ในความสับสน
สับสน
สมัยเรียนเป็นเหมือน simulator จำลองชีวิตจริง
อย่างที่ผู้ใหญ่เขาพูดกันนั้นแหละ
ตอนหลุดจาก simulator นั้นมาใหม่ๆ เคว้งคว้างมาก

บางครั้ง ก็ยังรู้สึกว่า...

"นี่กุจะต้องทำงานแล้วหรอ?"
"ปิดเทอมหนนี้ ไม่มีเปิดเทอมแล้วใช่มั๊ย?"
"แล้วกุต้องทำอะไรต่อวะเนี่ยะ?"
"กุต้องไปทำงาน ไปเช้า เย็นกลับหรอ?"

สารพัดคำถามป๊อบอัพขึ้นมาให้คิดไม่หยุดหย่อน
ไหนจะเถียงกันเองให้ท้องไส้ปั่นป่วน

ด้านแข็งแกร่ง ก็บอกว่า "ทำในสิ่งที่อยากสิวะ" 
ด้านอ่อนแอ ก็เถียงขึ้นว่า "ทำในสิ่งที่ควรเถิด" 

ชีวิตช่วงนั้นเปรียบเหมือนอัศวินแห่งกรุงโรม
ตั้งแต่เกิดก็ถูกฝึกให้เป็นนักรบ และปฎิบัตตามคำสั่ง
ของกษัตริย์อย่างเคร่งครัด
กระทั่งกษัตริย์โดนโค่นล้ม แล้วเปลี่ยนกษัตริย์ใหม่
อัศวินเหล่านั้นถูกเนรเทศออกนอกเมือง และ...


"ไร้เป้าหมาย"
 

ที่ผ่านมา.. ผมก็ลองผิดลองถูกอยู่นะ
ทั้งในสิ่งที่อยาก และในสิ่งที่ควร
กระทั่งตอนนี้ ผมยังคง... "หลงทางอยู่" 

แต่.. การหลงทางในตอนนี้ มันไม่เหมือน
กับการหลงทางครั้งก่อน เพราะ..
เริ่มรู้จักพืชพันธ์ในป่าใหญ่มากขึ้น พอที่จะแยกแยะได้ว่า..
พืชพันธ์ใดให้คุณ พืชพันธ์ใดให้โทษ
พืชพันธ์ใดให้ผลระยะสั้นหรือระยะยาว
มันไม่ได้ว่างเปล่าเสียทีเดียวอย่างที่เคยเป็น
เริ่มแยกแยะธุระของตัวเอง และของคนอื่นได้
 
ผมต้องทำงานอะไรบางอย่าง เพื่อ...
(เพื่ออะไร ขอละไว้ เพราะเป็นอีกหนึ่งเรื่องได้เลย ฮ่า ฮ่า)

ใช่! ผมต้องทำงานอะไรบางอย่าง อะไรล่ะ?

ยุคสมัยนี้ มีหลายคนพร้อมจะแนะนำ
มิใช่เพียงแค่คนในครอบครัว หรือญาติใกล้ชิด
พ่อแม่ส่วนใหญ่ มักจะแนะนำให้ลูกเลือกงาน
ที่มั่นคง และสามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่..
เชื่อเหลือเกินว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นพ้องต้องกัน
กับคำแนะนำเหล่านั้น

"ก็เรายังมีสิ่งที่อยากทำหนิฟร่ะ"
"เดี๋ยวก่อน! สิ่งที่เมิงอยากทำมันทำให้เมิงมีแดกมั๊ยล่ะ?"

".........................................."


หนังสือเล่มนึงที่เคยอ่าน
พูดถึงการแบ่งแยกธุระของแต่ละคนไว้ว่า..

"เราควรที่จะแยกแยะธุระของแต่ละคนออกจากกันว่าเรื่องไหน เป็นธุระของใคร?" 
ยกตัวอย่าง การเลือกงานของผม มันก็เป็นธุระของผม
คำแนะนำของพ่อแม่ไม่ควรจะมี เพราะ...
การเลือกงานไม่ใช่ธุระของพ่อแม่!!! 
ฟังดูรุนแรง เต็มไปด้วยความยโส และโอหัง


แต่อันที่จริงแล้ว เนื้อหาของหนังสือ
ยังพูดถึง การแยกแยะธุระต่ออีกว่า...

"ธุระนั้น จะเป็นธุระของใครบ้างขึ้นอยู่กับผลของการกระทำ"

แล้วการเลือกงานของผมล่ะ? 
ใช่! มันเป็นธุระของผมเพียงผู้เดียว
แต่..หากสิ่งที่ผมเลือกไปแล้ว คือ ทำในสิ่งที่อยาก
และผลของมัน คือ "กุไม่มีจะแดก!!"
สุดท้ายผมก็ต้องเอาปากท้องไปพึ่งพาใบบุญพ่อแม่อยู่ดี
ก็เท่ากับว่า...การเลือกงานของผมก็ตกเป็นธุระของพ่อแม่เช่นกัน

 
ข้อควรระวัง คือ คำแนะนำของคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุระของเรา
เพราะเขาจะพูดในสิ่งที่เขาอยากจะพูด และให้คำแนะนำแบบขอปัดไปที โดยที่เขาไม่มีส่วนรับผิดชอบกับผลของคำแนะนำนั้น

อย่างเช่น คำพูดสร้างแรงบันดาลใจทั้งหลายแหล่
ผมเสพเอาเยอะเลยแหละ เยอะจนเรียกได้ว่า...

"คำคมบดบังความเป็นจริง" ฮ่า ฮ่า ฮ่า...

เหมือนกินเห็ดพิษในป่าใหญ่ กว่าจะหายเมา ก็นานอยู่
ฮ่า ฮ่า ฮ่า...

ถ้าถามว่า ชีวิตผมตอนนี้เป็นยังไง?
ตอบเลยว่า... ก็ยังคงกินเห็ดพิษอยู่เหมือนเดิมนั้นแหละ
เพราะบางทีละแวกป่าที่อยู่ในตอนนี้ อาจจะมีแค่...
"เห็ดพิษนี่แหละที่กินได้ และยังทำให้เรายังคงมีความหวังต่อไป"
ฮ่า ฮ่า ฮ่า..
SHARE
Writer
Proud_dcc
reader
ฉันโง่ ฉันเขลา

Comments

My_Phone
3 years ago
ยินดีต้อนรับสู่โลกความเป็นจริงค่ะ
Reply
Proud_dcc
3 years ago
อยู่มานานแล้วสินะครับ ฮ่าๆ
My_Phone
3 years ago
จริงของจริงของจริง