โลกซ้อนโลก ตอน โลกที่มีนิยาม
      สิ่งพิสดารกำลังเกิดขึ้นต่อหน้า หากวราเลือกที่จะเชื่อสิ่งที่เด็กหญิงพูด เธอตายแล้ว เธอที่เป็นหญิงชรา ร่างถูกนำไปที่ไหนสักแห่ง อาจเป็นโรงพยาบาลไม่ห่างไกลจากที่นี่เพื่อให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิต ใครสน แน่นอนอาจมีคนเวทนาต่อการจากไปของหญิงชรา แต่วราในตอนนี้ไม่รู้สึกเช่นนั้น สมองของเขากำลังปั่นป่วน หัวใจเต้นตุบตับเร่งระรัว เขาภาวนาให้สิ่งที่เด็กหญิงพูดเป็นความจริง เธอจะต้องเป็นอาริสาคนที่จากไป จากไปในวัยชรา และกลับมาในวัยเด็ก หากเป็นเช่นนั้น การหายตัวไปโดยไร้ร่องรอยของเอพิณก็อาจสามารถหาต้นตอที่ซุกซ่อนอยู่ในม่านโปร่งใส อากาศโปร่งใส บางทีเอพิณอาจหายไปในอากาศ ไม่มีใครรู้ ที่แน่ชัดคือ ระหว่างที่วราเดินตามเด็กหญิงอาริสาออกจาก SINGLE APARTMENT เขาแวะเข้าไปสอบถามกับคุณชงเจ้าของหอผู้สมควรรู้สิ่งที่เขาต้องการจะรู้ "เธอออกไปจากที่นี่กระทันหันหรือ ไม่มีข้อมูลของเธออยู่เลยหรือ สำเนาบัตรประชาชนแม้สักแผ่น ความจริงเอกสารพวกนี้ควรมีเก็บไว้ตั้งแต่ตอนเอพิณเข้าพักที่นี่" แต่คุณชงกลับทำสีหน้างงงวย ก่อนเอ่ยสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ "เอพิณ..เอพริว ใครนะ?" วราตอบกลับเสียงแข็งว่าเธอคือหญิงสาวที่เช่าห้อง 4-19 แต่คุณชงยังคงยืนยันแน่ชัด เขาไม่เคยพบเห็นหญิงสาวนามเอพิณเลย ห้อง 4-19 เองก็มีคนเช่าอยู่แต่รับรองไม่ใช่คนลักษณะตามที่วราเล่า หญิงสาวผู้มีผิวสีเหลืองแทน ไว้ผมยาวย้อมสีครีม ชอบนั่งอยู่บนระเบียงทางเดินชั้น 4 คุณชงถึงกับลาก รปภ. ที่ประจำการอยู่หน้าทางเข้าอะพาร์ตเมนต์มาช่วยเป็นพยานปากเสียง ลูกบ้านบางคนที่พักอยู่ชั้น 4 เผอิญผ่านมาได้ยินการสนทนาขึ้นเสียง จำต้องเข้ามาให้การด้วยไม่ปรารถนาให้เรื่องวุ่นวายรุกราม ท้ายที่สุดวราได้ข้อสรุปว่าเอพิณ ไม่เคยมีตัวตนอยู่ที่นี่แต่แรก นอกจากสำหรับเขาและเด็กหญิงอาริสา

ที่ใต้ต้นสนข้างบึงมรกตด้านหลังอพาร์ตเมนต์ บรรยากาศเงียบสงบ แว่วเสียงสุนัขเห่าเป็นครั้งคราว เสียงมอเตอร์ไซค์เคลื่อนผ่านที่ต้นซอย เสียงอีการ่ำร้องโหยหาบางสิ่ง เสียงเสียดสีของความว่างเปล่า วรานั่งอยู่กับอาริสา รอคอยให้อีกฝ่ายเอ่ยปาก เขาไม่รู้จะพูดอะไร แน่นอนตัวเขามีข้อสงสัยมากมายพร้อมประเคนให้อาริสา แต่วราไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องเอ่ยปากถาม เด็กหญิงสมควรทราบแต่แรกว่าตอนนี้เขามีอยู่เรื่องเดียวอยู่ในหัว ยามนี้เป็นเวลาใกล้เที่ยง ตั้งแต่เช้าทั้งสองยังไม่ได้ทานอะไร น่าแปลกที่ความหิวไม่คล้ายเป็นภาระให้หนักใจอีก ปัญหาร่างกายนับเป็นเรื่องน่าหนักใจ แต่ปัญหาทางความคิดหากไม่รีบคลี่คลายก็อาจทำให้ปมในหัวพันกันยุ่งเหยิงจนคลุ้มคลั่ง
      "เงียบดีเนอะ" อาริสาเริ่มเอ่ยปาก เธอมองไปยังทิศที่ SINGLE APARTMENT ตั้งตระหง่านอยู่ วราขานรับ ไม่ได้พูดอะไรตอบ เขาเพียงจ้องมอง SINGLE APARTMENT ที่สะท้อนอยู่บนผิวกระเพื่อมลึกล้ำของบึงกว้าง
      "วรา...คุณอายุเท่าไร ?"
