มาเล่นน้ำฝนกัน
“อย่าเล่นน้ำฝน เดี๋ยวไม่สบาย เข้าบ้านเดี๋ยวนี้..แม่ตะโกนเข้ามาขณะที่เรากำลังสนุกกับการเล่นน้ำฝนกันอยู่กับกลุ่มเด็กๆ เพื่อนข้างบ้าน คุณล่ะ??         เคยห้ามไม่ให้เด็กๆ เล่นน้ำฝนหรือเปล่า? ทำไม? กลัวเป็นหวัด กลัวไม่สบาย กลัวสกปรก กลัวไม่น่าดูหรือว่ากลัวเปียก!
        “น้ำฝน” มันเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติจริงนะ ปริมาณน้ำมากมายขนาดนั้นมันหล่นจากฟ้ามาได้อย่างไร? ก่อนหล่นมันอยู่ตรงไหน มีแท็งก์น้ำขนาดใหญ่อยู่บนฟ้าหรือ แล้วมันรู้ได้อย่างไรว่าต้องตกลงมาตรงไหน? แล้วต้องตกเมื่อไร? คุณลองนึกถึงความรู้สึกแบบเด็กๆ ดูสิว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งไม่น่าจะใช้เวลาคิดนานนะ เพราะคุณก็เคยเป็น “เด็ก” มาก่อน แม้ว่าฉันเองจะผ่านวัยนั้นมานานเต็มทีก็ตาม แต่ความรู้สึกมันก็ไม่ได้เลือนหายไปจากความทรงจำง่ายๆเลย
* ความรู้สึกประทับใจ มันเป็นช่วงเวลาที่ประทับใจกับทุกเรื่องที่เจอ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหน
* ความรู้สึกว่าชีวิตต้องแสวงหา มันเป็นความรู้สึกว่าทุกอย่างต้องค้นหา เรียนรู้ ไม่เคยนึกเบื่อที่จะเรียนรู้มันเลยสักครั้งและตื่นเต้นตลอดเวลาที่จะได้เรียนรู้มัน
* ความรู้สึกอิสระไร้ขีดจำกัด เป็นช่วงของการที่สามารถคิดอะไรก็ได้ที่อยากคิด ไม่เคยมีกรอบใดๆในชีวิต ความคิดสร้างสรรค์งี้เต็มเปี่ยม
* ความรู้สึกว่าชีวิตน่ารื่นรมย์ มันเป็นช่วงของชีวิตที่มีความสุขที่สุด ไร้การเสแสร้ง ไร้การบีบคั้น มองทุกอย่างในแง่ดี
        แต่หลังจากเวลาของชีวิตผ่านไป หลายคนยอมที่จะเปลี่ยนแปลง ละทิ้งความรู้สึกเด็กออกไปเอาความรู้สึกแบบที่คิดขึ้นเองว่าเป็นความรู้สึกแบบผู้ใหญ่ ความรู้สึกว่าชีวิตต้องแสวงหา เปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกว่าฉันรู้ทุกอย่างแล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ใดๆ แค่งานที่ทำอยู่ก็ยุ่งแล้ว เวลาก็ไม่มี รู้ไปก็ไม่ได้เอาไปใช้อะไร ความรู้สึกอิสระ ก็จะเปลี่ยนเป็นว่า ทุกอย่างในโลกนี้มันมีข้อจำกัด เราไม่มีอิสระใดๆ เลย จะคิดทำอะไรก็จะมีข้อจำกัดไปหมด ทุนไม่มี ความสามารถไม่ถึง ล้วนแล้วแต่สร้างข้อจำกัดให้ตัวเองทั้งส้ิน ความรู้สึกว่าชีวิตน่ารื่นรมย์ ไม่ต้องพูดถึงมันกลายเป็นความรู้สึกของชีวิตที่ต้องเอาตัวรอด ต้องต่อสู้แย่งชิง เสแสร้ง ใส่หน้ากากเข้าหากัน
        หลายคนที่เปลี่ยนการคิดให้เป็นแบบนี้เพียงเพราะต้องการเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ แต่คุณรู้ไหมว่าคนที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนนั้นเขาก็มีความคิดคล้ายๆ กับเราในวัยเด็กแทบทั้งสิ้น “ความคิดว่าชีวิตไม่มีข้อจำกัด แม้ว่าจะต้องเจออุปสรรคใหญ่เพียงใด ความคิดของการมองโลกในแง่ดี การไม่มีกรอบให้กับชีวิต และการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง” ความคิดเหล่านี้ล้วนเป็นความคิดในวัยเยาว์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิต มนุษย์เองต่างหากที่บิดเบือนธรรมชาติพยายามสรรค์สร้างข้อจำกัดให้ตัวเอง
        เอาล่ะต่อจากนี้ไป เมื่อไรที่ฝนตกลงมาอย่าเพิ่งวิ่งหนี ลองเข้าไปทักทายกับมันหน่อยเผื่อคุณจะเจออะไรบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ในใจจนไม่ได้เจอกันมานานแสนนานก่อนที่มันจะจากคุณไปตลอดกาล
        มาเล่นน้ำฝนกันเถอะ..

SHARE
Writer
aratastory
PublicationsDesigner
บอกลาแสงสี ทิ้งชีวิตสื่อมวลชน และคนทำหนังสือไว้เบื้องหลัง เบนเข็มชีวิตซบผืนดินถิ่นราก ..มาเป็น กราฟฟิคบ้านนอก.. เปิดโรงพิมพ์เล็กถึงเล็กมากไว้กระแทกความฝัน โดย..ยังคงทำชีวิตตัวเองให้เร่งรีบ วุ่นวาย เช่นเดิม

Comments