คนเข้มเเข็งมักปรับแก้ คนอ่อนแอมันโทษฟ้า-ดิน
แกผิด!!!

"คนเข้มแข็ง มักหาหนทางพัฒนาตนเองปรับ-แก้
คนอ่อนแอ มักโทษฟ้าดิน"

อาการโทษฟ้าดิน เป็นพิษทางใจ (Toxic)
ในทางจิตวิทยา ถือเป็นพิษแฝงที่ทำให้ สุขภาพใจป่นปี้ในไม่ช้า

ไม่ว่าจะรวยล้นฟ้า หน้าตาดี มีชาติตระกูล หุ่นเช้งกระเด๊ะ
ถ้าคุณมีอาการดังต่อไปนี้
มีสิทธิ์ ปมเศร้าทางใจขยายใหญ่รายวันค่ะ

เช็คก่อนว่า เรามีToxicประเภทนี้ เกาะกินใจอยู่หรือไม่?!?

1. เวลามีข้อผิดพลาดในชีวิต คิดแต่ว่า "โอ้ย!!ซวย"

"แม่งงง...โชคร้ายจริงจริ๊งที่มาเจอเจ้านายแบบนี้"
"นี่ถ้าไม่เจอเหตุการณ์นี้ ป่านนี้ดีไปแล้ว"

คนที่คิดแบบนี้จะชิ่งทุกอย่างไปที่ดวง ฤกษ์ ยาม ฝนฟ้า ภูมิอากาศ
เเละเมื่อเห็นใครได้ดีกว่า จะไม่สามารถมองทะลุได้ว่า
นอกจากโชคดีเเล้ว คนที่ประสบความสำเร็จคนนั้น เค้าผ่านบทเรียนพิสูจน์ชีวิต บทพิสูจน์ใจอะไรมาบ้าง

เพราะตนเองไม่เคยเรียนรู้เลยว่า อุปสรรคทุกอย่างที่เข้ามา คือแบบฝึกหัดให้เรา"เรียนรู้" เพื่อข้ามข้อจำกัดบางอย่างในชีวิต เมื่อเจอปัญหา แทนที่จะใช้ปัญญาหาทางออก รู้สึกมันส์มือสนุกสนานเเล้วลอง มองว่า ปัญหาคือเวิร์คชอปที่เราจะได้อัพเกรดเลเวลตัวเองเเล้วนะ

เเต่กลับปิดตา ปิดใจ บ่นๆๆออกไป
แล้วเเก้ปัญหาด้วยการให้หมอดูเป็นทางสว่างทุกทาง
ดูดวง เเละเชื่อ ยึดเป็นที่พึ่งทุกอย่าง
จนไม่รู้ข้อบกพร่องที่ตนควรปรับก่อน จนกระทั่ง ชีวิตไม่เกิดอะไรดีขึ้นเลยซักที

2. เวลาที่เกิดอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตใครก็ตาม
มักยึด จุดเปลี่ยนนั้น เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งปวง

"ตั้งแต่แกมีเเฟนนี่เปลี่ยนไปมากนะ"
"ตั้งเเต่แม่เข้ารพ. พี่เค้าเหวี่ยงชั้นมากขึ้นมากนะ!"
"ตั้งแต่เธอไปทำงานที่นั่น พูดจาเปลี่ยนไปนะ"

สายตาคนแบบนี้คือเอาตัวเองเป็นมาตรฐาน
คิดว่าตนเองคือจุดศูนย์ถ่วงระดับปกติที่สุดในจักรวาลแล้ว
จะเช็คหาจุดบกพร่องคนอื่น แล้วหาเหตุผลที่ทำให้มันไม่ได้เป็นไปตามที่ตัวเองคาดหวังไว้
ชอบประเมิณใครต่อใคร เพื่อบ่น หรือโทษโยนความผิดให้
ลึกๆจะได้สบายใจที่ "เรื่องนี้ไม่ได้แย่เพราะชั้นคนเดียวเเน่นอน"

ถามว่า มีใครเหมือนเดิมทุกวันทุกเวลาหรือคะ?
เเล้วตัวเราไม่มีวูบวาบหวั่นไหวเปลี่ยนไปบ้างหรือ?
แท้จริงแล้วคนที่คอยวัดจุดเปลี่ยนคนอื่นคือ
มักจะเป็นคนที่เหวี่ยงก่อน แต่ไม่ยอมให้ตนไปแตะจุดที่ "ยอมรับว่าตนเหวี่ยง"แน่นอน
จึงต้องหาฟ้าดินมาลงทัณฑ์คนอื่นนั่นเองค่ะ

