from now on, we say good-bye.
ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา เข็มของมันบอกว่า บ่ายสามสี่สิบเจ็ดนาที
แต่เมื่อเงยหน้ามองรอบตัว ไม่มีแสงธรรมชาติอื่นนอกจากความสลัวของพระจันทร์

ผมยกมือขึ้นเกี่ยวเอาเน็คไทด์ออกจากคอ ยกโทรศัพท์ขึ้นดู แบตเจ็ดเปอร์เซนต์คงอยู่กับผมได้ไม่พ้นคืนนี้ มันจึงถูกเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมของผมแทนที่จะทำหน้าที่เป็นนาฬิกาหรือไฟฉาย

ผมก้มลงปลดเชือกรองเท้า ถอดมันออก และไม่ลืมที่จะถอดถุงเท้าและโยนมันไปที่เบาะหลังของรถ

ผมก้าวลงจากรถด้วยเท้าเปล่า เวลานี้คอนกรีตไม่ร้อนเหมือนตอนกลางวัน แต่ผมไม่สนใจสัมผัสของคอนกรีตหรอก อีกไม่กี่ก้าว สัมผัสของทรายจะเข้ามาแทนที่มันแล้ว

3 ชั่วโมงจากใจกลางกรุงถึงชายหาดหัวหิน ผมทนหงุดหงิดกับการจราจรเพื่อแลกกับการมาหายใจด้วยอากาศของที่นี่ หัวหินพลุกพล่านไม่ต่างจากสีลม หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เว้นเสียแต่ว่า ผมมีชายหาดของผม ชายหาดที่น้อยคนนักจะรู้จักทางเข้าไป โชคดีที่ผมเคยเรียนแถวนี้ ตรอกซอกซอยของหัวหินจึงไม่ใช่เรื่องยากเกินจะล่วงรู้พื้นที่สงบๆ

ผมนั่งลงบนหาดโดยไม่สนว่าจะขวางทางใคร หรือจะผิดเลนส์เหมือนตอนขับรถ ถ้าใครสักคนถามว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ คงตอบไม่ถูก เพราะในหัวโล่งไปหมด

ผมมาที่นี่ ไม่ใช่เพราะผมอกหัก ตกงาน เจ้านายด่า โดนลดเงินเดือน ทะเลาะกับที่บ้าน หรืออะไรแบบนั้นหรอก ผมเพียงแค่ . . .

. . . ถ้าตอนนี้ถามว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ ผมพอจะตอบได้แล้วครับ นอกจากผม ยังมีใครอีกคนอยู่ที่นี่ ผมเพียงแค่คิดว่า ใครที่ไหนจะมาที่นี่ในเวลาแบบนี้ ยิ่งเป็นที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ผมยิ่งสงสัย

จากการคาดคะเนส่วนสูง น่าจะเป็นผู้หญิง ผมไม่แน่ใจว่าชุดที่เธอสวมเป็นสีดำจริงๆหรือเป็นเพราะความมืดที่ย้อมมันให้กลายเป็นสีดำ ผมยาวลงมาเกือบถึงเอว ผมเห็นไม่ชัดนัก แต่สังเกตจากผมที่ปลิวไปตามลม เธอยืนนิ่งเป็นหุ่น จนผมแอบกลัวว่าเธอเป็นสิ่งมีชีวิตแบบผมหรือเป็นพลังงานที่เลือกปรากฎตัวให้เห็นแค่บางคนเท่านั้น เพราะผมมองไม่เห็นหน้าเธอ แสงสลัวจากพระจันทร์ไม่ทำให้เงาดำจากผมที่ปิดหน้าของเธอจางหายไปได้ ในใจนึกกลัวอยู่ไม่น้อย

.

"ขอโทษครับ"
หญิงสาวหันหน้ามาตามเสียงเรียกของผม แววตาเธอเรียบเฉยเกินกว่าที่ผมจะเดาอารมณ์ของเธอได้

"มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ ที่นี่มืดและเปลี่ยวมาก คุณมาทำอะไรครับ"
เธอจ้องหน้าผมอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยตอบ

"มาดูทะเลค่ะ. . ."
"คุณรู้จักที่นี่ด้วย?"
"ค่ะ"
"คุณเป็นคนแถวนี้หรอครับ?"
". . .กรุงเทพฯค่ะ"
"ผม. . .รบกวนคุณหรือเปล่าครับ?"
"ยินดีที่ได้สนทนาค่ะ"

.

