Review _ Equals _ ความรักคือความป่วย

เพิ่งได้ดูหนังเรื่อง EQUALS จบลงไปหมาดๆ จนคันไม้คันมืออยากจะมาเขียนเล่าความรู้สึกและแชร์ประสบการณ์เล็กๆนี้ 



ในโลกมนุษย์ที่ผู้คนไม่มีสิทธิ์มีอารมณ์ การที่คนใดคนหนึ่งมีความรู้สึกที่รุนแรงถือเป็นเรื่องที่ผิด เช่น ความรัก ความเศร้า ความโกรธ ทุกคนควรปฎิบัติออกมาอย่างเท่าเทียม คือ ดีต่อกันอย่างเท่าเทียม ให้เปรียบเทียบก็คือทุกคนต้องอยู่กันแบบเป็นเส้นขนาน ไม่ดีและร้ายกันจนเกินไป

ตอนแรกสุดพระเอก(Nicholas Hoult‬) ไซลาส เป็นคนปกติดีทุกอย่างแต่เมื่อเจอกับเหตุการณ์ที่มากระตุ้นทำให้เขาป่วย การป่วยคือการมีความรู้สึก การป่วยไม่สามารถแก้ให้หายขาดได้ ต้องกินยาต้านระงับเท่านั้น โดยโรคจะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะ 1-3 ยังอยู่ในระดับที่รักษาเองได้ แต่เมื่อถึงระยะที่ 4 ต้องถูกนำตัวไปรักษา ซึ่งไม่มีใครรอดกลับมา สถานที่นั้นมีเพียงความตาย

หลังจากเจอนางเอก(Kristen Stewart‬ ซึ่งความไร้อารมณ์ของเธอก็ทำให้การแสดงออกมาดีที่เดียว) 
นีอา พระเอกก็แอบชอบเนื่องจากเห็นจากพฤติกรรมของนีอาที่แตกต่างจากคนอื่น นีอาก็ป่วยเช่นกัน แต่นีอาเลือกที่จะไม่รับการรักษา เป็นกลุ่มหลบซ่อน แตกต่างจาก ไซลาส ที่บอกอาการให้สังคมรับรู้(เพราะความแตก) 
ผมมองว่าโรคตื่นรู้(SOS: Switched on syndrome) ในหนังถูกออกแบบมาให้เหมือนกับโรค HIV ในปัจจุบัน เพราะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้และทุกคนกลัวที่จะติดเชื้อแม้โรคนี้จะไม่ได้เป็นโรคติดต่อก็ตามแน่นอนว่าทั้งสองคนแอบมีความสัมพันธ์กันลับๆ ความรักที่ผิดในโลกยูโทเปียที่ไร้อารมณ์ ความรักเปรียบเหมือนโรคติดต่อร้ายแรง ไซลาสถูกปฎิบัติอย่างแตกต่าง ไม่ให้ใช้แก้วร่วมกับคนอื่น ให้ทำงานแยกตัวออกไปคนเดียว รวมถึงไม่สามารถกินข้าวร่วมกับคนอื่นได้



จุดพีคที่สุดของเรื่อง(แม้ว่ามันจะนาบเนิ่บ)คือนีอา ถูกเสนอให้ไปรับการตั้งครรภ์ ในโลกนี้ชายหญิงห้ามสัมผัสตัวกัน ดังนั้นการสืบพันธ์จะมาจากการผสมเทียมเท่านั้น เมื่อนีอาไปถึงก็ถูกตรวจเลือดและความจริงก็เปิดเผย ไม่ใช่ว่านีอาเป็นผู้ป่วยแต่เพราะว่านีอาได้ตั้งท้องอยู่แล้ว 

ซึ่งก่อนหน้านั้นทั้งสองคนวางแผนกับกลุ่มที่มีโรคตื่นรู้ว่าจะแอบหนีออกไปจากเมืองนี้อย่างลับๆ เพราะทางรัฐบาลได้ออกยาที่สามารถกำจัดโรคตื่นรู้ออกไปได้แล้ว 100% 

นั้นหมายความว่า 
ความรัก 
จะถูกเอาออกไปจากเขาทั้งสองถ้าเขาถูกจับได้และแน่นอน เขาทั้งสองคนไม่มีใครอยากลืมความรู้สึกนี้ 
จากตรงนี้จะเห็นว่าโรคตื่นรู้สามารถตรวจพบได้ทางเลือด ซึ่งเหมือนกับโรค HIV เช่นกัน และมีการแบ่งระยะให้คล้ายคลึงกันอีกด้วย นีอาโดนจับตัวไป และไซลาสก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้  จนคนในกลุ่มคนที่มีโรคตื่นรู้แอบสลับประวัติของนีอากับศพที่ฆ่าตัวตายและส่งตัวนีอากลับไป แต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว ไซลาสที่พยายามหาทางช่วยนีอาไปถามข้อมูลก็นึกว่านีอาตายแล้ว จึงไปรับการรักษาโรคหวังที่จะให้ตนเองไม่รู้สึก (คล้ายๆโรมีโอกับจูเลียต)

เมื่อนีอารู้ว่าไซลาสได้รับการรักษา ก็ได้แต่ภาวนาให้เขายังรักเธออยู่ ก่อนที่ยาออกจะฤทธิ์ในเช้าวันรุ่งขึ้น 

ในส่วนของตอนจบนั้น ไซลาสเสียความรู้สึกไป แต่ยังจำว่ารักนีอาได้ และยังเลือกที่จะทำตามแผนที่ตนเองวางเอาไว้คือหนีออกไปจากเมืองนี้ 


เมื่อหนึ่งคนรู้ว่าเคยรัก กับอีกคนที่ยังรัก ทั้งสองคนหนีออกไปจากกรงที่บอกว่าความรักเป็นเรื่องที่ผิด คุณจะทำยังไงถ้าคนที่คุณรักที่สุดได้เปลี่ยนไปแล้ว ในหนังปล่อยจบไว้แบบนั้น การเล่าเรื่องในหนังถือว่าเรียบๆ เด่นที่ภาพและเสียงของหนัง โทนที่ไปทิศทางเดียวกันและการสร้างโลกยูโทเปียที่ไร้อารมณ์ สำหรับผมแล้วหนังเรื่องนี้ปล่อยให้เราคิดมากกว่าสนุก และผมชอบนะ 

คุณจะทำอย่างไรหากคุณและคนรักของคุณติดเชื้อ HIV
แต่มีเพียงคนรักของคุณเท่านั้นที่ได้รับการรักษา? 
แม้ทั้งสองคนจะรักกันเหมือนเดิม แต่มันไม่มีทางเหมือนเดิม ในตอนจบนางเอกร้องไห้และพระเอกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่เอามือมากุมเอาไว้ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว เขาจะกลับไปเป็นโรคนี้อีกหรือไม่ แล้วสรุปแล้วสิ่งที่เปลี่ยนเขาไป มันยังเรียกได้ว่าเขามีความรักรึเปล่า? การที่โลกนี้ได้พรากอารมณ์และความรู้สึกไปนั้นสุดท้ายแล้วเป็นสิ่งที่ถูกต้องมั้ย?

ถ้ามองในมุมกลับ มันคือโลกที่คนปกติเป็น HIV และพวกเราคือประชากรส่วนน้อยรึเปล่า.. ?

ภาพ/เสียง : 10/10
การเล่าเรื่อง : 5/10
เนื้อเรื่อง : 8/10
SHARE

Comments