ลาลับทินกรในดวงใจ
13 ตุลาคม 2559
วันปกติที่ทำงานอย่างปกติ และกลับบ้านอย่างปกติ มันควรจะเป็นเช่นนั้น...

วันนั้น วันที่คนหลายคนไม่คาดว่าจะเกิด วันที่น้ำตาไหลรินไม่ทีหยุด 
วันที่คนที่รักเราที่สุดจากไป
จำได้ว่ารีบกลับบ้าน ขอร้องทุกสิ่งอย่างให้เรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นจริง พยายามเปลี่ยนช่องหนี แต่สุดท้าย หน้าจอขาวดำและคำพูดของผู้สื่อข่าวก็ยังคงเป็นคำเดิม 

ฉันร้องไห้... ไม่ใช่ว่าปกติไม่ร้อง แต่ครั้งนี้ต่าง ฉันร้องด้วยรู้ว่าอาการขาดใจเป็นเช่นไร 

14 ตุลาคม 2559
เช้าวันต่อมาตาฉันบวมตุ่ย ก็คิดไว้แล้วว่าจะเป็นแบบนั้น เพราะ ร้องไห้เสียทั้งคืน (ตอนที่เขียนอยู่นี้ก็ตาแดงๆ บ้าจริง!) นอนก็น้อย ตื่นมาก็ยังร้องต่อ อารมณ์ในตอนนั้นบอกแทบไม่ถูก ราวกับอยู่ในฝันร้ายที่ไม่มีทางได้ตื่น โลกข้างนอกเงียบสงัด เงียบเสียจนน่ากลัว มองไปทางไหนก็มีแต่คนที่ใจแหลกสลาย 

บ่ายวันเดียวกันนั้น ทุกคนพากันไปส่งพ่อ อยากไปนะแต่ติดงาน เลยจำเป็นต้องดูถ่ายทอดสดแทน แค่เห็นรถของพ่อก็น้ำตาแตกแล้ว 

ตอนเย็นนู่นแน่ะถึงจะได้ไปหาพ่อ พ่ออยู่ข้างใน เราอยู่ข้างนอก ได้แต่เพียงกราบไหว้อยู่ข้างกำแพงวัง กำแพงวังเย็นเฉียบ เวลานั้นแหละปล่อยโฮเลย สุดจะทนจริงๆ...

15 ตุลาคม 2559 
คิดถึงพ่อ... เราเศร้าน้อยลงแล้ว ใจเริ่มยอมรับได้ ร้องไห้น้อยลง แต่ยังคิดถึงอยู่
โลกข้างนอกเริ่มเดินอีกครั้ง... ทีล่ะนิด ทีล่ะนิด แค่นั้นก็ถือว่าดีแล้ว 

พ่อไม่อยู่แล้ว แต่เรายังอยู่  

สุดท้ายนี้ เรื่องเดียวที่เสียดาย ก็มีแค่เรื่องที่อยากไปหาพ่อวันที่5ธันวา ตั้งใจไว้ตลอดแต่ชอบผลัดไปเรื่อย จนไม่มีโอกาสอีกแล้วที่จะได้ไปหาพ่อ 
SHARE
Writer
agreatpigeon
bookworm
1st child ,GIRL ,bookworm ,Barista

Comments