Waiting List : รอและต่อคิว
1
ผมขยาดการเข้าคิว

อย่าพึ่งเข้าใจผิด ไม่ได้แปลว่าจะตัดหน้าหรือแซงคนอื่นเขานะครับ แทนที่จะใช้ความอดทนและได้ความกระวนกระวายใจเป็นของแถมกว่าจะถึงคิว ถ้าเป็นไปได้ผมชอบกลับมาทีหลังตอนไม่มีคิวมากกว่า แต่หลายครั้งในชีวิต มันเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องต่อคิว หรือบางทีเราก็เลือกที่จะต่อเอง (ฮา) ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ

2
ค่ำคืนหนึ่ง เมื่อหลายปีมาแล้ว แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติสวีนเดนชื่อดัง กำลังจะมาเปิดสาขาที่เมืองไทยเป็นครั้งแรก มันมาพร้อมกับแผนการตลาดที่กำลังเป็นที่นิยมในยุคนั้นครับ คือการ PR ให้มาต่อคิวรับ gift voucher ในวัน grand opening ซึ่งจะได้มูลค่าเยอะน้อยลดหลั่นกันตามลำดับก่อนหลัง เพื่อนคนหนึ่งออกปากชวนไปร่วมสนุก ซึ่งผมก็ตกลงไปแบบไม่คิดมาก แต่ ถ้าจะไปแล้วต้องไปให้สุดครับ พวกเราไม่ได้มาเล่นๆ แต่กะจะมาคว้ารางวัลใหญ่กลับไป (ห้าลำดับแรกจะได้คูปองมูลค่าหลายพันบาท) 

แผนของพวกเราคือการต่อคิวข้ามคืน! นอนต่อคิวหน้าห้างกันดื้อๆ แบบนั้นเลย โชคดีที่ทีมงานเขาจัดการดี มีแถวคิวไว้ให้เรียบร้อย จำได้ว่าค่ำคืนนั้นโคตรประทับใจ เราสามคนเม้ามอย คุยเล่นจนเหนื่อย ผลัดกันเฝ้าคิวเพื่อไปเข้าห้องน้ำ มีพี่ออกาไนซ์เซอร์มาเล่าประสบการณ์การทำงานให้ฟัง และนอนหลับกันเยี่ยงโฮมเลส 

สิบโมงของเช้าวันต่อมา เราก็ได้ voucher มาครอบครองสมใจ

3
ค่ำคืนหนึ่ง เมื่อไม่นานมากนี้ ผมกลับมาจากธุระสำคัญ เหนื่อยล้าเต็มทน รถไฟฟ้ากำลังแล่นมาถึงสถานีจุดหมาย เพื่อทักมาชวนไปดูละครเวที ที่จะแสดงในอีกร่วมชั่วโมง พวกเราตัวเปล่า ไม่มีบัตร ไม่มีจอง คิดอยู่สักพักสุดท้ายก็ตกลงไป อีกไม่กี่คืนจะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ต้องใช้ให้คุ้ม

เราไปถึงที่หมายก่อนการเสดงเริ่มสิบนาที ปรากฎว่าต้องจองล่วงหน้า ไม่งั้นต้องไปต่อคิว waiting list ยาวเหยียด ผมกับเพื่อนมองหน้ากัน ยังไงซะความตั้งใจหลักของการก้าวออกจากบ้านของพวกเราก็คือมาดูสิ่งนี้อยู่แล้ว ถึงจะดูไม่มีวี่แวว ก็รอสักหน่อยแล้วกัน

และแล้ว… ก็ไม่ได้เว่ย คิวแทรกหยุดอยู่ที่ก่อนหน้าชื่อเราเพียงสองชื่อเท่านั้น

ตามหลักควรจะถอดใจแล้ว แต่แล้วจะไปไหนล่ะ ในเมื่อสิ่งนี้คือความตั้งใจหลัก เราเลยเดินไปนั่งรออีกสักพัก ของ้อขอร้องน้องคุมประตูอีกสักหน่อย แล้วไปๆ มาๆ คนที่ไม่ถอดใจประมาณเจ็ดคนที่เหลืออยู่ ก็ได้บัตรกันถ้วนหน้า โชคดีมาก ได้ดูละครสมใจ

