แค่ต้นไม้ในจินตนาการ
จะเขียนอะไรดี???     ฉันว่านี่คือคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวสมองของนักเขียนสมัครเล่นทุกคน  มนุษย์เราทุกคนล้วนมีเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทุกวินาทีที่ผ่านไป แต่มันยากสำหรับการนำมาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือผ่านสาธรณะ 

     แม้ว่า บางครั้งการอยากระบาย ปลดปล่อยบางสิ่งที่เก็บไว้ ความรู้สึกที่ไม่อาจพูดกับใครได้ตรงๆ ดีที่สุดก็คือการถ่ายทอดผ่านออกมาเป็นตัวหนังสือ แต่ทว่า...

     ความไม่เป็นมืออาชีพในงานเขียน ไม่สามารถนำเรื่องราวที่ผ่านไปในแต่ละวินาทีของชีวิต มาเขียนเป็นเรื่องราวได้ หรือบางเรื่องราวที่อยากเล่า บางครั้งอาจกระทบซึ่งสิทธิส่วนบุคคล บางครั้งกระทบต่อองค์กร การเมือง และผิดกฎหมาย ซึ่งอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ หรือบางเรื่องมันเป็นที่น่าละอาย อัปยศอดสูจนไม่อยากรื้อฟื้นขึ้นมาอีก

     แต่สำหรับนักเขียนมืออาชีพ พวกเค้าสามารถนำเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวที่มีสาระน่าติดตาม 
  สำหรับฉันคิดว่า หากเรายังไม่มีความกล้าที่จะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวอักษร เราก็ไม่มีวันที่จะเป็นมืออาชีพได้ ฉันจึงเริ่มงานเขียนในสไตล์ของฉัน
      วันนี้ ฉันอยากเขียนเรื่องต้นไม้ในจินตนาการ โดยตัวฉันเป็นผลของต้นไม้ต้นนั้น

     ในวันหนึ่งเมื่อฉันตื่นมาพบว่า ตัวเองได้กลายเป็นผลของต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่ง ก้าน ใบ ปกคลุมอย่างร่มเย็น มีลำต้นใหญ่ที่แข็งแรง มีรากแก้วหยั่งลึกลงในดินอย่างมั่นคง ต้นไม้ต้นนี้ยังคงออกดอกออกผล ให้ผู้คนได้ชื่นชมในความสมบูรณ์และแข็งแรง

     วันนี้ฉันกลายเป็นผลที่ห่ามใกล้สุกเต็มที ต้นไม้ที่ฉันอาศัยเริ่มมีหมู่กา หมู่เหยี่ยวบินโฉบผ่านมาบางตัวกัดกินดอกผลที่ยังไม่สุกงอม บางตัวอาศัยนอนเกาะกินบนต้นไม้ต้นนี้ ขี้ของมันเริ่มส่งกลิ่นเหม็นรบกวน

     พายุฝนที่พัดผ่านตามฤดูกาล ลมที่กรรโชกแรงทำให้ต้นไม้ต้นนี้สั่นคลอน รากที่เคยแข็งแรงเริ่มไร้ที่ยึดเหนี่ยว ผลและดอกของต้นไม้เริ่มร่วงหล่นก่อนกาลเวลา ความไม่แข็งแรงของรากไม้ทำให้ลำต้นพัดไหวไปตามแรงลม

     ตัวฉันเองแม้จะเป็นผลที่ยังคงเหนียวแน่นอยู่บนต้นไม้นี้ มีใบไม้ปกคลุม แต่ฉันก็อดคิดไม้ได้ว่า ซักวันนึงถ้าลมพัดใบไม้ที่ปกคลุมฉันร่วงหล่น ฉันอาจโดนหมู่กา หรือเหยี่ยวกัดกินจนตกจากต้นไม้ต้นนี้ก่อนเวลาอันควร หรือหากรอจนตัวเองสุกงอมเต็มที่ ต้นไม้ต้นนี้อาจล้มลงก่อนฉันร่วงหล่น

     บางครั้ง ฉันอดคิดไม่ได้ว่าแม้ว่าตัวเองจะยังไม่สุกพอ แต่ฉันก็แก่จัดเต็มที่จนใกล้จะสุกแล้วนะ ฉันจะยอมดีดตัวเองให้หล่นจากต้น ยอมหล่นลงพื้นดิน มีโอกาสงอกและเจริญเติบโตด้วยตัวเอง ฉันจะมีรากแก้วที่แข็งแรงหยั่งลึกลงในดิน เพื่อให้ตัวเองมีที่ยืนที่แข็งแรง  

     ฉันจะไม่โอนเอนเมื่อถูกแรงลมพัดไหว ฉันจะเป็นลำต้นที่แข็งแรงดูดซึมธาตุอาหารในดินไปหล่อเลี้ยงกิ่ง ก้าน ใบ และผลของฉันให้สมบูรณ์และแข็งแรง ฉันจะไม่ยอมให้นก กา หรือเหยี่ยวมาทำรัง หรือขี้รดบนกิ่ง ก้าน ใบของฉัน

     ฉันจะเป็นต้นไม้ที่สมบูรณ์ ปล่อยออกซิเจนไปในอากาศ เพื่อให้ผู้คนได้คลายร้อน ฉันจะส่งกลิ่นหอมของเกสรดอก ฉันจะสร้างผลที่สมบูรณ์และสุกงอม ให้ร่วงหล่นไปตามกาลเวลา ฉันจะเป็นร่มเงาของต้นไม้อ่อน ปกคลุมดิน ให้สรรพสิ่งได้พึ่งพาอาศัย 

หรือฉันจะเป็นได้ แค่ต้นไม้ในจินตนากาล



ขอขอบคุณภาพจาก
http://www.meekhao.com/travel/oldest-trees-and-starlight    


ปลายฟ้า

5 พ.ย. 2559



SHARE
Writer
plaifah
It' my life.
เศษเสี้ยวของชีวิตที่อยากเล่าให้ฟัง

Comments