Son's Day - Mother
คุณไว้ใจลูกคุณมากแค่ไหน ?
"คุณช่วยเลิกทำตัวงี่เง่าสักวันได้ไหม!" เขาตวาดใส่ฉัน ฉันปาดน้ำตาบางๆ ก่อนจะเบี่ยงหน้า พยายามไม่สบตา เขาโอบมือทั้งสองข้างมาวางที่ไหล่ฉันอย่างแผ่วเบา "ผมแค่อยากให้พวกเราพักผ่อน อะไรๆ มันจะได้ดีขึ้น.."
"ดีขึ้น?" ฉันทวนคำ "แน่ใจนะว่ามันจะดีขึ้น?"
เขานิ่งไปสักพัก
"ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยนะคุณ" เขาพูด ฉันถอนหายใจออกมาเพราะไม่เชื่อหูตัวเอง อาจจะเพราะฉันยังอารมณ์ไม่ดีขึ้น เขาจึงพยายามพูดต่อ
"คุณลองคิดดูนะ.. ลูกไม่พูดกับเรามาเป็นเดือนๆ แล้ว ผมทั้งขู่ ทั้งใช้กำลัง ทั้งขอร้อง อ้อนวอน เขาก็ไม่มีที่ท่าจะพูดออกมา.." เขาพูด ฉันยังนิ่งเงียบ "..ผมแค่อยากจะทำบรรยากาศให้มันดีขึ้น ขอแค่ไปค้างคืนริมทะเลกันสักคืน บางทีเขาอาจจะอารมณ์ดี แล้วกลับมาพูดกับพวกเราก็ได้"
"แน่ใจนะ.." ฉันถาม เขาส่ายหน้า
"ผมก็ไม่รู้.." เขาตอบ "..แต่ผมไม่มีวิธีอื่นแล้ว"

คืนนี้มะพร้าวไม่กลับบ้าน ซึ่งฉันก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเขามักจะหายไปแบบนี้เสมอจนมันกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว
ฉันจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองใส่กระเป๋า ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องของมะพร้าวเพื่อจัดแจงกระเป๋าให้เขา
มะพร้าวรู้แล้วว่าต้องไป และเขาก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร.. หรือความจริงแล้วเขาขัดขืน แต่เขาแค่ไม่พูดอะไรกันแน่ ?
ห้องนอนของมะพร้าวยังดูรกเช่นทุกคืน ฉันจัดแจงข้าวของต่างๆ ของมะพร้าวจนเข้าที่ ก่อนจะเปิดสู้เสื้อผ้าแล้วคว้าเฉพาะชุดที่จำเป็นมาใส่กระเป๋า ก่อนจะสะดุดตากับของบางอย่างในตู้
สมุดวาดเล่น ?
เขาแอบสมุดวาดเล่นไว้ที่นี่ ?
ฉันคิดว่าฉันจะทำลายมันไปหมดแล้วเสียอีก..
ฉันไม่เคยเห็นด้วยกับการที่มะพร้าวชอบไปวาดรูปเล่น มันไม่ได้ดูมีอนาคตเลยสักนิด อีกทั้งยังหารายได้อะไรมาเจือจุนก็ยาก แต่ณัฐก็พยายามบอกให้ฉันเปิดใจ และเข้าใจในสิ่งที่ลูกชอบ
ทำไมล่ะ.. ทำไมต้องไปสนใจกับเรื่องพรรค์นี้..
ฉันเสียเงิน เสียเหงื่อไปก็มาก แต่ลูกชายคนเดียวของฉันที่ฉันถูกคนรอบข้างบอกว่า ให้เลี้ยงดูเขาให้ดีเพราะเขาจะกลับมาดูแลฉันในอนาคต ทั้งๆ ที่ฉันไม่อยากจะให้เขาเกิดมา กลับเลือกเส้นทางที่ห่วยแตกที่สุดในชีวิต
จะให้ฉันยอมรับเหรอ ?
ฉันยอมรับว่า พอเวลาผ่านไแ ความผูกพันธ์บางอย่างก็ทำให้ฉันรู้สึกดีกับเด็กคนนี้มากขึ้น แม้ว่าจะไม่ทั้งหมด ซึ่งนั่นรวมไปถึงสมุดบ้าๆ พวกนี้ด้วย
ขอฉันกำจัดสมุดพวกนี้เถอะ แล้วอยากจะทำอะไรก็เชิญ..
ฉันกำสมุดวาดภาพเล่มนั้นไว้ในมือ ก่อนจะจัดแจงข้าวของให้เรียบร้อยแล้วนำกระเป๋าสัมภาระไปกองรวมไว้ที่เดียวกัน
ฉันถือสมุดวาดเล่นนั้นออกมานอกบ้าน ภายนอกเงียบสงัด มีเพียงเสียงจากหลอดไฟของเสาไฟฟ้าที่ติดๆ ดับๆ อยู่อย่างนั้น ฉันเดินตรงไปยังถังขยะหน้าบ้าน ก่อนจะ..
เดี๋ยวก่อน..
ทำไมเขาต้องซ่อนสมุดเล่มนี้ไว้ในตู้เสื้อผ้า..
สมุดส่วนใหญ่ที่ฉันนำไปทิ้ง เขามักจะวางไว้บนโต๊ะทำงาน หรือไม่ก็เก็บไว้ในกล่องสมุด แต่นี่..
ฉันกางหน้าสมุดออกและพลิกไปเรื่อยๆ