ผมนั่งลงข้างเธอ เธอถอดรองเท้าสูงราว3นิ้วออกแล้วนั่งลงข้างผม
"ฟังเพลงอะไรอยู่คะ?"
เธอเอ่ยถามผมที่สวมหูฟังเอาไว้ข้างหนึ่ง ผมหยิบ ipod เครื่องเก่าออกมา แล้วยื่นให้เธอพร้อมกับหูฟังอีกข้าง
"คุณเลือกเพลงดูไหมครับ"
เธอรับไปเพียงหูฟังแต่ปฎิเสธที่จะเป็นคนเลือกเพลง
"งั้น คุณฟังเพลงนี้แล้วเห็นเป็นภาพอะไรครับ?"

". . . "

"ผู้หญิง . . . ผมบลอนด์ . . . สวมชุดสีดำล้วน . . . ต่างหูดาวเสาร์สีดำที่หูด้านขวา. . . คนเดียว . . . หน้าบาร์ . . . บาร์หลังเที่ยงคืน  . . . บาร์เทนเดอร์หนุ่ม . . . ตัวเล็ก . . . เอ่ยปากบอกเธอ . . . 'มีบริการปลั้กไฟให้ชาร์จแบตโทรศัพท์นะครับคุณผู้หญิง' . . . เธอ . . . ยื่นโทรศัพท์ . . . IPHONE . . . 6s . . . 64GB . . . สีrose gold. . . พร้อมสายชาร์จให้บาร์เทนเดอร์หนุ่ม . . . เธอไม่ได้ต้องการแบตโทรศัพท์ . . . เธอต้องการจะให้แผงวงจรทรงสี่เหลี่ยมที่สร้างโลกเสมือนจริงให้กับเธอ. . .ไปให้พ้นๆจากเธอในเวลานี้. . .แล้วเมื่อถึงเวลาต้องออกจากบาร์. . .แบตโทรศัพท์ก็คงมีมากพอ. . .จะทำให้เธอกลายร่างเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก. . .เป็นฟันเฟือง. . .ของมหานครกรุงเทพฯ. . . อีกครั้ง"

". . ."

ผมจินตนาการตามที่เธอพูด หญิงสาวในความคิดผมเป็นภาพเบลอๆ ไม่ชัดเท่าไหร่ แต่ไม่ได้สำคัญอะไร ถ้าผมจะนึกว่าไม่ออกว่าหญิงสาวผมบลอนด์นั้นสวยแค่ไหน หรือในกระเป๋าเธอคงมีบุหรี่ยี่ห้ออะไรสักซอง

.

เธอนั่งนิ่ง สายตาคล้ายจะจับจ้องอะไรสักอย่าง แต่ก็ดูเลื่อนลอยเกินกว่าจะกำหนดได้ว่าคืออะไร

"คุณชอบทะเลหรอครับ?"
ผมเอ่ยถาม เพื่อทำลายความเงียบ แต่จริงๆแล้ว ความเงียบอาจเป็นแทร็คที่ดีที่สุดในเวลานี้ เวลาที่ผมไม่รู้ว่า นี่เป็นเวลาที่เข็มสั้นของนาฬิกาชี้เลขอะไร

"ไม่เชิงหรอกค่ะ. . .ใช่ค่ะ ฉันชอบทะเล"
"เพราะอะไรหรอครับ?"
"ทะเล. . .ไม่มีจุดตีฟ. . . มันรู้สึก. . .สบาย"
"อะไรนะครับ. . ."
"ฉันหมายถึง ทะเลมันไม่มีจุดรวมสายตาหน่ะค่ะ มันไม่มีจุด PERSPECTIVE คุณอาจจะไม่เข้าใจ เพราะเวลานี้ ไม่มีแม้แต่เส้นแบ่งสีของฟ้าและน้ำทะเล เส้นที่ว่า มันคือ HORIZON LINE ค่ะ มันคือเส้นขอบฟ้า ทะเลทำให้ฉันมองเห็นเส้นขอบฟ้าชัดเจน ต่างจากในเมือง"

.

