5 เซนติเมตรต่อวินาที

นี่คือเรื่องราวของ ทะกะกิ โทโนะ และ อะกะริ ชิโนะฮะระ เขาและเธอเป็นเพื่อนสนิทกันสมัยเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนในโตเกียว ทั้งคู่มีอะไรเหมือนๆกันหลายอย่าง จนทำให้ตัวติดกันแทบตลอดเวลา พวกเขาเป็นเด็กตัวเล็กและมักจะป่วยอยู่บ่อยๆ เลยชอบไปห้องสมุดด้วยกัน คุยกันเรื่องหนังสือที่ชอบ เมื่อเธอถูกรังแกเขาจะคอยปกป้อง และเธอจะคอยแบ่งปันเรื่องราวดีๆกับเขาอยู่เสมอ ราวกับว่าแค่ทั้งคู่มีกันและกัน สิ่งอื่นๆรอบตัวก็แลดูไม่สำคัญกับพวกเขาอีกต่อไป

มันอาจเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกสำหรับความรักในวัยเด็ก แต่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่ต้องคาดเดา ไม่มีบทบาทอะไรต้องสวมใส่เพื่อเข้าหาอีกฝ่าย เว้นเพียงแต่ตัวตนของตัวเอง ไม่มีสัญลักณ์แห่งข้อผูกมัดที่เรียกว่า"แฟน" เพียงแค่แสดงออกเท่าที่รู้สึก รับรู้เท่าที่อีกฝ่ายได้มอบให้ แบ่งปันช่วงเวลาที่ดีและร้าย แล้วความรักก็โอบกอดเด็กน้อยสองคนนั้นเอาไว้โดยที่พวกเขาอาจยังไม่รู้ตัว...แต่ช่วงเวลานั้นช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน
หรือบางทีมันอาจเป็นการเดินทางที่เชื่องช้าในช่วงเวลาระยะสั้น เหมือนกับดอกซากุระที่ร่วงลงพื้นด้วยความเร็ว 5 เซนติเมตรต่อวินาที 
เมื่ิอทั้งคู่ขึ้นชั้นมัธยมต้น เธอต้องย้ายไปเรียนที่โรงเรียนในจังหวัดโทะชิงิ เขารู้สึกเจ็บปวดจนพูดอะไรไม่ออก แต่เธอเจ็บปวดยิ่งกว่าที่ต้องเป็นคนกล่าวคำบอกลา เป็นครั้งแรกที่เด็กน้อยทั้งสองได้พบกับความเป็นจริงของชีวิต ที่แม้เราจะเชื่อว่าเราสามารถทำทุกอย่างที่อยากทำได้ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถกำหนดหรือแม้แต่ล่วงรู้ได้เลย นั่นก็คือโชคชะตา โชคชะตาไม่ได้เล่นตลกกับเด็กน้อยทั้งสอง แต่พัดพรากทั้งคู่ออกจากกันด้วยท่าทีที่เฉยชาแล้วปล่อยให้เด็กน้อยทั้งสองยอมรับความเป็นจริงที่แสนเศร้า

แต่ก็ยังมีสิ่งที่พวกเขาพอจะทำได้

หลังจากนั้นครึ่งปีเธอเริ่มเขียนจดหมายถึงเขา จนทั้งคู่ได้นัดเจอกัน ก่อนที่เขาจะต้องย้ายบ้านและทำให้อยู่ไกลกันมากกว่านี้ ในวันที่เขาเดินทางมีหิมะตกตลอดทั้งวัน ทำให้รถไฟล่าช้าไปหลายชั่วโมง เขารู้ว่าเธอต้องรู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อเลยเวลานัด แต่เขาก็ทุกข์ทรมานยิ่งกว่าเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่เธอกำลังรอ เวลาเดินไปอย่างเชื่องช้ากับอากาศที่หนาวเหน็บได้บั่นทอนความหวังของเขาที่จะได้เจอเธออีกครั้ง ความหิวโหยทำให้ร่างกายเขาอ่อนแอลงเรื่อยๆ 

"อะคะริ...ได้โปรด กลับ-ไป-เถอะ ขอให้เธออย่ารอยู่รออีกเลย"
แต่ไม่ว่าจะเดินทางเชื่องช้าหรือจุดหมายจะอยู่ไกลแค่ไหนเขาก็ต้องไปให้ถึง

เขาถึงสถานีรถไฟที่เธอรออยู่ตอน 23.15 น. เขาเดินไปยังที่พักผู้โดยสารโดยไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะรอเขาอยู่ 

ในห้องพักผู้โดยสารมีแสงไฟอ่อนๆและอากาศอบอุ่นจากเตาผิง

เธอรอคอยเขาด้วยความหวังที่จะพบกันอีกครั้ง ราวกับว่าไม่มีเหตุผลใดๆที่ทำให้เธอล้มเลิกการรอคอยเขาในคืนนั้น แม้จะรอด้วยความสิ้นหวัง เธอก็ยังคงเลือกที่จะรอเพราะมันคือหนทางเดียวที่ทั้งสองจะได้พบกันอีกครั้ง 

"อะกะริ"เขาเรียกชื่อเธอ

เธอที่กำลังนั่งอยู่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขาที่อยู่ตรงหน้า น้ำตาเธอเอ่อล้นทันทีที่สบตาเขา ราวกับเธอกำลังบอกกับเขาว่า"ทะกะกิ เธอไปอยู่ไหนมา ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน" ตลอดเวลาที่อยู่ไกลกัน เธอได้เขียนจดหมายถึงเขาเพื่อเล่าเรื่องราวต่างๆของเธอให้เขาได้รับรู้ เมื่อเขาได้อ่านจดหมาย เขากลับเห็นภาพเธอที่มักจะอยู่คนเดียวเสมอ บางทีเขาอาจเป็นความสุขเดียวที่เธอมีและถูกโชคชะตาพัดพรากมันไป และการที่ได้พบกันหลังจากที่ได้เฝ้ารอมันก็คุ้มค่าพอที่จะเสียน้ำตาแห่งความดีใจ 

