สูญเสียสำหรับเรา หรือเขาเป็นอิสระ
   ไม่รู้ว่าเพราะความบังเอิญของเวลา หรือทุกอย่างถูกกำหนดมาแบบนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันได้พบกับการ “จากไป” ของหลายๆเรื่องพร้อมๆกันในช่วงนี้ทั้งข่าวการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของคนไทยทั้งประเทศ อันทำให้หน้าฟีดในโลกโซเชียลต่างๆมีความ Greyscale เต็มไปหมด 

   จังหวะพอดีกับรุ่นพี่ที่ร่วมฟันฝ่าการทำงานเคียงข้างด้วยกันมาตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางไปตามจังหวะของตัวเอง เป็นการลาออกที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ความรู้สึกแวบแรกมันใจหาย เหมือนไปรบด้วยกันในสงครามแล้วกระสุนก็พุ่งผ่านข้างหูเราไปโดนเพื่อนทหารคู่ใจล้มลงแต่เราก็ต้องรีบวิ่งต่อไปทั้งน้ำตาโดยที่ไม่ทันได้พูดบอกลาอะไรมากมาย 

   พอเริ่มได้สติก็ลงไปหาน้ำดื่มในครัว สายตาก็หันไปเห็นพ่อกำลังนั่งดูหนังเก่าๆที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ดูสักที พ่อหัวเราะตัวละครที่ทำอะไรงี่เง่าชวนขำ แต่ก็เงียบลงทันทีที่แม่ถามว่า “สรุปมันกลับมารึยัง” ฉันเลยจำได้ว่าสองสามวันก่อนพ่อก็เพิ่งสูญเสียสิ่งที่รักไปเช่นกัน เจ้านกเขาขนเงางามที่เฝ้าเลี้ยงดูให้อาหารมาแรมปี เพิ่งหลุดจากกรงต่อหน้าต่อตาเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้กรงของมันก็ยังคงเปิดอ้าไว้เพื่อรอมันกลับมาเช่นเดียวกับความหวังของเจ้าของ แต่กระนั้นก็ยังไร้วี่แวว 
  

    หลังจากตัดสินใจระงับการเสพสื่อออนไลน์ในไทยทุกแพลตฟอร์มและเลี่ยงการออกนอกบ้านในวันนี้ เพราะไม่อยากนึกถึงบรรยากาศที่แสนเศร้าที่ยิ่งทำให้นึกถึงหลายๆเรื่องที่เราอาจพาลเอามาคิดจนกลายเป็นคนซึมเศร้า เสียง notification ในไลน์ก็ดังมาจากเพจที่เกี่ยวกับความคิดและการพัฒนาตัวเองพร้อมกับชื่อบทความที่เสริมกำลังใจในภาวะสถานการณ์เช่นนี้ เลยทำให้ใจชื้นหยิบขึ้นมาอ่านได้ หากเรากำลังเศร้าแปลว่าเรากำลังคิดถึงแต่ตัวเอง     แนวคิดที่ชวนให้คิดตามของอ.ขุนเขา ขึ้นมาบนหน้าจอ อาจารย์อธิบายว่าการสูญเสียในกรณีที่คนที่จากไปเขาไปในที่ที่ดี ไปในที่ที่เราไม่ต้องเห็นเขาทุกข์ทรมานแบบทุกวันนี้อีกแล้ว แบบนี้เราไม่จำเป็นต้องเศร้าจนไม่เป็นอันกินอันทำงาน เพราะการที่เราเศร้าคือเรากำลังคิดว่าถ้าเขาไม่อยู่กับเราแล้วชีวิตเราจะเป็นยังไง มันเหมือนเรากำลังพึ่งเขาทางใดทางหนึ่ง ความเศร้าที่เราอยากรั้งเขาไว้จริงๆมันเป็นความเห็นแก่ตัวด้วยเหมือนกัน เราควรจะคิดว่าเขาได้เป็นอิสระแล้ว เขาได้ถูกปลดปล่อยจากสิ่งที่เป็นอยู่และไปสู่ที่ที่เขาจะมีความสุข คิดแค่นั้นพอ 

    นี่ทำให้เราคิดว่ามันก็เหมือนที่พระท่านเคยบอกว่าคนที่จากไปเขาก็ไปแล้ว เราเสียใจได้แต่จะไปอาลัยอาวรณ์กับเขามันก็ไม่ได้อะไร คนที่ยังอยู่ก็ควรที่จะดำเนินชีวิตต่อไป เก็บไว้เพียงแรงบันดาลใจดีๆจากเขาเอามาผลักดันให้ชีวิตเราก้าวไปข้างหน้า

   ฉันนิ่งไปสักพักแล้วจึงตัดสินใจเปิด storylog เพื่อเขียนความรู้สึกนี้ หลังจากที่ก็พยายามเลี่ยงแพลตฟอร์มนี้เพราะกลัวจะควบคุมความคิดไม่ได้เช่นกัน แต่เมื่ออ่านหลายๆเรื่องแล้วรู้สึกโล่งอกมากที่ผู้เขียนหลายๆท่านเลือกที่จะไม่เขียนดราม่าเจ็บปวดแบบที่เห็นในเฟสบุ๊คจนเอือมและยังมีเนื้อหาในเรื่องอื่นๆที่ไม่ตามกระแสเช่นเคย รู้สึกคล้ายกับเราได้เจอที่เล็กๆให้ยืนพิงสูดอากาศสักพัก ทำให้กล้ามเนื้อระหว่างคิ้วและดวงตาที่เกร็งมาตั้งแต่วันก่อนๆคลายลงได้  

SHARE
Written in this book
Welcome, This is Earth 101
บันทึกจากภาคพื้นโลก
Writer
Icietta
Earth discovery mission
I'm a wanderer on the Earth planet.

Comments

armitect49
3 years ago
ชอบครับ
Reply
Icietta
3 years ago
ขอบคุณมากนะคะ :D