ความเงียบผ่านเราสองคนไปตามสายลม ผมมองเธอบ่อยกว่าทะเลเบื้องหน้า 
"คุณดูฉลาด. . .กว่าผู้หญิงทั่วไป"
"คุณคิดไปเองทั้งนั้น ฉันจบวิชาสถาปัตย์มาด้วยเกรดเฉลี่ยนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และแน่นอน มันทำให้ฉันไม่ถูกเรียกว่าสถาปนิก แม้ว่าใบปริญญาของฉันจะระบุว่าจบจากสถาบันมีชื่อ"
"แล้วตอนนี้ คุณทำงานอะไรครับ?"
"ช่างภาพ"
"แปลกดี ผมแค่รู้สึกว่าผมเข้าใกล้คุณไม่ได้เพราะเสน่ห์ของคุณกางเป็นกำแพงสูงและหนา"
"ฉันขอปฎิเสธสิ่งที่คุณพูดแล้วกันค่ะ ฉันมันธรรมดาเกินคำนั้น"
"ผมว่าผมน่าจะตกหลุมรักคุณได้ไม่ยากเลย"
"ฉันเดาว่า ฉันคงมีบางสิ่ง คล้ายคนรักเก่าของคุณ"
"คนรักเก่า. . .คุณพูดเหมือนรู้ว่าตอนนี้ผมไม่มีคนรัก"
"ฉันไม่รู้หรอกค่ะ หรือต่อให้คุณมีคนรัก ฉันก็คงไม่เรียกเธอว่าคนรักของคุณ เพราะอะไรรู้ไหมคะ การตกหลุมรักเป็นกริยาที่อยู่เหนือการควบคุม แต่รักเป็นกริยาที่ควบคุมได้ คุณตกหลุมรักผู้หญิงได้เป็นร้อยเป็นพันคนได้ถึงแม้คุณจะมีคนรักอยู่แล้ว ถ้าคุณรักเธอคุณจะไม่เอ่ยกับหญิงสาวอื่นว่าคุณตกหลุมรัก เพราะเพียงแค่คุณเอ่ยออกมา มันก็เท่าว่าคุณต้องการบางอย่างจากเธอแล้ว หญิงสาวข้างกายคุณจะยังมีความหมายอยู่อีกหรือคะ"

ผมนิ่งไปเพราะความรู้สึกอะไรก็ไม่รู้ ในหัวของผมยุ่งเหยิงจนกลายเป็นความว่างเปล่า ไม่รู้ตัวว่าตอนนี้สีหน้าของตัวเองเป็นอย่างไร และไม่รู้ว่าจะตอบสิ่งใดกับเธอดี แต่ในคืนนี้สิ่งที่ผมรับรู้คือ ผมไม่เข้าใจตัวเองมาโดยตลอด ที่สำคัญ ผมไม่ปฎิเสธว่าเธอคล้ายคนรักเก่า คนที่ไม่ใช่คนปัจจุบันของผมจริงๆ

"ขอโทษสำหรับคำพูดเมื่อกี้ค่ะ"
"ไม่ครับ ผมควรเอ่ยขอบคุณเสียมากกว่า"

.

เธอลุกขึ้นยืนเอามือปัดทรายออกจากชุดสีดำเรียบ สวมรองเท้า และเดินออกไป ผมลุกขึ้นตาม
"จะกลับแล้วหรอครับ"
"ใช่ค่ะ แต่จะเข้าไปเอาของในบาร์ตรงนู่นก่อน"

เธอพูดจบแล้วยกมือขึ้นเกี่ยวผมทัดหูข้างหนึ่ง ตอนนั้นเอง ภาพหญิงสาวผมบลอนด์ในหัวของผม ชัดเจนขึ้นมาถนัดตา