3. เปรียบเทียบ

"ทำไมตะเองไม่ไปรับเค้าเหมือนเเฟนคนอื่น"
"ทำไมเเม่ถึงไม่พูดกะหนูดีดีเหมือนแม่คนอื่น"
"ทำไมเจ้านายชั้นไม่ทำระบบงานให้มันพร้อมแบบบริษัทนู้นบ้าง โอ้ย ปวดกบาลจริ๊ง"

คนที่พูดแบบนี้ ลึกๆไม่มั่นใจในประสิทธิภาพความเก่ง ความดี ความสุขของตัวเองค่ะ
ไม่คิดว่าตัวเองมีความสุขได้ด้วยตัวเองและชั้นจะเผื่อแผ่ออร่านี้สู่เเฟนชั้นให้เค้ายิ้มได้
ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นลูกที่ดี พูดจาน่ารักกับแม่ได้ เพราะเเม่ส่งเราเรียนจบเเล้วพยายามขัดเกลาเราจนเหนื่อยอ่อนแล้ว เรานี่เเหละจะคืนกำไรความดีที่เเม่สร้างเรามา ณ บัดนี้ให้จนได้
ไม่มั่นใจในความเก่ง ไม่รู้ตนรู้หน้าที่ว่าบริษัทจ้างเราให้มาพัฒนาบริษัท เรานี่แหละที่ต้องให้กำลังสมองสองมือพาบริษัทให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น เท่าที่เราจะทำได้ โดยเริ่มที่เรานี่เเหละ
"เราทำได้!"

เช็คด่วนนะคะ ว่าเรามีอาการแบบนี้บ้างมั้ย
ถ้าใช่ ไม่นาน ชีวิตเราจะย่ำอยู่กับที่นานเกินไป
เป้าหมายที่เราฝันไว้ มักจะไม่ถึงฝั่งฝันซะที
เพราะอะไรคะ

การโทษฟ้าดิน ทำให้เราไม่สามารถพัฒนาอะไรได้เลยค่ะ

ทุกความผิดพลาด ผิดพลั้ง ทุกปัญหา ทุกความผิดหวัง
คือสิ่งมีค่าให้เราหันกลับมามองตัวเองให้ดีขึ้นเสมอ
การโยนความผิดให้คนอื่นไปเรียบร้อยทันใดที่เกิดเรื่อง
จึงทำให้ทั้งทักษะชีวิต ทักษะทางใจ รวมถึงทักษะความสามารถของเรา ไปไม่ถึงไหนซักที
และในเมื่อเราไม่ได้มีความสามารถมากกว่าเดิม แล้วเราจะมีเหตุผลอะไรที่จะได้"ครอบครอง"อะไรที่มากกว่าเดิมล่ะคะ

เเท้จริงเราสามารถมีความสุข ความดี ความเก่งขึ้นทุกวันได้
โดยไม่พึ่งพาใครนะคะ
เราเป็นเราที่อัพเกรดได้
ขอเพียงมองอะไรให้ชัดแจ้งเห็นจริง แล้วที่สำคัญ
เลิกโทษฟ้าดินกันเถอะค่ะ

#MindDirector
SHARE
Writer
MindDirector
Mind advisor Musical Director
ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพด้วยศิลปะการแสดง และจิตวิทยา ครูสอนการแสดง ผู้กำกับละครเพลง ผู้กำกับลีลา ผลงานเขียน MindDirector กำกับใจให้ชนะทุกด่านของชีวิต สำนักพิมพ์มติชน ผู้บริหารสถาบันสอนศิลปะการแสดงเพื่อพัฒนาศักยภาพ IDEO Performing Arts อาจารย์วิทยาลัยดนตรี วิชาการแสดงขับร้อง มหาวิทยาลัยรังสิต นักจิตวิทยา ให้คำปรึกษา Mind Center วิทยากรด้านพัฒนาศักยภาพ / พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ / จิตวิทยาการสอน / การแสดงและบุคลิกภาพให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน www.facebook.com/MindDirector www.mindcenterthailand.com

Comments