      "นั่นสำคัญด้วยเหรอ ?" ชายวัยกลางคนไม่มีอารมณ์เล่นทายปัญหา
      "สำคัญสิ" อาริสาตอบรวดเร็วราวกับรู้ว่าวราจะถามเธอกลับเช่นนั้น วราเบือนหน้าไปทางเธอ มองเห็นเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ไว้ผมยาวสยายสีดำ ชุดกระโปรงสีขาวขลิบน้ำเงินดูน่ารักเข้ากับเรือนร่างบอมบางชวนทะนุถนอม แต่ยามนี้คล้ายกับว่าเจ้าของร่างที่ดูเปราะบางนี้กำลังทดสอบ หยั่งบางสิ่งในห้วงคิดของเขา
      "ปีนี้จะ 34 แล้วคุณล่ะ ?"
      "ไม่รู้ซี ฉันเลิกนับนานละ" เด็กหญิงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว ก่อนหันมามองดวงตาของชายวัยกลางคนแล้วกล่าว "คุณรู้จักโลกนี้ดีแค่ไหน ?"
      วรานิ่งอึ้ง ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีคนถามอะไรแบบนี้ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่จะว่าไปก็นับว่าเป็นคำถามที่มีความต่อเนื่องจากการถามไถ่อายุ เขาครุ่นคิดอยู่นานก็พบว่า โลกใบนี้มีเรื่องราวมากเกินไป มีข้อมูลกระจัดกระจายเปะปะ หากจะให้ประมวลทั้งหมดเพื่อใช้นิยามเป็นคำว่า "รู้จัก" คงต้องใช้เวลาสักวันสองวัน เฉกเช่นการรวบรวมความกล้าเอ่ยอ้างว่าตนรู้จักใครสักคน ก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยเกินไป กับบางคนอาจใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี กับบางคนชั่วชีวิตก็ยังตะขิดตะขวงใจว่าเรารู้จักเขาจริงหรือไม่ ในสถานการณ์เร่งด่วน วราจึงตอบไปว่า "คิดว่าไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้"
      อาริสายิ้มอ่อนหวาน รอยยิ้มอบอุ่นราวกับมารดามอบให้บุตรน้อย เธอถามต่อ
      "เช่นนั้น คุณวรา คุณรู้จักโลกของหญิงที่ชื่อเอพิณดีแค่ไหน ?"