เธอทำข้าวกล่องมารอรับเขา มันอาจเป็นข้าวกล่องที่มีรสชาติธรรมดา แต่เขาก็ได้กินในช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด 

"เป็นข้าวปั้นที่อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยกินมาเลย"เขาพูดขณะเคี้ยวข้าวปั้น

ทั้งคู่เล่่่าเรื่องที่ต่างคนต่างต้องย้ายบ้านที่มีระยะทางไกลกันมากขึ้น การพบกััันครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการโคจรมาพบกันของดาวเคราะห์สองดวงที่จะโคจรมาพบกันในทุกๆหนึ่งพันปี ซึ่งหมายความว่าทั้งคู่อาจไม่ได้พบกันอีกเลยในช่วงชีวิตนี้

เขาและเธอเดินย่ำไปบนปุยหิมะ บนทางเดินมีเพียงรอยเท้าของทั้งสอง

ช่วงเวลานี้เขาและเธอช่างมีความสุขเหลือเกิน แค่ตอนนี้ ที่นี่ตรงนี้ ใต้ต้นซากุระต้นนี้ ที่เธอเคยเล่าให้เขาฟังในจดหมาย ที่ตอนนี้ดอกและใบร่วงโรยจนหมดสิ้น มีเพียงปุยหิมะแสนเย็นเยือกที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสีดำ ความเงียบงันปกคลุมช่วงเวลานั้น...

วินาทีนั้นทุกอย่างเงียบงันและหยุดนิ่ง เว้นแต่ปุยหิมะที่ร่วงโรย การสัมผัสกันของริมฝีปากของเขาและเธอแผ่วเบาและเงียบงัน แต่สื่อผ่านความหมายมากมายภายในจิตใจ

เสี้ยววินาทีนั้นผมก็ได้เข้าใจว่า ความเป็นนิรันดร์ หัวใจ และจิตวิญาณมันเป็นอย่างไร

แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกเศร้าใจจนทนไม่ไหว เพราะเขารู้ดีว่าไม่อาจใช้ชีวิตร่วมกับเธอได้ แต่แล้วความกังวลใจของเขาก็ค่อยๆมะลายหายไป

เมื่อได้สัมผัสถึงความอบอุ่นของเธอ

ก่อนที่จะหลุดวงโคจรของกันและกันไปตลอดกาล



อิงเนื้อเรื่องจากภาพยนตร์การ์ตูนชุด
5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย (2007)
บทที่1 เสี้ยวดอกซากุระ




SHARE
Written in this book
หนังที่อยากให้ดู
รีวิวหนัง คุยเรื่องหนัง หนัง หนัง หนัง
Writer
JeansMT_SUT
story teller
ตอนเด็กๆชอบวิชาวิทยาศาสตร์ แต่พอได้รู้ว่ามันมีคณิตศาสตร์ปนอยู่ด้วยก็เลยชอบน้อยลง

Comments

ieo
4 years ago
+1
Like this

The garden of words ก็ชอบค่ะ คิดว่าน่าจะเคยดูแล้วใช่ไหม ^^
Reply
JeansMT_SUT
4 years ago
ได้เลยครับ ^_^
ieo
4 years ago
ตอนนี้นั่งฟัง one more time รัวๆเลยค่ะ555
JeansMT_SUT
4 years ago
ได้อารมณ์ทั้งเวลาและสถานที่เลยนะครับ
napatch-p
4 years ago
ชอบคำว่าหลุดวงโคจรค่ะ
ไม่รู้สิคะเหมือนคนสองคนได้อยู่ใกล้กันเพราะแรงดึงดูดบางอย่างจนกระทั่งวันนึงแรงดึงดูดนั้นมันอ่อนแรงลง ดาวเคราะห์จะทำยังไงได้? คงได้แค่ทำใจแล้วปล่อยให้หลุดวงโคจรไปจากกันและกัน
อ่านแล้วอินตาม ไว้จะหามาดูนะคะ :)
Reply
JeansMT_SUT
4 years ago
เป็นการ์ตูนที่ดูแล้วอินมากครับ ทั้งเศร้า ทั้งทรมาน ทั้งฟินจิกหมอน เพลงประกอบก็เพราะ แต่ไม่รู้แปลว่าอะไร 5555 แนะนำให้หามาดูครับ ถ้าคุณครูไม่เคร่งเรื่องลิขสิทธิ์ สามารถหาดูในยูทูปได้เลยครับ
napatch-p
4 years ago
แวะมาบอกว่า ชอบประโยคนี้ในหนังมากค่ะ 
"ถึงแม้เราจะส่งข้อความหากันเป็นพันครั้ง 
แต่หัวใจของเราก็ไม่ได้เข้าใกล้กันเกินกว่า1เซนติเมตรเลย" 
-- ขอบคุณที่แนะนำนะคะ :))
Reply
JeansMT_SUT
4 years ago
ยินดีครับ ถ้าคุณครูมีหนังน่าดูก็แนะนำกันบ้างนะครับ ^_^
JeansMT_SUT
4 years ago
ตอนนี้มีอีกเรื่องที่น่าดูมากครับ ชื่องเรื่องว่า Your name. ผู้กำกับคนเดียวกันกับ 5 Centimeters Per Second. ครับ