Unfortunately | 6 ตุลา โชคชะตาที่แตกต่างของฉันกับเธอ
เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 กลายเป็นสัญลักษณ์การวิพากษ์ทาง "การเมือง" ของคนรุ่นใหม่ไปเสียแล้ว

ซึ่งสำหรับชาว 4G ที่มีเรื่องต้องใส่ใจมากมาย และในภาวะบ้านเมืองกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ "การเมือง" มันกลายเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและยากที่จะอธิบายตามไปด้วย มิรันดาเองนอกจากจะเป็นศิราณีด้านความรักความสัมพันธ์ที่ Storylog แห่งนี้แล้ว ก็ยังทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองในการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองที่มีผลต่อสังคมและชีวิตคนรุ่นใหม่ด้วยค่ะ

ย้อนกลับไปก่อนหน้าวันลงประชามติที่ผ่านมา มีรุ่นน้องหญิงสาวคนนึงมาขอให้มิรันดาอธิบายว่าวันรุ่งขึ้น (วันลงประชามติ) มันคืออะไร มีความสำคัญยังไง หนูต้องทำอะไรบ้าง

จำได้ว่าตอนแรกที่ได้ยินคำถาม ถอนหายใจไปหนึ่งเฮือกแรง เพราะก่อนหน้านั้น มิรันดาได้ทำรายการออนไลน์รายการหนึ่งผ่านเฟสบุ๊ค และอธิบายความสำคัญของการลงประชามติไปแล้ว
 
แต่ก็ยังกลั้นใจ ให้ความรู้น้องคนนั้นไป เพราะคิดว่าอาจจะเป็นความผิดพลาดของตัวเอง ที่เผยแพร่ข้อมูลล้มเหลว แต่ก่อนจะให้ความรู้ใคร เราก็ต้องเช็คก่อนว่าเขามีพื้นมาเท่าไหร่ จะได้ไม่ต้องเล่าเยอะ ต่อยอดความรู้ของน้องเขาที่มีพอ 

ก็เหมือนการให้คำปรึกษาด้านความรัก เราต้องลองฟังน้องเขาก่อน ว่าเขามีอะไรในความคิดบ้าง
 
แต่ทว่า...ว่าน้องคนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการเมืองเลย 100 เปอร์เซนต์ 
น้องไม่รู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไร 
น้องไม่รู้ว่าสามฐานอำนาจของประชาธิปไตยมีอะไรบ้าง 
น้องไม่รู้ว่าโกง ไม่โกง เกี่ยวอะไรกับตัวเอง 
ไม่รู้ว่ารัฐประหารดี หรือไม่ดียังไง 
น้องไม่รู้ว่าบ้านเมืองตอนนี้ปกครองแบบไหนอยู่....

น้องคนนั้นปัจจุบันเรียนอยู่ปีสี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ที่หากโพสรูปลงโซเชี่ยล ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยหรือสองร้อยไลค์ สำหรับมิรันดาแล้วก็ไม่แปลกใจเลย สภาพแวดล้อมรอบตัวน้องเขาจะทำให้รู้สึกว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว และน้องก็ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องมาสนใจอะไรเรื่องที่ดูยากและซับซ้อนอะไรแบบนี้
 
จนถึงขั้น "แล้วถ้าหนูไม่ไป เป็นอะไรมั้ยคะ"

มิรันดายิ้มแล้ว เริ่มยกตัวอย่างง่ายๆกับน้องไปว่า 

"สมมตินะ สมมติว่าเธอจะแต่งงาน เธอต้องจัดการอะไรบ้าง"
นางยิ้มแล้วก็ตอบว่า "หาแฟนให้ได้ก่อนมั้ยพี่"

ชะละล่า.... มีความมุกวัยรุ่น

"แล้วถ้ามีแฟนแล้วล่ะ สมมติ เธอกับแฟนเธออยากจะแต่งงานขึ้นมา มีเรื่องอะไรต้องจัดการบ้าง"

นางพาตัวเองเข้าสู่โหมดใช้ความคิด ก่อนจะตอบว่า

"บอกพ่อกับแม่ค่ะ แล้วก็เริ่มหาฤกษ์มั้ง ผู้ใหญ่เค้าคงจัดการ แล้วก็จัดงาน ประมาณนี้ป่ะ"
"ใช่ๆ ถูกเลย แล้วจะจดทะเบียนป่ะ" มิรันดาถามต่อ
"ก็จดนะ ก็ต้องจดป่ะพี่" นางตอบเสียงชื่นมื่น

มิรันดาเลยยิ้มแล้วถามนางกลับว่า

"แล้วถ้าพี่จะแต่งงานล่ะ คิดว่าพี่ต้องจัดการอะไรบ้าง"
"ก็...บอกคุณพ่อคุณ....."