เนื้อหาละครสุดคลาสิก ราโชมอน เล่าถึงความจริงต่างระดับที่ถูกเล่าจากมนุษย์แตกต่างคน พร้อมเสริมบทสรุปที่ ฉลาดคมคายใช้ได้ ตีแผ่ความเป็นมนุษย์ออกมาได้ชัดถ้อยชัดคำ เมื่อออกจากโรงมา มันทำให้ผมครุ่นคิดถึงชีวิตของคน โดยเฉพาะตัวเอง ณ ขณะนี้ที่กำลังล่องลอยอยู่ในห้วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลง และแล้วนึกถึงคำพูดของรุ่นพี่คนหนึ่งครับ

4
เพราะชีวิตคือการต่อคิวยาวเหยียด

ในวันที่เคยผิดหวัง อกหักจากความฝันไม่ถึงฝั่ง รู้สึกเศร้าไปหมด อยากจะถอดใจ ถอนกายจากความพยายามทั้งหมดไปให้รู้แล้วรู้รอด พี่เขาได้ปลอบใจให้กำลังใจผมว่า อย่ายอมแพ้ พัฒนาและสู้ต่อไปสิ 
“เวลาเราทำตามความฝัน มันก็เหมือนไปต่อแถว
ถ้าไม่ออกจากแถวไปซะก่อน เดี๋ยวก็ถึงคิวเรา”
 
5
ถึงชีวิตจะเป็นอะไรที่ไม่แน่นอน แต่เราควรจะดำเนินมันอย่างตั้งใจและมีเป้าหมายอยู่เสมอ ตั้งบัญญัติและเหตุผลของการใช้ชีวิตอย่างตั้งใจ แล้วยึดมั่นทำตามสิ่งนั้น แม้บางทีมันจะดูไร้พลัง ไม่เป็นผล หรือไม่เป็นที่นิยม พิกลพิการในสายตาคนอื่น

เราควรที่จะตอบตัวเองและคนอื่นได้เสมอว่าทำถึงเลือกเรียนในสถาบันนี้

เราควรที่จะมีเหตุผลรองรับการตัดสินใจในการเลือกงานที่ทำ หรืออย่างน้อยๆ ก็เลือกที่จะสมัครแบบหวังได้เขารับอย่างชัดเจน จากการทำการบ้านหาข้อมูล วิเคราะห์อย่างจริงจัง

เราควรที่จะ ยืนกรานในความเชื่อ สวนกระแสก็ได้ถ้ามันไม่ได้ทำร้ายใคร

ต้องสามารถตอบได้ว่าความตั้งใจหลักของการก้าวออกมาสิ่งต่อๆ ไปในชีวิตคืออะไร

6
เปรียบเหมือนกับการเอาชื่อของตัวเองไปใส่ใน waiting list ของรางวัล บริการ หรือของดีอะไรสักอย่าง บางทีอาจจะไม่ได้ของ ได้มาแล้วไม่ถูกใจ ต้องทนรอนานเหนื่อย ได้ไม่คุ้มเสีย แต่ยังไงก็ต้องดีกว่า การมัวแต่ยืนงง ยืนเหม่อ ไม่ได้เอาชื่อไปใส่ในลิสต์ของการรอคอยอะไรสักอย่าง แม้แต่ลิสต์เดียว

แบบนั้น ชีวิตคงจะไร้ความหมายพึลึก ว่าไหมครับ

ขอจบการเขียนนี้แบบเชยหน่อย แต่ก็ยังใช้ได้ดีอยู่นะครับ

แล้วชีวิตของคุณตอนนี้ล่ะ อย่างน้อยๆ ต่อคิวหรือมีชื่ออยู่ใน waiting List ใดบ้างแล้ว : )
SHARE
Written in this book
LIFE IN LETTERS
just some of it, obviously.

Comments

rittaparitt
2 months ago
ภาวนาให้ครั้งนี้เป็นคิวของเรานะคะ
Reply
jrvoyage
2 months ago
นั่นสินเนอะ ผลัดกันเอาใจช่วยนะครับ ^^