"คุณจะกลับกรุงเทพฯ หรือเปล่าครับ?"
"ใช่ค่ะ ในวันรุ่งขึ้นฉันยังจะต้องกลับไปสู่วงจรชีวิตแบบเดิม และ LIGHTROOM คงไม่ให้ฉันจากมันไปนานเท่าไหร่นัก"
"ผมมีรถ กลับด้วยกันก็ได้ครับ"
เธอยิ้ม พยักหน้า แล้วเดินเข้าบาร์ไป ไม่ช้าเธอกลับออกมาพร้อมโทรศัพท์มือถือและสายชาร์จ

ตอนนี้ผมรู้แล้วครับ สาวผมบลอนด์สวยมากจริงๆ

"เอ่อ คือ จะเป็อนอะไรไหมครับคุณช่างภาพ ถ้าผมจะขอถ่ายรูปคุณ. . . เก็บเอาไว้"
ผมหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าเสื้อคลุมเพื่อพบว่า แบตเจ็ดเปอร์เซนต์ที่เคยเหลือ ไม่เหลืออยู่แล้ว
"พอจะมีรูปถ่าย. . ."
เธอเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายของเธอ ก่อนจะหยิบรูปถ่ายขึ้นมาหนึ่งใบ
"ฉันมีนี่อยู่ค่ะ"
เธอยื่นรูปถ่ายสีชมพูให้ผม เป็นรูปหญิงสาวเห็นเพียงครึ่งหน้ากำลังถือกล้อง
"นี่คุณหรอครับ"
"ดูไม่เหมือนเลยหรอคะ" เธอพูดและยิ้มออกมา
"แต่รูปใบนี้ไม่เห็นหน้าคุณ"
"ค่ะ. . .อย่าจดจำใบหน้าของฉันเลยค่ะ จดจำเพียงบทสนทนาคืนนี้ที่นี่ก็พอ"
". . .เพราะอะไรครับ?"
"เพราะมันอาจทำร้ายเธอ ในคืนนี้คุณยังคงตกหลุมรักฉัน เหมือนกับที่คุณเคยตกหลุมรักฉันเมื่อ 3 ปี ก่อน หลังจากนี้อีกกี่สิบปี ต่อให้คุณจดจำใบหน้าฉันไม่ได้ ต่อให้คุณหลงลืมไปแล้ว แต่ถ้าเราได้พบกันอีก คุณก็ยังคงจะตกหลุมรักฉันอยู่ เพราะฉันไม่ได้เพียงแค่คล้ายกับคนรักเก่าคุณ แต่ฉันคือคนรักเก่าของคุณ"

.

เธอหลับตลอดทางจากหัวหินถึงกรุงเทพ ท้องฟ้าเริ่มสว่าง ที่เธอตื่นขึ้นมาอาจเป็นเพราะแสงแดดที่แยงตา เธอมองผ่านกระจกรถออกไป ถ้าเดาไม่ผิด เธอคงกำลังมองหาบริเวณที่ไม่มีจุดตีฟในเมืองหลวง แต่คงไม่พบ เพราะสุดท้ายเธอก็ถอดใจหันกลับมา

.

ผู้หญิงผมบลอนด์ทับซ้อนกับเธอ ผู้สวมต่างหูรูปดาวเสาร์

.

ผมหยิบรูปเธอขึ้นมาดูอีกครั้ง แต่ไม่ใช่รูปที่เธอยื่นให้ที่หัวหินวันนั้น เป็นรูปของผมกับเธอในชุดนักศึกษายืนยิ้มด้วยกัน ด้านหลังมีลายมือหวัดๆเขียนเอาไว้ว่า from now on, we belong with us.

.

และรูปที่เธอยื่นให้ในวันนั้น กับข้อความตอบกลับที่ผมได้รับหลังจากทักทายไปในวันนี้ 

.

from now on, we say good-bye.








SHARE
Written in this book
the summer moon's orbit
can you erase me who is a girl in your memory?
Writer
_MAYSAH_
moon
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง.

Comments

BarBie
3 months ago
จี๊ดดด
Reply
Seleka
2 months ago
เศร้า:(
Reply