียนทุกคนออกนอกโรงเรียนโดนไม่มีผู้ปกครองมารับ ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ครับว่าเราทำให้ผู้ใหญ่เดือดร้อนแค่ไหน คิดแต่ว่าอยากกลับบ้าน ถือเป็นเหตุการณ์ที่จำได้ไม่เคยลืมเลยครับ ยังไงก็สู้ๆนะครับคุณครู 😁
Reply
napatch-p
3 years ago
นี่น่าตีจังเลยย 555555 ถ้ารถชนไปหรือโดนจับตัวไปจะทำยังไงคะเนี่ยยย. โชคดีที่เจอคนดีๆ ไม่งั้นมีหวังกลายเป็นโรฮิงญาจ้ามาจ๊ะทิงจาอยู่กลางทะเลแน่เลย.
JeansMT_SUT
3 years ago
จริงๆมีอีกเรื่องนะครับ แต่ตอนนั้นอยู่ ป.4 ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมเวลาผมมีเรื่องแต่ละทีนี่ จะต้องมีอิมแพ็คไปทั้งโรงเรียนเลย 5555555 

*บทความนี่จบแบบไอ้มดแดงเลยนะครับ ขอเป็นฮีโร่ของเด็กๆแบบไอ้มดแดงนะครับ
Reply
napatch-p
3 years ago
พอจินตนาการภาพออกค่ะ แสดงว่าน่าจะมาสายเดียวกับเด็กชายต้นน้ำ คนนั้นก็เอฟเฟคแรง ก่อเรื่องทีไร ดังทั่วรร. ตลอดเหมือนกัน. :)
NolmonherO
3 years ago
น่ากลัวเหมือนกัน อาชีพคุณครู เหมือนแบกชีวิตคนไว้บนบ่าจริงๆเลย
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วถึงจะบันเทิง แต่มวนท้องมากๆ
Reply