"มีอะไรอยากจะบอกฉันไหม" ฉันถามเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา เขามองหน้าฉันราวกับประหลาดใจในคำถาม
"บอกเรื่องอะไร" เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงปนความสงสัย ฉันล้วงกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งแล้วยื่นวห้กับเขา เขานิ่งเงียบก่อนจะพูดออกมาช้าๆ
"ผมอธิบายได้.." เขาพูด แต่ฉันส่ายหน้าไม่รับฟัง
"มันไม่จำเป็น" ฉันตอบกลับเสียงสะอื้น
"คุณอย่าทำให้มันเสียบรรยากาศได้ไหม.." เขาพูด "..เรามาเที่ยวกันนะคุณ ช่วยทำบรรยากาศให้เหมือนมาเที่ยวได้ไหม"
ฉันไม่รับฟังอะไรอีกแล้ว มือของฉันฟาดเข้าที่หน้าของเขาอย่างจัง ก่อนจะเดินหนีออกมา
ฉันสังเกตเห็นมะพร้าวยืนเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ไกลๆ สายตาเขายังคงดูเย็นชาไม่เปลี่ยน แต่ฉันไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้ว
ฉันเปิดประตูห้องพักแล้วเข้าไปนอนลงจมกองน้ำตา
ฉันพยายามอดทนมาทั้งวัน เพราะหวังว่าถ้ามีอะไรที่ดีขึ้น ฉันจะไม่จำเป็นต้องนำเรื่องนี้ขึ้นมาพูด
แต่มันไม่ใช่เลย..

ฉันหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบกับณัฐที่นอนอยู่ข้างๆ ขาดก็แต่..
เสียงเคาะประตูดังขึ้น มีเสียงผู้คนมากมายอยู่นอกห้อง ฉันลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดประตูออกมา พนักงานโรงแรมท่าทางลุกลี้ลุกลนรีบพูดกับฉัน
"คุณคะ.. นี่ใช่ลูกคุณใช่ไหมคะ" พนักงานคนนั้นพูดก่อนจะชูรูปในโทรศัพท์ให้ฉันดู ฉันได้แต่ยืนนิ่งเงียบ
ภาพของลูกชายที่สีหน้าซีดเผือก ร่างกายเปียกปอน แค่พริบตาก็รับรู้ได้ว่า..
"ลูกชายคุณเสียชีวิตแล้วค่ะ"
SHARE
Writer
Doratong24
Troublemaker
Writer | Photographer | Programmer | Creator | Thinker

Comments