นางเงียบไปทันที ซึ่งมิรันดาก็ได้แต่ยิ้มตอบรับนาง
 
ใช่แล้วค่ะ.... สำหรับมิรันดา การแต่งงาน  มันมีเรื่องต้องจัดการเยอะมาก แล้วไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะได้ผล 

"น่าสงสัยใช่มั้ยล่ะ ว่าทำไมฉันถึงแต่งงานลำบากกว่าเธอ เธอกับฉันต่างกันตรงไหน เพราะว่าฉันเป็น ตุ๊ด เหรอ?"

"ก็... เพราะกฎหมายมัน..."

จากตรงนั้น นอกจากประเด็นเรื่องการแต่งงานแล้ว มิรันดายังยกตัวอย่างความต่างในอีกหลายๆเรื่อง ทั้งการเข้ารับปริญญา เวลาเรามีเรื่องกับตำรวจ หรือแม้แต่การเสียภาษี คือทุกอย่าง เป็นเรื่องที่ทั้งรุ่นน้องและมิรันดา มีสิทธิที่จะเจอพอๆกัน 

แต่ทว่าทุกเรื่อง เราสองคนกลับมีผลลัพธ์ของเหตุการณ์ที่ต่างกันจนน่าตกใจ
ในเมื่อเราทั้งคู่ถือสัญชาติไทยเหมือนกัน พ่อแม่เสียภาษี เราก็เสียภาษีเหมือนกัน แล้วทำไมเราถึงโดนปฏิบัติต่างกันนัก แม้แต่การเลือกที่จะมีชีวิตคู่ มีความรักและความสัมพันธ์กับใครซักคน
 
บทสนทนาที่ต้องใจมิรันดาในวันนั้นที่สุดก็คือ คำพูดที่ออกมาจากปากของน้องตอนท้ายว่า
 
ก็ถ้าพี่ โชคดี พี่ก็อาจจะ....
 
มิรันดาหัวเราะแล้วตบโต๊ะ พลางชี้หน้าน้องคนนั้นอย่างออกรส

"นั่นไงๆๆ นี่แหละไทย คำพูดเมื่อกี้มันโคตรไทยเลย"

โชคดี....

อ่าห์... ถ้ามิรันดาโชคดี คงได้แต่งงาน
ถ้ามิรันดาโชคดี คงได้รับความเป็นธรรม

นั่นก็หมายความว่า การมีชีวิตอยู่ในบ้านเมืองนี้ เราอาศัยโชคกันอย่างนั้นใช่หรือไม่ แม้แต่ในเรื่องของใกล้ตัวอย่าง "การแต่งงาน" ที่เป็นเสมือนหลักไมล์หนึ่งของความรัก ที่คนทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับเหมือนกัน

หรือเพราะอย่างนี้ เราถึงต้องเก็บแต้มบุญกัน โดยเข้าร่วมเชิดชูสถาบันบางอย่าง เพื่อให้เรามี "โชค" พอเราก็จะเป็นคนไทยที่มี "โชคของความดี" ได้ แล้วนำแต้มโชคเหล่านั้น ไปแลกเป็นสิทธิพิเศษบางอย่างได้
คนรอบตัวของมิรันดา จะยังไม่สนใจการเมือง 
ตราบเท่าที่ปัญหาความเลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรม มันไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง 

เหตุการณ์ 6 ตุลาก็เช่นกัน

หากคนยี่สิบคนรอบตัว มีฐานความคิดแบบนี้ รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว
เหตุการณ์มันจบไปแล้ว มันไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน 
ก็ฉันเกิดไม่ทัน

คุณนี่โชคดีจริงๆนะคะ
และคนพวกนั้น ก็ช่าง "โชคร้่าย" ที่ตายไป
พวกเขาแค่มีแต้ม "โชค" ไม่พอ แค่นั้นเอง
 
หลังจากวันนี้ ทุกอย่างก็จะลืมไป จนกว่าจะ 6 ตุลาปีหน้า เพราะเรื่องพวกนี้ มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรา
มันเป็นแค่เรื่องของโชค แค่นั้นเอง

ขอให้โชค อยู่ข้างคุณตลอดไป
- The Hunger Games - 
SHARE
Writer
Miranda
Bitchy Writer
I'm a bitch. I'm a lover. I'm a child. I'm a mother. I'm a sinner. I'm a saint. I do not feel ashamed | นามปากกา "มิรันดา" ผู้ใช้ภาษาแปลกประหลาด ผิดจริตและดัดจริต | มุมมองชีวิต ความรัก สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ที่เผ็ดแสบร้อนเหมือนตะกอนลาวา |

Comments