Role Model ที่อยู่ “บนฟ้า”
"Think Out Loud" | หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ | 28 ตุลาคม 2559

ช่วง 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา เรื่องราวที่ประชาชนชาวไทยจำนวนมากได้มีโอกาสได้เรียนรู้จากสื่อต่าง ๆ คงเป็นเรื่องพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับตั้งแต่“ในหลวง” เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นประมุขแห่งประเทศไทย พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยตลอดพระชนมายุของพระองค์

ตลอด 70 ปีที่ พระองค์ทรงครองราชย์นั้น ประเทศของเรามีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอยู่มากกว่า 4,000 โครงการ โดยโครงการจำนวนมากเกิดขึ้นมาจากการที่พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นต่าง ๆ ทุกภูมิภาคของประเทศอย่างสม่ำเสมอเพื่อทรงรับทราบถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพและความต้องการของราษฎร ด้วยพระองค์เอง

การแก้ปัญหาและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ดีนั้น ไม่ได้เริ่มจากการคิดและค้นคว้าวิจัย “ในห้องทำงาน” หรือศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) แต่มักเริ่มต้นจากการ “ร่วมประสบการณ์” (immerse) ด้วยการลงพื้นที่ เพื่อให้รู้จริง และเห็นจริง เข้าถึงความต้องการ และ “ความรู้สึก” ของคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่มีตัวอย่างอะไรที่จะดีและชัดเจนไปกว่าภาพที่ชาวไทยคุ้นเคยเมื่อนึกถึง “ในหลวง” ... ภาพที่พระองค์ทรงขับรถลุยน้ำขณะตรวจเยี่ยมพสกนิกร หรือสารคดีเฉลิมพระเกียรติที่มีภาพพระองค์ทรงมีพระราชปฏิสันถารถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกับชาวบ้านที่มาเข้าเฝ้า ... พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับรายละเอียดในการลงพื้นที่ ทรงพยายามเข้าใจในทุกรายละเอียด ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังจังหวัดต่าง ๆ จะทรงมีสิ่งของประจำพระองค์คือ แผนที่ (ซึ่งทรงทำขึ้นเอง) กล้องถ่ายรูป และดินสอที่มียางลบไปด้วยเสมอ

“ในหลวง” เคยมีรับสั่งกับผู้เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐานว่า โครงการหลวงเกิดขึ้นเพราะท่าน “ไปเที่ยว” (ประพาสต้น)

“การร่วมประสบการณ์” ทำให้เกิดความเข้าใจในบริบทของท้องถิ่น ความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย อุปสรรคในการเปลี่ยนแปลง และความต้องการที่แท้จริงของพสกนิกร ... “โครงการปลูกพืชทดแทนฝิ่น” เกิดจากการที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรชีวิตของชาวเขาที่บ้านดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์และเสด็จลงไต่ถามความทุกข์สุขของชาวบ้าน พระองค์ทรงพยายามทำความเข้าใจวิถีชีวิตของชาวเขาที่ปลูกฝิ่นและความจำเป็นในการปลูกฝิ่นเพื่อดำรงชีวิต ก่อนที่จะทรงทดลองนำพันธุ์พืชอื่น ๆ เช่น กาแฟ และพืชผักต่าง ๆ มาให้ชาวเขาทดลองปลูกเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

นอกจากการ “ร่วมประสบการณ์” แล้วนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือการสร้างต้นแบบ (Prototype) เพื่อทดลองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ชาวเขาในอดีตปลูกฝิ่นเป็นรายได้เพราะไม่ทราบว่าจะปลูกพืชอะไรอย่างอื่นนอกจากฝิ่น โครงการหลวงของพระองค์ได้ทดลองนำพืชพรรณต่าง ๆ เข้ามาแนะนำให้ชาวเขาและทำการทดลองปลูกพืชหลากหลายพันธุ์เหล่านั้นบนที่สูง เพื่อให้นักวิชาการมีความเข้าใจการเติบโตของพืชชนิดต่าง ๆ ... ผลการทดลองค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ไปพร้อมกับความเข้าใจและความเชื่อมั่นของชาวเขาในพื้นที่ที่เริ่มนำความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดจากนักวิชาการมาสานต่อเป็นอาชีพ ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาการปลูกฝิ่นในการดำรงชีวิตอีกต่อไป

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นต้นแบบของ “นักพัฒนา” อย่างแท้จริง ... การเข้าใจปัญหาจากต้นตอ บริบทของพื้นที่ และการทดลองเปลี่ยนเป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นการวางรากฐานสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงสังคมที่ “ยั่งยืน”

“การร่วมประสบการณ์” เพื่อเข้าใจปัญหาทำให้เกิดการแก้ปัญหาที่ “ตรงจุด” เป็นหลักการแก้ปัญหาที่ใช้ common sense เข้าใจปัญหาที่ “ต้อตอ” และให้เราไม่ให้หลงทาง ... เหมือนคำสอนที่พระองค์ทรงให้ไว้ว่า “ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อไปก็ผิดหมด”

ไม่ต้องหา “Role Model” ที่ไหนอีกแล้ว ...
 
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล


อ้างอิง: Panyathai
_____________________________________________________________________________
เมษ์ ศรีพัฒนาสกุล เป็นนักออกแบบกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมและที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมขององค์กรภาคธุรกิจและภาคสังคม จบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด เป็นนักเรียนนำสอนกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรม Design Thinking (d.Leader) ที่ Stanford d.school และได้รับการอบรมด้าน Executive Coaching จาก Berkeley, Executive Coaching Institute
SHARE
Writer
MaySripata
Design Thinker
Co-Founder of Asian Leadership Academy and LUKKID www.asianleadershipacademy.com / www.lukkidgroup.com

Comments