โลก(ของพวกเธอ)ที่ยังมีชีวิต เราโหยหามิตรภาพ
                                                  บ้านมหัศจรรย์ของคาร์เตอร์
                                                  ใน กทม. สักแห่ง
                                                  10XXX 

                         21ตุลาคม 2559, 22.58 น.


สวัสดี ท่านผู้อ่านที่เคารพทุกเพศทุกวัย
.
เวลาเขียนถึงใครบางคน บุคคลพิเศษของคุณ จะเขียนให้รวบรัด สื่อถึงกันและกัน ลงในกระดาษแล้วพับใส่ซองส่ง ที่เรียกว่า “จดหมาย”
                    ผมกำลังเขียนจดหมายถึงคุณ ด้วยมีเหตุคือ มีหนังสือเล่มหนึ่งหล่นจากฟ้า ไม่ทราบถึงการปรากฏ แต่ทราบว่ามันมาจากยุโรป จบจนถึงปกหลัง ผมอยากจ่าให้ถึงคุณทุกคนจริงๆ
                    นี่คือเรื่องราวของเด็กผู้หญิงสองคนชาวเยอรมันวัยสิบขวบ ด.ญ. เนเลอ ร่าเริง แข็งแรง รักการเรียนรู้รอบตัว กับ ด.ญ. คาทารีนา แสนอ่อนโยน แม้อ่อนแอ แต่รักในความเป็นอยู่ที่เป็น
                    เริ่มจากคาทารีนาร่อนหาเพื่อนทางจดหมาย สักคนพอ เนเลอเป็นคนแรกคนเดียวส่งจดหมายทักทายกับเธอ
                    สองเด็กสาวเขียน-ส่งจดหมาย ผลัดส่งเล่าเรื่องรอบตัว ครอบครัว มิตรสนิท การแอบรักชอบ ความฝัน กำลังใจ เป็นมาตลอดในเล่ม
                    กระนั้น 9 วัน ของการรู้จักผ่านกระดาษหลายฉบับ คาทารีนาเริ่มปวดหัว แต่สิ่งเลวร้ายกว่าการแค่เริ่มปวดบ่อยคือ ความป่วยไข้ด้วยโรคมะเร็ง มันเกาะสวาปามสิ่งที่เป็นเธอจากในหัวของสาวน้อย แทะโลมหัวใจของเราพร้อมๆกัน เนเลอพยุงเธอผ่านการเขียนเล่าและอ่านเรื่องของเธอ เนเลอขีดทุกเส้นอักษรร้อยเป็นวรรคความ สู้ไปกับคาทารีนาต่อกรกับความโหดร้ายเหนือบ่าของเด็กสาวอันเหลือเกินด้วยพลังบริสุทธิ์
                    เนเลอไม่เคยทิ้งช่วงห่างที่จะคุยกับคาทารีนาผ่านจดหมาย จดหมายกลายเป็นสิ่งสถิตอารมณ์ เจตนาสดใส แม้นจะเผชิญพายุแห่งทุกข์ทรมานแต่ไม่เคยละเลิกเขียน จนกลายเป็นโลกของเธอสองคน
.
“ทะเลนี้มีแต่ดาว” เขียนโดย ซิกริด เซแฟร์ต พิมพ์ในปี พ.ศ. 2556 ยอมรับในความลึกซึ้งของนักเขียนที่ประเทศชาติเคยถูกตราหน้าในนามความรุนแรงของสงครามโลก จนกลายเป็นหัวหอกของสหภาพยุโรป พอบ่งบอกการสอดแทรกคุณค่าผ่านงานวรรณกรรมของคนประเทศนี้
                    ทั้งหมดคือการแชร์เรื่องราวของสองคน เรื่องราวของพวกเธอคือโลก(ส่วนตัว)ที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างบริสุทธิ์ ความหวังเล็กน้อยกลายเป็นการเดินทางภายใน ทั้งต่างผจญภัยกับความเป็นไปจากแต่ละคน เป็นทะเลแสนอิสระ-อิสระที่เข้าถึงกันต่อกัน
                    บนความแตกต่างของพื้นเพต่างออสโมซิสจากความอยากรู้: เนเลอมีบุพการีเป็นสถาปนิก ลูกคนเดียว, คาทารีนามีน้องชายกับสุนัข ผมสีแดง พวกเธอต่างสนใจความรักใคร่ไร้เดียงสา ด้วยการแลกชื่อเด็กผู้ชายที่แอบชอบ(อะไรกัน!) ความฝันของทั้งคู่กับการมีครอบครัวในต่างแดน การอยากโตเป็นสาวที่ทั้งคู่เห็นชอบ ฯลฯ สิ่งต่างๆที่พวกเธอเล่าคือดวงดาวกะพริบระยับจากฟากฟ้า เช่นเดียวกับดวงดาวที่ทั้งสองนอนชม เช่นเดียวกับคุณ และผม
                    โรคมะเร็งที่เริ่มพรากร่างกายของคาทารีนา เป็นความไร้เหตุผลที่ประจักษ์แล้ว แสดงถึงความไม่แน่นอน ยากหยั่งรู้แก้ไข ไม่ต่างอะไรกับผ้าห่มผืนดำทมิฬท่ามกลางฟ้าและเป็นกลางคืนที่มนุษย์ไม่มีทางมองทะลุในความมืดมิด
                    แต่มันยังในกรอบของท้องฟ้าดั่งภาชนะที่ครอบคลุมชีวิตทั้งสองคน เป็นดั่งพระเจ้าที่คอยเฝ้าดูเด็กสาวสองคน (ตามความเชื่อ)
