When it rains, we'll meet again.



ไม่รู้เหมือนกันว่าชายคนนั้นยืนตรงป้ายรถเมล์นี้ก่อนที่ฉันจะวิ่งเข้ามานานแค่ไหนแล้ว 
เขาเหลือบมองผู้มาเยือนที่เปียกโชกอย่างฉันด้วยสายตาที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ มือทั้งสองข้างนั้นซุกในกระเป๋ากางเกงขายาวสีดำอย่างมิดชิด ฉันขยับเข้าไปใต้เงาหลังคาอันน้อยนิดของป้ายรถเมล์แล้วหยุดพักหายใจ หลังจากที่วิ่งฝ่าฝนลงมาจากสถานีรถไฟฟ้า ชุดทำงานสีเทาเปียกชุ่ม ฉันก้มหน้ามองหยดน้ำจากเส้นผมพาลให้โทษตัวเองอยู่ในใจที่ไม่พกร่มออกจากบ้านมาเมื่อเช้าแต่ก็คงปกตินั่นแหละที่ฝนมักจะตกเวลาเราไม่มีร่มเสมอ


เข็มนาฬิกาเดินไปอย่างเชื่องช้า ฉันเริ่มไม่แน่ใจหนักว่ารถรอบสุดท้ายของวันนี้ได้ผ่านไปแล้วหรือยัง ฉันตัดสินใจอยู่สักพักหนึ่งจึงก้าวเข้าไปถามชายรุ่นราวคราวเดียวกันซึ่งเป็นบุคคลเดียวที่ยืนหลบฝนอยู่ด้วยตอนนี้ 

"ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณยืนตรงนี้มานานหรือยังคะ.." 
 ไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมา 
เขานิ่งจนดูน่ากลัว 
ฉันถอยกลับมาหนึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก ฉับพลันสายตาพึ่งสังเกตว่าเขามีหูฟังสีดำเล็กๆเสียบอยู่จึงพอเข้าข้างตัวเองขึ้นมาว่าอาจเป็นเพราะเสียงฟ้าฝนที่ดังกลบจนไม่ได้ยิน 
ฉันรวบรวมความกล้าเข้าไปเอ่ยคำถามเดิมอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น 
คราวนี้เขาถอดหูฟังสีดำนั้นใส่ในกระเป๋าเสื้อก่อนหันหน้ามา

 "ขอโทษครับ ตะกี้คุณพูดว่าอะไรผมไม่ทันได้ยิน.. "

 เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่ดูอบอุ่น บุคลิกเงียบขรึมน่ากลัวก่อนหน้าดูเบาบางลงไปทันที ฉันเผลอยิ้มกว้างออกมาด้วยความโล่งใจ 

"คือ..จะถามว่ารถสาย58มันผ่านป้ายนี้ไปนานหรือยังคะ?" 

"ตั้งแต่มายืนก็ยังไม่ผ่านนะครับ ผมกำลังรอสายนี้อยู่เหมือนกัน เวลานี้น่าจะเป็นรถคันสุดท้าย" 

"อ่อค่ะ ขอบคุณมากนะคะ" 

พอจบบทสนทนา เขาก็หยิบหูฟังสีดำนั้นมาสวม ความเงียบขรึมนั้นเริ่มกลับมา แต่ฉันกลับเห็นยิ้มรอยยิ้มมุมปากเล็กๆ กับแววตาที่ดูเป็นมิตร ฉันถอยหลังกลับมาที่เดิมแล้วยืนรอรถต่อไปด้วยความประหม่า


ผ่านไปยี่สิบนาทีแล้ว 
ฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ฉันชำเลืองมองเขาที่ดูนิ่งเฉยอย่างเดิมผิดกับฉันที่เริ่มจะมีอาการหนาวสั่นให้เห็น 

"ฝนตกรถติดทำให้วันนี้รอนานเป็นพิเศษนะครับ คุณยังโอเคอยู่ไหม?.." 

เขาถอดหูฟังแล้วหันมาถามฉันที่ยืนกอดอกแน่น หยดน้ำยังคงตกลงมาจากปลายผมเป็นจังหวะ ฉันยิ้มเจื่อนตอบไปโดยไม่ได้พูดอะไร 

"ถ้าไม่รังเกียจเอาเสื้อคลุมของผมไหมครับ อย่างน้อยมันก็ไม่เปียกชุ่มคงพออุ่นขึ้นมาบ้าง" 
พูดจบเข้าก็ยื่นเสื้อตัวนอกมาให้ฉันเหลือไว้แต่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน 

ฉันลังเลมากแต่ก็รับมาด้วยความหนาว
 "ขอบคุณมากนะคะ" ฉันกล่าวพร้อมสวมเสื้อคลุมทับด้วยหัวใจที่เต้นดังพอๆกับเสียงฟ้าโครมคราม 
เขายิ้มตอบแล้วหยิบหูฟังมาสวมไว้อย่างเดิม


สิบนาทีต่อมาการรอคอยก็สิ้นสุด ฉันหันไปทางเขาเป็นการส่งสัญญาณแล้วจึงก้าวขึ้นรถไป รถประจำทางรอบสุดท้ายมีผู้โดยสารพอประมาณ เขานั่งลงข้างๆฉันที่นั่งแถวหลังสุด 

"ฝนตกอย่างนี้ฟังเพลงได้ยินหรอคะ" 

ฉันเริ่มบทสนทนาหลังจากนั่งเงียบมาสักพัก เขาถอดหูฟังอีกครั้ง สายตามองหยดฝนที่กระจกรถก่อนจะหันมาตอบ 
"ผมไม่ได้ฟังเพลงหรอกครับ แต่คุณคงไม่เชื่อถ้าผมจะบอกว่าผมใส่หูฟังไว้เฉยๆ..."