      เมื่อได้ยินคำถามนี้ ในใจคล้ายปริแยกออกเป็นเส้นบางๆเผยอเปิดอ้า เลือดไม่ได้ไหลออกมาจากปากแผล แต่วราคล้ายสูญเสียบางสิ่ง คล้ายถูกสูบบางสิ่งที่มีคุณค่าความหมายออกไปแทบหมดสิ้น
      'โลกของเอพิณ เธอไม่ได้อยู่โลกใบนี้ ใบเดียวกันกับเรา? แน่นอน เราอาจไม่รู้จักเธอดีที่สุด แต่เราสองคุยกันแทบทุกวัน เป็นไปได้หรือที่เราจะไม่รู้จักโลกของเธอ ก้อนกลมๆที่พวกเราอาศัยอยู่นี้ จุดเล็กๆที่พวกเรายืนอยู่ ไม่มีทางที่มันจะแบ่งแยกเป็นสิ่งที่เกินกว่าการรับรู้สัมผัส เพราะหากเป็นเช่นนั้น...หากเป็นเช่นนั้น...' วราแทบโพล่งออกมา คล้ายคิดอะไรบางอย่างออก แต่ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมา
      "ไม่แปลกหรอกที่คุณตอบไม่ได้" อาริสา ปลอบอีกฝ่าย "ฉันไม่ได้ดูแคลนคุณ วรา...คุณรู้จักเอพิณดีในระดับหนึ่งเลย นั่นน่าจะอธิบายได้ว่าทำไมคุณถึงยังมีเธออยู่ในความนึกคิด ในขณะที่คนอื่นไม่
      "แต่ที่ฉันถาม คือโลกของเธอ โลกกายภาพที่คุณและฉัน รวมถึงเอพิณและทุกคนปรากฏอยู่ เป็น 'โลกสื่อกลาง' ที่เชื่อมพวกเราทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน เป็นสถานที่หลักที่ทุกคนอาศัยอยู่ แต่บางครั้ง บางคนจะทำบางสิ่งที่เกินกว่าสามัญสำนึกจะเข้าใจได้ถ่องแท้ พวกเขาสร้างโลกด้วยตัวเอง เป็นโลกที่ถูกนิยามผ่านตัวตน ห้วงเวลา และความฝันของพวกเขาเหล่านั้น ฉันไม่ได้พูดถึงการมีโลกส่วนตัวหรืออะไรเทือกนั้น พวกเราทุกคนสามารถมีโลกส่วนตัวไม่นับเป็นเรื่องผิดวิสัย แต่กับคนประเภทเอพิณนั้นต่างออกไป ฉันไม่สามารถบอกคุณได้ว่าเธอสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไร แต่ฉันรู้ว่าเธอทำมันแน่ๆ คุณอาจไม่เชื่อแต่ฉันผ่านวันเวลามายาวนานเกินกว่าที่คุณนึกฝัน ฉันเคยเจอคนแบบเอพิณมาแล้ว ไม่สิ...โลกของเอพิณเป็นโลกที่ฉันไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย ทว่า ฉันเคยพบคนที่สร้างโลกที่มีนิยามเดียวกันกับเธอ"
      "โลกที่มีนิยาม?" วราเริ่มสนใจกับคำคำนี้
      "ใช่ คนประเภทที่ฉันพูดถึง จะใช้วิธีการเฉพาะตัวในการสร้างโลกที่มีนิยาม บางคนสร้างโลกแห่งความโศกา บางคนสร้างโลกที่รายล้อมด้วยสรรพความสุข บางคนที่หมกมุ่นอยู่ในกาลจะสร้างโลกที่มีแต่กลางวันหรือกลางคืน สถานที่นั้น ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปนอกจากตัวผู้สร้างและคนที่สามารถสร้างโลกที่มีนิยามแบบเดียวกัน"
      วรารู้สึกยิ่งฟังเรื่องราวยิ่งยากจะจับต้นชนปลาย เขาไม่อาจรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของโลกที่มีนิยาม ตัวเขายึดมั่น เชื่อถือในสิ่งที่จับต้องได้เสมอมา คล้ายเป็นความศรัทธาที่ยึดโยงตัวตนไว้กับแรงโน้มถ่วงของโลก
