คนสองเเผ่นดิน
ตั้งเเต่เราเกิดมา เราเห็นรูปของท่านอยู่ในที่ต่างๆจนชินตา ตอนเราเด็กๆเราไม่ได้ให้ความสนใจกับข่าวในพระราชสำนักมากเท่าที่ควรเลย เราเเทบรอเวลาให้จบเร็วๆด้วยซ้ำ 

เเต่พอมาตอนนี้ เราขอดูเเบบนั้นทั้งวันได้ไหม นี่สินะที่เรียกว่า พึ่งจะเห็นความสำคัญเมื่อจากไป..

ในตอนนั้นเรารู้จักในหลวงเเค่เป็นคนที่อยู่ในรูปที่เราเห็นทุกวัน เเละ รู้เเค่ว่าประชาชนทุกคนรักท่านมาก 

เราพึ่งเริ่มศึกษาพระราชประวัติของท่านตอนไปเเข่งตอบปัญหาเมื่อ2เดือนที่ผ่านมา เราได้รับรู้ถึงความตั้งใจของท่านที่จะให้ประชาชนอยู่สบาย
ความตั้งใจที่อยากให้ประชาชนทั่วไปมีชีวิตที่มีคุณภาพ มีความรู้เทียบเท่าคนในต่างประเทศ

ส่วนที่เราศึกษาพระราชประวัติของท่านนั้นเราศึกษาในส่วนของพระราชนิพนต์ของท่าน 

อย่างเรื่องติโตนั้นท่านได้สละเวลาหลังเลิกงานของพระองค์มาใช้ในการเเปลเรื่องนี้ โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ปีกว่าๆ เเละ ในคำเเปลนั้นไม่ได้เเปลตรงตัว เเต่เเปลด้วยการใช้สำนวน การเเปลเรื่องนี้ท่านมีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนที่ได้อ่านได้รับความรู้ 


เราไม่คิดหรอกว่าเราจะได้เป็นคนสองเเผ่นดินเหมือนเเม่พลอย4เเผ่นดิน...

ตอนเเรกเราคิดว่าเราจะไม่ทันยุคผลัดเปลี่ยนเเผ่นดินหรอก เเต่ดันเกิดมาทัน 

เราเคยอ่านนิยายมาว่า ช่วงที่ประชาชนในชาติอ่อนเเอสุดคือเวลาผลัดเปลี่ยนเเผ่นดิน ซึ่งเราคิดว่าเป็นเรื่องจริงเเฮะ 

พวกเราเองก็ยังไม่กะจิตกะใจทำอะไรเลยเช่นกัน เรารู้สึกหน่วงมาก เมื่อเวลาที่เรานึกถึงพระราชกรณียกิจต่างๆที่ท่านทำ พระอารมณ์ขันของท่าน หรือ เเม้เเต่รูปภาพของท่าน 

เรารู้สึกตกใจ เเละ เสียใจ มากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราคิดว่าทุกคนเสียใจไม่เเพ้กันเลย 
ถึงเเม้บางคนจะไม่ร้องไห้ฟูมฟาย หรือ ไม่ได้เเสดงออกว่าเสียใจ เเต่เราเชื่อว่าทุกคนล้วนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

ทั้งนี้เราขอพูดประโยคสุดท้ายของหน้าบรรทัดนี้ว่า....
เรารักพ่อ 
SHARE

Comments