                    จดหมายจึงบันทึกความมีชีวิตชีวา ดวงดาวก่อให้เกิด ‘สีสัน’ แสนสว่างไสวอันความรักมิตรภาพ ส่องชัชวาลไม่ล้มเลิก แม้แสงดาวไม่อาจชนะรัตติกาล แต่ดาวเจิดจ้าเสมอเป็นอมตะดั่งนามธรรมของมนุษย์
                    ผมยอมรับในฝีมือของเซแฟร์ตในความ ”อิน” เพราะเธอเล่นกับจังหวะการเล่าของเด็กสาวดูเป็นธรรมชาติ ดูเติบโตและถูกทดสอบด้วยความเป็นจริง งานเขียนในรูปของจดหมายง่ายที่จะปั้นโลกของหนังสือ เธอสามารถคุมโทนเรื่องตามครรลองแบบทัศนะของเด็ก(อิงประสบการณ์วัยเด็กของผู้เขียน) สามารถตัดทิ้งรายละเอียดปลีกย่อยรุงรังไร้ความจำเป็น คนที่อ่านจึงได้ยิน รับรู้อิริยาบถผ่านตัวหนังสือ โดยเฉพาะความรู้สึกนึกคิดภายในของเด็กสาว จดหมายนั้นเป็นสาส์นค่อนข้างจะส่วนตัวทีเดียว การที่เราได้อ่านจดหมายเสมือนเราได้รับอภิสิทธิ์ทราบทุกรายละเอียดของจิตใจเด็กสาว
                    ด้วยภาษาที่ใสซื่อยังแฝงวุฒิภาวะ-การมองโลก ชวนผู้อ่านไหลไปกับรสความคิด การกระทำ ของสาวสาวน้อย เราขำขันเวลาที่เนเลอมักหลบหน้าฟินน์(อย่าล้อเธอ เดี๋ยวเธองอน) และ อยากกุมมือกอดร่างน้อยๆถ่ายไออุ่นแก่คาทารีนา โดยเฉพาะคาทารีนา เธอไม่ต่างกับเจมี ซัลลิแวน (1) แม้ทั้งคู่ป่วยด้วยมะเร็ง(คนละชนิด) แต่ไม่เสียศูนย์ต่อศรัทธาในพระเจ้า เธอยอมรับตามครรลองของสัจธรรมของมนุษย์ เป็นความกล้าหาญที่ควรแก่คารวะ
                    กิจกรรมขีดเขียนของพวกเธอชวนให้เรากลับคิดถึงเพื่อนหรือใครสักคน ที่คุณเคยถามสิ่งสำคัญ ความสุขที่เคยมี เรื่องบ้าบอแต่เพราะมันเราจึงคิดถึงกันตลอดมา เขาคนนั้นที่คุณเรียกได้เต็มปากว่า “เพื่อน” คงไขลานถอยหลังภาพทรงจำว่าครั้งสุดท้ายเราคุยกันเมื่อไหร่ คุยเรื่องอะไร เราทุกคนผูกมิตรด้วย “มิตรภาพ”
.
ในปี 2556 หรืออีกข้างหน้า เราใช้มือถือส่งอีเมล์ มี line facebook ให้ติดตามคนรู้จักไม่เกิน 100 เสี้ยววินาที โลกที่รวดเร็ว เรามีเพื่อนในสังคมสมมติมากมาย แต่มันไม่ค่อยอินหรือผูกพันกัน หากแทบไม่ได้พบหน้ากันเลย
                    ความผูกพันของเนเลอกับคาทารีนา ก่อขึ้นคล้ายโลกสังคมสมมติ แม้ทั้งสองยังไม่ได้พบกันซึ่งหน้า แต่เริ่มต้นแล้วจากการเขียนหาถึงกัน ทุกตัวอักษรเป็นน้ำหนักที่ชีวิตกดลากด้วยความรู้สึกเอาไว้ กลายเป็นโลกที่ซ้อนคนสองคนพอดี มีความรักเป็นแกนกลาง เชื่อว่าทั้งสองได้เจอหน้ากันจริงๆ
                    “มิตรภาพ” ของทั้งสองที่สานแน่นนอกจากแค่น้ำหนักที่เขียนในกระดาษหลายสิบฉบับ แต่อาศัยการสะสมเวลารับ-ส่ง อ่าน-เขียน การรอคอยก่อความกระวนกระวาย เพราะบางวันจดหมายมาเร็ว บางวันมาช้าหน่อย แต่มันทำให้อยากรู้ว่าเพื่อนรักจะตอบเมื่ออะไรเรา
                    ทะเลของพวกเธอประดับดาวที่มีสีสัน ทุกดวงล้วนมีที่มาชวนตรึงใจ
                    สีสันจึงเป็นสิ่งที่พระเจ้ามอบให้แก่เด็กสาวและมนุษย์ทุกผู้นามด้วยความรัก ไม่มีทางที่รัตติกาลจะทำลายมันลง พวกเขาเติบโตแล้ว พลังแห่งวัยที่พวกเธอเพียรสร้างร่วมกันไม่สูญเปล่า รับมือความจริงอันโหดร้าย มันทำให้ผมรู้สึกเสียดายหลายสิ่งที่น่าลองทำ โอกาสที่เคยมีปล่อยทิ้งไป มีหลายสิ่งที่อยากรื้อฟื้น อยากแก้ไข แต่อาจย้อนถอยหากจริงใจกับตนเอง แม้ไม่อาจเขียนความเป็นจริงขึ้นใหม่ก็ตาม
                    เนเลอกับคาทารีนาบอกเรา สิ่งที่เป็นไปไม่ได้สามารถเกิดขึ้นจากสิ่งง่ายๆ พื้นที่ของความปรารถนาเอื้ออารีเป็นสิ่งวิเศษอยู่ข้างในมนุษย์ แค่ผมหรือคุณลงมือทำมัน โดยความจริงใจของการเป็นของมนุษย์ รู้จักแบ่งปัน รู้จักรัก รู้จักกลัว