      "ผมไม่เข้าใจ โลกที่ไม่อาจรับรู้ได้แบบนี้จะต่างจากโลกส่วนตัวอย่างไร ถ้ามีเพียงคนที่สร้างมันเท่านั้นที่รับรู้ได้"
      "ต่างสิ คุณก็เห็นแล้ว เจ้าของอะพาร์ตเมนต์ คนพวกนั้นได้รับผลกระทบจากโลกของเอพิณ พวกเขาลืมเลือนการคงอยู่ของตัวเธอโดยสิ้นเชิง"
      "แล้วคุณกับผมพิเศษอย่างไร ทำไมพวกเราไม่ได้รับอิทธิพลจากโลกของเอพิณ?" วราตะเบ็งเสียงใส่
      "เรื่องนั้นฉันเองก็กำลังพยายามคิดหาคำตอบอยู่ เป็นไปได้ว่าโลกที่มีนิยามของเราสองคนจะมีปฏิกิริยาบางอย่างกับโลกของเอพิณ" อาริสายังตอบอย่างใจเย็น
      "โลกของผม?...ไม่มีทาง ผมไม่เห็นรู้ตัวว่าสร้างโลกของตัวเองขึ้นมาตอนไหน"
      "คุณคิดว่าพวกเรารู้ตัว? คิดว่าเอพิณอยากให้ตัวเองหายไป? คิดว่าฉันอยากกลับมามีชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า?" ดูเหมือนอาริสาเริ่มหมดความอดทนต่อความดื้อดึงของวรา
      "เมื่อกี้คุณว่าไงนะ กลับมามีชีวิต?"
อาริสานิ่งเงียบอยู่นาน ก่อนขานรับ เธออธิบายให้วราฟังถึงโลกที่ตัวเธอสร้างขึ้นโดยบังเอิญ โดยเธอนิยามมันว่าโลกแห่งการรอคอย ทุกครั้งที่เธอสิ้นอายุขัย เธอจะกลับมามีชีวิตหลังจากนั้นอีกไม่นาน ทุกๆคนจะพากันลืมเลือนตัวเธอที่จากไปแล้วเริ่มต้นจดจำเธอที่กลับมาใหม่แทน เป็นแบบนี้ไม่รู้กี่รอบ มีเพียงเธอที่จดจำทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างที่มันเป็นมา น่าแปลกที่ตัวเด็กหญิงไม่เคยโหยไห้แก่อดีตหนหลังที่ผ่านพ้น เธออนุมานเอาว่าความเฉยชาที่มีอาจเป็นลักษณะเฉพาะของโลกแห่งการรอคอยนี้ และอาจเป็นจุดกำเนิดของมันเช่นกัน
      "ถ้าเช่นนั้น นิยามโลกของเอพิณคืออะไร?"
      "ฉันกลัวที่จะบอกคุณเรื่องนี้ ฉันภาวนาให้เธอสร้างโลกที่ต่างออกไป แต่มันชัดเจนมาก ผลกระทบของโลกชนิดนี้มีเอกลักษณะตรงที่ทำลายความทรงจำเกี่ยวกับตัวผู้สร้างไปสิ้น ตลอดชีวิตของฉัน เคยเจอคนสร้างโลกแบบนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่บางทีอาจมีคนที่สร้างโลกนี้นับไม่ถ้วน เพียงแค่ฉันไม่ได้พบพวกเขาก่อนเท่านั้น ฉันนิยามมันว่าโลกแห่งความว่างเปล่า"
      เมื่อได้ยินนามโลกของเอพิณ วราขนลุกไปทั้งตัว รู้สึกกลวงเปล่าไปถึงข้างใน แรงสั่นสะเทือนค่อยๆแผ่ขยายจากจุดศูนย์กลางของร่าง กระจายออกมาเป็นเสียงบริเวณหน้าท้อง ทันใดนั้น เขาพบว่าโลกแห่งความว่างเปล่าได้แผ่อิทธิพลมาสู่กระเพาะของเขาเรียบร้อยแล้ว เขาจึงกล่าว
ผมว่าถึงเวลาขจัดความว่างเปล่าในท้องพวกเราแล้ว เรื่องนี้คงต้องการเวลาอีกพักหนึ่งเลย
SHARE
Written in this book
Short story
Writer
WindLiu
Walker
In the story

Comments