"อ้าว ขอโทษนะคะที่เข้าใจผิด" ฉันหัวเราะเบาๆแก้เขิน 

"..ผมกลัวเสียงฟ้าร้องน่ะครับ" เขาพูดต่อ แววตาคู่เดิมนั้นปราศจากความเคร่งขรึมโดยสิ้นเชิง ฉันอมยิ้มด้วยความประหลาดใจ

"ไม่อยากจะเชื่อนะคะเนี่ย คุณดูไม่น่าจะกลัวอะไรแบบนี้" 

"นั่นแหละครับ ตั้งแต่เห็นคุณวิ่งฝ่าฝนมาก็ว่าจะเลิกกลัวแล้วเหมือนกัน.."

"หืมม เกี่ยวอะไรกับฉัน ?"

"คุณเก่งที่ฝ่าฝนมาแต่ดันมาหนาวสั่นข้างผมไงครับ.." เขาพูดแล้วหัวเราะ 
"..คนที่เอาชนะเสียงฟ้าแต่สุดท้ายมายอมแพ้กับเสื้อคลุมของผม แปลว่าผมจะต้องชนะเสียงฟ้าได้แบบคุณสักวันหนึ่ง" 
ฉันยิ้มรับคำตอบแบบงงแต่ก็นึกชอบใจในการเปรียบเปรยครั้งนี้

"เอาใจช่วยนะคะ" ฉันตอบด้วยแววตาแสดงความจริงใจ

"ครับผม ว่าแต่คุณลงรถป้ายไหน ? "

"ฉันลงสุดสายค่ะ แล้วคุณละ.."

"อ่อ ผมลงป้ายหน้านี่แหละ เสื้อคลุมนี่ผมฝากคุณไว้ก่อนนะครับ ไว้เจอกันคราวหน้าค่อยคืน.."

"แล้วถ้าไม่เจอละคะ?" 

"ต้องเจอสิครับ" เขาตอบด้วยความมั่นใจฉันเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

"ทำไมถึงดูมั่นใจขนาดนั้น ? "

"ไว้เจอคราวหน้าแล้วจะบอกนะครับ"
 พูดจบเขาก็ยิ้มมุมปากแล้วลุกจากที่นั่งเดินลงจากรถไปปล่อยฉันให้นั่งสงสัยอยู่กับความรู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้าแบบบอกไม่ถูก

หยดน้ำฝนยังคงวิ่งแข่งกันบนกระจกใส ฉันหยิบหูฟังสีขาวจากกระเป๋าขึ้นมาสวมแล้วซุกมือข้างหนึ่งไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุม



รถประจำทางเคลื่อนไปตามถนนที่เปียกแฉะเส้นเดิมเหมือนในวันที่ฝนตกทั่วไป 
คงมีแต่ใจผมเท่านั้นที่รู้สึกแตกต่าง นับเป็นครั้งแรกที่ผมลงจากรถแล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมถอดหูฟังเก็บใส่กระเป๋าทำงาน เสียงฟ้าหล่นโครมใหญ่ทำผมสะดุ้งไปครั้งหนึ่งแต่แววตาของเธอเมื่อครู่แวบมาดึงสติไว้อย่างรวดเร็ว ร่างกายที่ปราศจากเสื้อคลุมของผมสัมผัสถึงความหนาวของพายุฝนที่ซัดกระหน่ำ ผมรีบเดินฝ่าฝนไปด้วยความหวังว่าพรุ่งนี้เราจะได้ยืนรอรถพร้อมกันอีกครั้งภายใต้ร่มของเธอหนึ่งคันกับเสื้อคลุมของผมอีกหนึ่งตัว .



SHARE
Writer
Planetary
Stranger
จำฉันได้หรือเปล่า

Comments

lamoonz
2 years ago
เรื่องนี้น่ารักจังคะ
Reply
Planetary
2 years ago
☺️☺️☺️
feelblue
2 years ago
กลายเป็นฝนที่อบอุ่นจัง :)
Reply
Planetary
2 years ago
เราถึงชอบตอนฝนตก
nowhere__
2 years ago
😊
Reply
Planetary
2 years ago
😉
Be_disappear
2 years ago
อบอุ่นจังเลยค่ะ แม้วันฝนตก ^ ^ น่ารักมากๆด้วย
Reply
Planetary
2 years ago
☺️
Plutoniangal
2 years ago
น่ารักจังเลยค่ะ :)
Reply
Planetary
2 years ago
☺️☺️☺️