.
ผมอยากนั่งเงียบๆ นึกถึงเพื่อนสักคนที่สนิทกัน ลองไขลานกลับไป เรายังเก็บโลกของสองคนไว้อยู่รึเปล่า วันเก่าเริ่มมีค่าแก่การระลึกถึงคนที่คุณเรียกว่า “เพื่อน” มากขึ้นๆ เหมือนความสัมพันธ์แน่นแฟ้นผ่านไปรษณีย์แม้ไม่ยังได้พบเจอหน้ากัน
                    การหัดที่จะมีเพื่อนใหม่ในชีวิตของเรา เราได้แชร์โลกกับคนอื่นเพิ่ม ดวงดาวบนฟ้ามีได้ไร้ขีดจำกัด
                    หรือ เราน่าจะลองเขียนจดหมายไปหาเพื่อนของเราดูกันบ้าง แล้วแชร์บอกเพื่อนของเราคนนั้น คุณเองก็ด้วยนะ

.
คุณว่าไหม ดวงดาวไม่เคยไปไหนเพราะมันอยู่ตลอดกับเรา เหมือนกับสีสันที่แต้มนามธรรมของเราให้มีความหมาย มีค่าที่จะดลบันดาลสารพันสิ่ง


                                                                                    ด้วยรักและห่วงใย
                                                                                      นัธกร อิเรศวร


ปล.

รักพวกเธอทั่งคู่ พวกเธอน่าจะลองมาเที่ยวเมืองไทยบ้างนะ ไม่รู้ว่าบ้านของพวกเธอมีร้านอาหารไทยไหม ผมพอรู้จักร้านดีๆอยู่นะ 
หมายเหตุ
(1) ตัวละครจาก A walk to remember ของ Nicholas Spark

ที่มาของรูป
 http://readery.co/media/catalog/product/cache/1/small_image/360x/17f82f742ffe127f42dca9de82fb58b1/9/7/9786169007661.jpg
SHARE
Writer
Natthakorn_Eresaun
ผู้ฝึกเขียนจับฉ่าย
พยายามมีผลงานเป็นของตัวเอง สักวัน จะเขียนทุกแบบให้ได้ ทั้ง บทกวี เรื่องสั้น เรียงความ ความเรียง ร้อยแก้ว และนิยายคือความท้าทายที่ใหญ่ยื่ง

Comments

khaikung
3 years ago
โอยย เล่มนี่ชอบฮะ นี่ไปฝึกวิทยายุทธที่ไหนมา กลับมาเจ๋งเลย
Reply
ชมเกิน พี่ไข่ ผมอาศัยเวลากับการอ่าน(อย่างลงรายละเอียดครับ)ครับ